เชื่อในเรื่องคิดแล้วต้องทำ เพราะถ้าไม่ลอง (ทำ) ก็จะไม่รู้
การได้ลงมือทำตามที่คิด ถือเป็นความสำเร็จไปก้าวหนึ่งแล้ว ในความคิดของ “เติมศักดิ์ สิทธิวัน” หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีความตั้งใจจะเรียนรู้งานจากที่ทำ โดยก้าวไปทีละขั้น จนไปถึงจุดมุ่งหมายที่ตั้งเป้าไว้
เติมศักดิ์ หรือ “กี้” หนุ่มวัย 28 ปี ที่มีดีกรีปริญญาตรี ด้านการตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Marketing Manager บริษัท ทับทิมดรีมส์ จำกัด (ธุรกิจอัญมณี) และบริษัท บางกอกวอทช์ จำกัด (ธุรกิจนาฬิกา) ได้เล่าว่า คุณน้า (สายไหมสาเดกี้) กรรมการผู้จัดการบริษัท ได้ทำธุรกิจจิวเวลรีมานานกว่า 20 ปี ไม่มีคนช่วยงานด้านการตลาด พอตนเรียนจบเลยได้เข้ามาช่วย พอเข้ามาช่วยงานเต็มตัว จึงไปเรียนรู้ด้านอัญมณีเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รู้จริง ที่สถาบันอัญมณีและเครื่องประดับ (Gem and Jewelry Business Diploma Program : GJBD) เมื่อธุรกิจจิวเวลรีไปได้ด้วยดี “น้าไหม” มีไอเดียอยากจะทำธุรกิจนาฬิกา เพราะน้ามีความรู้ด้านเทคนิคนาฬิกา รวมทั้งการลงยา เลยคิดที่จะลองทำนาฬิกาแบรนด์ไทยๆขึ้นมา ด้วยความที่ “น้าไหม” ชอบความเป็นไทย เลยอยากทำนาฬิกาที่สอดแทรกวัฒนธรรมไทยเขาไปตรงหน้าปัดนาฬิกา โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ตุ๊ก ตุ๊ก”
“ชื่อแบรนด์ ตุ๊ก ตุ๊ก มาจากเรามีร้านจิวเวลรีอยู่ที่สีลม เห็นฝรั่งชอบนั่งรถตุ๊ก ตุ๊ก ด้วยคอนเซปต์ของนาฬิกาเราต้องการนำเสนอความเป็นไทย จากเสียงนาฬิกาติ๊กต๊อก เลยมาเป็นตุ๊ก ตุ๊ก แทน โดยหน้าปัดของนาฬิกาจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมไทยทั้งสิ้น เช่นอาหารไทย ขนมไทย สัตว์ต่างๆ การละเล่นไทย หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของไทย โดยมีเข็มนาฬิกาเป็นรูปตุ๊ก ตุ๊ก ที่จะพาเราไปในทุกๆที่ โดยใช้เวลาในการจัดทำเกือบ 2 ปี ทั้งการออกแบบ การลงสีทำหน้าปัดให้สวยงาม ที่ยากคือ การเดินของเข็มทั้ง 2 เข็มที่ติดรถตุ๊ก ตุ๊ก นั้น ต้องทำให้เดินได้เที่ยงตรงไม่ติดขัด ทั้งนี้ เราได้เอาประสบการณ์การทำจิวเวลรีเข้ามาช่วย คือแบบต้องสวย ฟังก์ชันต้องดีด้วยซึ่งพอทำออกมาแล้วทุกคนต่างชอบมาก ไม่เคยเห็นที่ไหนตอนนี้เลยต้องทำการตลาด โดยเราจะวางขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทางเว็บไซต์ https://www.tuktukbangkokwatch.com , เฟซบุ๊ก: TukTukbangkokwatch , IG: tuk tuk bangkok watch และที่ร้าน 2 แห่ง คือที่แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ห้อง LL05 และหัวมุมถนนสีลมซอย 11 แต่ตอนนี้อาจขายทางออนไลน์ก่อนครับ”
...
แม้จะก้าวเข้ามาทำงานไม่นานนัก แต่ผู้บริหารหนุ่มคนนี้ ก็มีทั้งไอเดียและการเปิดใจพร้อมที่จะเรียนรู้งาน โดยบอกว่าในการทำงานตนจะวางเป้าหมายหลักก่อน เพื่อให้รู้ว่าจะเดินไปทางไหน กลุ่มลูกค้าคือใคร จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างไร เพื่อไม่ให้หลุดโฟกัส ซึ่งตลาดจิวเวลรีกับนาฬิกาอาจจะมีความแตกต่างกัน จึงต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับการลงมือทำ
“ผมเชื่อในเรื่องคิดแล้วต้องทำครับ ถ้าคิดแล้วไม่ลองทำ เราก็จะไม่รู้ จนกว่าเราจะลงมือทำ ผมเป็นคนขี้กังวล เลยต้องเตือนตัวเองแบบนี้เสมอ ถ้ามัวแต่คิด แล้วไม่ลงมือทำมัน ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา การที่เราลงมือทำอะไรสักอย่างเป็นผลออกมา ก็ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จแล้วครับ”...คติในใจของหนุ่มไฟแรงที่พร้อมสร้างความสำเร็จให้ตัวเอง.