เปิด สนามพระวิภาวดี ลองวีกเอนด์ ด้วยอมตะวาจาของ หลวงปู่มั่น ว่า “คิดอย่างไร เชื่ออย่างนั้น เชื่ออย่างไร ทำอย่างนั้น ทำอย่างไร นิสัยอย่างนั้น นิสัยอย่างไร สันดานอย่างนั้น สันดานอย่างไร ได้รับชะตากรรมอย่างนั้น.....
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส องค์นี้เข้าตำราพระแท้ดูง่าย และสภาพสมบูรณ์ สวยเข้าขั้นพระประกวด เพราะฟอร์มทรงสมส่วน พิมพ์พระที่คมชัดทุกเส้นศิลป์--จะเสียแต้มนิดนึง ก็ตรงผิวเนื้อที่เสียหายไปกับการ ลอกคราบกรุ ที่ขาดความระมัดระวัง.....
องค์นี้เป็นพระในวงการ ที่สายพระสมเด็จหลายคนต้องจำได้ เพราะมีการซื้อขายวนเวียนเปลี่ยนมืออยู่เสมอ อยู่กับคนในวงการบ้างคนนอกวงการบ้าง เป็นสมบัติผลัดกันชม เห็นได้จากรายชื่อเจ้าของที่เปลี่ยนไปไม่เคยซ้ำ.....
...
เพราะเป็นพระดี มีคุณภาพ จึงขายคล่อง ซื้อสบายใจ ขายไร้ปัญหา อย่างครั้งนี้ส่งภาพมาในชื่อของ เสี่ยช้าง ท่าดินแดง นักนิยมพระเครื่องระดับยอดนิยมชั้นดีมีคุณภาพอีกคน.....
ต่อด้วย พระนางพญา พิมพ์เข่าตรงกรุวัดนางพญา พิษณุโลก อีกองค์ของ เสี่ยช้าง ท่าดินแดง เป็นพระแท้ดูง่ายและสวยมากเช่นกัน ยืนยันความเป็นนักนิยมพระชั้นดีมีคุณภาพ.....
น่าเสียดายที่มีรอยชำรุดจิ๊ดนึง ตรงปลายพระเกศ แต่เป็นแค่รอยข่วน ไม่ถึงกับเป็นแผลแตก เพราะส่องละเอียดยังเห็นเส้นปลายพระเกศอยู่ครบ สมบูรณ์.....
หากไม่มีจุดนี้ ได้แขวนป้ายเป็นพระแชมป์แน่นอน เพราะดูตรงไหนก็งามโดนใจ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง การตัดข้าง ริ้วเหนือขอบ ฟอร์มองค์ก็ตัดได้สัดส่วนทั้งสามด้าน พิมพ์พระกดลึกติดชัดสม่ำเสมอ เนื้อพระมีมวลสารครบเครื่องเข้มข้น อยู่ในขั้นเนื้อจัด สภาพคราบผิวถูกต้องตรงตามตำรา ทั้งฝ้าขาว ราดำ จุดน้ำตาล (ว่านดอกมะขาม) มีอายุความเก่าถึงยุค ที่สำคัญคือเป็น พระหน้าใหม่ เห็นแล้วตื่นเต้น ตื่นตา ส่วนราคาไม่ได้ถาม กลัวตื่นตกใจ.....
อีกองค์คือ พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ของ เสี่ยรังสรรค์ ทับแก้ว หรือฉายาวงการพระ ดามส์ สุพรรณ เซียนเสียงเหน่อ วันนี้มีทีเด็ด เป็น พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ องค์งามๆ ดูง่ายมากๆ.....
เห็นแล้วก็รู้สึกเจริญตากับพระสภาพสมบูรณ์ คราบฝ้ารากรุปรากฏเดิมๆ พิมพ์พระที่คมจัดชัดเจน เนื้อพระละเอียดนุ่มแน่นเนียนตาสีเนื้อเหลืองนวลแบบผิวไผ่สุก ซึ่งเป็นสีเนื้อที่ดูลึกซึ้งได้รับความนิยมสูงสุด.....
