นั่งตอบคำถามใน inbox ไปเรื่อยๆ แบบที่คิดเสมอว่า เรื่องความรักไม่มีใครเก่งกว่าใคร แค่อยู่ที่ใครจะตั้งสติได้ก่อนกัน สิ่งที่ตอบไปนั้นส่วนหนึ่งมาจากการฟังชีวิตใครๆ แล้วได้วิธีคิดกับชีวิตตัวเอง แล้วเอามาแบ่งกันค่ะ ศุกร์ที่แล้ว Club Friday คุยกันในหัวข้อ “รักแค่ไหนก็เป็นได้แค่นั้น” คำถามเป็นร้อยเป็นพัน ที่คนหัวอกเดียวกันส่งมาถาม อยากเดินเข้าไปใกล้กว่านี้เขาก็ไม่ให้ จะให้เดินจากไปก็ยังทำไม่ไหว น้องคนนี้ก็เช่นกัน

“หนูมีแฟนคนแรกตอนอยู่ ม.2 นะคะ แฟนหนูอยู่ ม.6 เขาเป็นทั้งพ่อพี่และเพื่อนเป็นทุกๆ อย่างเลยก็ว่าได้ เราคบกันโดยมีกฎ 23 ข้อที่เขาตั้งให้หนูค่ะ เช่น หนูเลิกเรียน 4 โมงเย็นต้องกลับบ้านเลย ห้ามไปไหน เขาจะโทรมาทุกๆ 4 โมงเย็น รอจนกว่าหนูจะถึงบ้าน ทุกครั้งที่เขาโทรมาห้ามได้ยินเสียงผู้ชาย ห้ามแต่งหน้า ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ ห้ามเที่ยวกลางคืน ห้ามพูดคำหยาบ ห้ามไม่รับโทรศัพท์ ห้ามมีเพื่อนผู้ชาย ห้ามคุยกับผู้ชายยกเว้นพ่อกับคุณครู คร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะคะ เราคบกันไม่เคยมีอะไรกัน ไม่เคยแม้แต่จูบ รักกันใสๆ ก็เป็นแบบนี้มา 2 ปีนะคะ จนเขาจบ ม.6 ก็ไปใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเต็มตัว ก็ห่างๆ กัน ต่างคนต่างไปมีแฟน มีช่วงหนึ่งหนูเลิกกับแฟน แล้วพอรู้ว่า เขายังคบกับแฟนอยู่ ก็รู้สึกไม่ดี คิดไปต่างๆ นานาว่า ลืมเราแล้วหรือ? ทำไมลืมเราได้ ยังทักกันคุยกัน เจอกันเป็นระยะๆ นะคะ เจอกันที่ผับ ทุกครั้งที่ไปผับ หนูกับเขาจะมีโต๊ะประจำ และกลับไปด้วยกันทุกครั้ง ตอนเช้าเราจะแยกย้าย แล้วหลังจากนั้นเราจะกลายเป็นเหมือนคนไม่รู้จักกันเลย ต่างคนต่างใช้ชีวิต

...

 
ตอนนี้หนูไม่มีใคร เขาก็ไม่มีใคร แต่ยังไงเราก็เป็นได้แค่นี้ คือเพื่อนนอน ยอมรับเลยว่าลึกๆ หวังมากนะ ว่าทำไมเราจะกลับไปเป็นแฟนกันเหมือนเดิมไม่ได้ แต่ทุกครั้งจะเริ่มที่ห้องนอนแล้วแยกย้ายเสมอ มีความรู้สึกว่าเสียพลังงานในชีวิตดีๆ มา 4-5 ปีแล้วค่ะ อยากหยุดได้สักที”

