ณ วันนี้ เราต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเองก็มีศักยภาพในการพัฒนาสินค้าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ในโลก อย่างเรื่องราวของ "ฮาลาลไทย" ที่โชว์ศักยภาพในเวทีโลกก็ถือเป็นมาตรฐานหนึ่ง ที่ไทยทำได้ไม่แพ้ประเทศอิสลาม
โดยในการประชุมมาตรฐานฮาลาล OIC/SMIIC (17th SMIIC Board of Directors Meeting and 13th General Assembly Meeting) งานประชุมกลุ่มประเทศโลกอิสลามครั้งที่ 13 และประชุมกรรมการอำนวยการ ครั้งที่ 17 ณ โรงแรมฮิลตัน จาบาล โอมาร์ คอนเวนชั่น ในมหานครมักกะห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย คณะผู้แทนประเทศไทยด้านมาตรฐานฮาลาล นำโดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย และรองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย และ ปรัชญา ฉิมวิเศษ รองผู้อำนวยการสถาบันฯ รวมถึง ดร.อัซอารีย์ สุขสุวรรณ นักวิจัย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลฯ นอกจากนี้ อุมัร มะดามัน กงสุลไทย ประจำประเทศซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เราได้มีการนำเสนอร่างมาตรฐานใหม่ เช่น มาตรฐานเครื่องสำอางฮาลาล ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิชาการแสดงบทบาทด้านวิทยาศาสตร์และมาตรวิทยาฮาลาลในการร่างมาตรฐานมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้รับมอบหมายเข้าร่วมเป็นคณะทำงานเฉพาะกิจในเรื่องร่างมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์สิ่งปนเปื้อนฮะรอมทางห้องปฏิบัติการฮาลาล ในมาตรฐานเครื่องสำอาง การจัดร่างมาตรฐาน Halal Food Additives ซึ่งเกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล H number ที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่จัดทำขึ้น รวมถึงได้รับความไว้วางใจ ในการร่างมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพฮาลาลอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม คณะตัวแทนจากประเทศไทย ยังมีโอกาสได้เข้าพบกงสุลใหญ่ไทย และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจดดาห์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทิศทางและสถานการณ์การส่งออกสินค้าระหว่างประเทศไทยและซาอุดีอาระเบีย พร้อมยังได้พบเลขาธิการของสถาบันกฎหมายอิสลามนานาชาติ เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงและเป็นประโยชน์ต่อสถานะของประเทศไทยใน OIC ทั้งสร้างการยอมรับของ IIFA ต่อประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องเครื่องสำอางฮาลาลด้วย