จะเอาชนะอะไร ก็ไม่ยากเท่าเอาชนะใจตัวเองค่ะ ทุกอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาให้เราเป็นได้แค่ไหน อยากได้ก็มา อยากลาก็ไป ตอบสนองความต้องการของร่างกาย แต่ไม่ตอบโจทย์ทางใจ ยิ่งเราเป็นผู้หญิงว่าง่าย ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรก็ได้ เขายิ่งสบายใจและสบายตัว ถามว่า ถ้าเขาอยากมีเราเป็นแฟน มันยากตรงไหน เขาคงเห็นอยู่แล้วว่าเราพร้อมจะตาย สุดท้ายเพราะรักเราไม่มากพอจะขอเป็นแฟนหรือเปล่า ของตายหายากเลยไม่อยากเสียไป เราเองก็ดูยินยอมพร้อมใจ ให้เป็นแค่ไหนก็เป็นแค่นั้น ไม่มีใครสามารถปกป้องใคร ถ้าน้องยังไม่ปกป้องร่างกายและจิตใจตัวเอง เพื่อนนอนไม่ต้องเสียงตังค์ มีอะไรกันแล้วจบๆ ไม่ต้องคบก็ได้ เรามีค่ามากมายกว่านั้นน้อง ย้อนกลับไปตั้งแต่เป็นแฟนกันตอน ม.2 ซึ่งเด็กมาก เขาอยากให้เราเป็นอะไร น้องก็ยินยอมพร้อมใจ ทำตามข้อห้าม 23 ข้อของเขา เอาความเป็นตัวของตัวเราไปไว้ที่ไหน บางข้อก็น่ารักดี แต่บางทีก็เกินไป ทำตามข้อห้ามมากมาย สุดท้ายก็ต้องแยกย้ายไปอยู่ดี 


จะรักใครมากแค่ไหน ยังไงเราก็มีสิทธิ์เลือก อย่าปล่อยให้เขาเท่านั้นเป็นคนชี้วัดว่าความรักของเราควรไปทางไหน ความผิดของเขา ครึ่งหนึ่งอาจเกิดจากความผิดของเราที่ยอมให้เขาทำได้ตั้งแต่ต้น คนนะคะ ไม่ใช่ตุ๊กตายาง เป็นของว่างตอนเมา พอเรายอมได้ เขาเลยไม่ต้องปรับปรุงตัวใดๆ ถือว่าเขาอยากได้ เราก็อยากให้ แล้วก็ต่างคนต่างไปสบายใจดี 4-5 ปีแล้วค่ะ ถ้าเราคาดหวังว่าจะเอาความอดทนแลกกับการเป็นคนในใจของเขา เราคงไม่สมหวังแล้ว นอกเหนือจากรัก ต้องมีความใส่ใจและให้เกียรติ ไม่ใช่มาเบียดแล้วแยกย้ายเราเป็นหัวใจของพ่อแม่ อย่ายอมให้เขามาทำอะไรแย่ๆ กับหัวใจพ่อแม่ของเราแบบนี้ คุณค่าของเรา อยู่ที่เราวางตัวยังไง ไปเรียกร้องจากเขาไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ให้ความรักกับตัวและหัวใจของตัวเองมากพอ ก็ต้องรอเวลาเหลือๆ ของเขาอยู่ร่ำไป 
  
คุยกับตัวเองก่อน รักตัวเองให้มากๆ จะได้ยากต่อการโดนเอาเปรียบ เจอเขาแต่ละครั้ง อย่าจบลงเหมือนเดิมทุกครั้ง แล้วมานั่งตัดพ้อว่าเขาคลุมเครือ หรือจริงๆ เขาชัดเจนแล้วว่า เราเป็นได้มากที่สุดก็แค่ของเล่น ถ้าอยากเป็นของจริง คงต้องทิ้งเขาซะที ดีกว่า เฝ้าดีใจทุกครั้งที่เขาเมา แล้วทำเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้าเวลาที่เขามีสติ รักเขา เขาไม่รัก ยังไงก็เจ็บ แต่ยังดีกว่า ไม่รักแต่กั๊กๆ เอาไว้ เขาอาจไม่ได้ให้ความหวัง แต่เราที่ยังหลอกตัวเอง วันนี้ยังทำไม่ไหวไม่เป็นไร พยายามต่อไป ทำใจไม่มีอะไรง่าย แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้นี่นา ลองดู...