ขึ้นเหนือไปดูพระสวย ๕ ดาว พระบาง กรุวัดดอนแก้ว ลำพูน ของ เสี่ยปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์ซึ่งตอกย้ำความเป็น ๑ ในสกุลพระเครื่องเมืองลำพูน ที่มีชื่อเสียง นิยมสูงในปัจจุบัน.....
ครั้งก่อนบอกไปแค่ว่า ค้นพบใน กรุพระวัดดอนแก้ว ใหญ่สุด กับกรุบ้านครูขาว ที่อยู่ใกล้กัน และอีกกรุสำคัญคือ กรุวัดพระคง วันนี้ขอบอกจุดสังเกตความแตกต่างอีกนิด ว่าของกรุวัดดอนแก้ว พิมพ์พระจะติดชัดงดงามมีรายละเอียดในเส้นสายลายศิลป์พลิ้วไหว และมีความประณีตบรรจงในการกดพิมพ์ออกมาได้เรียบร้อยสวยงามกว่าทุกกรุ เพราะไม่ปรากฏว่าพระกรุวัดดอนแก้วมีลักษณะบิดเบี้ยวแม้แต่องค์เดียว.....
...
และ เนื้อพระด้านหลัง กรุวัดดอนแก้ว จะ บางกว่าของกรุวัดพระคง ส่วนของ กรุบ้านครูขาว มีลักษณะโดยรวมเหมือน กรุวัดดอนแก้ว แต่ก็มีจุดสังเกตแยกได้ที่ พิมพ์พระจะดูตื้นกว่า และมักมีติดแน่นในผิวเนื้อ--โดยสรุป พระบางกรุวัดดอนแก้ว องค์รวมดูเรียบร้อยลงตัวงามตาสมชื่อ พระบาง มากกว่ากรุอื่นๆ.....
ตามมาด้วย พระพุทธรูปบูชา พุทธศิลป์สมัยกำแพงเพชร-อยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๑–๒๒ หน้าตัก ๗ นิ้ว.....
พุทธศิลป์บอกอายุสมัยความคาบเกี่ยวของพุทธศิลป์สองแผ่นดิน คือ พุทธศิลป์สุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชร ซึ่งมีเอกลักษณะชัดเจนที่รายละเอียดในพระพักตร์ ทั้งเม็ดพระศกที่มีขมวดละเอียดเล็กลง พระขนง พระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ ความอ่อนช้อยงดงามลดลง มีความขึงขังมากขึ้น.....
...
องค์พระก็มีลักษณะแข็ง ไม่สะโอดสะองอย่างพุทธศิลป์สุโขทัย และฐานองค์พระเป็นแบบสามขา บ่งบอกถึงการรับเอาอิทธิพลพุทธศิลป์สมัยอยุธยายุคต้นเข้าผสมผสาน เห็นได้ชัดจากองค์นี้ของ เสี่ยเฉลียว ตาดชูวงษ์ ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปบูชาอีกยุคสมัย ที่ได้รับความนิยม เวรี่มาก.....
อีกสำนักคือ พระพิมพ์นางกวัก เนื้อผงจุ่มรัก หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี.....
อาจแปลกใจว่ามีพระพิมพ์นี้ในสกุลหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ด้วยหรือ ก็ขอบอกต่อว่า ในวงการรู้ว่ามี และหากันมานานแร้ว แต่ที่ไม่รู้กันแพร่หลายเพราะจำนวนพระมีน้อยมาก.....
ข้าพเจ้าเองก็เคยเห็นเพียงรูปภาพในหนังสือพระเครื่องเมืองชลบุรี กับได้ยินนักนิยมพระปิดตา หลวงพ่อแก้ว พูดถึงมานาน ครั้งนี้ เสี่ยวุฒิ ชะอำ ส่งภาพพระมาโชว์ให้เปิดตา พร้อมใบประกาศการันตีลงชื่อ ประธานสมาคมฯกำกับ.....
...
พิจารณาภาพโดยละเอียด เป็น พระพิมพ์เดียวกันเนื้อเดียวกัน แต่คนละองค์กับในหนังสือ ก็ทำให้ชัดเจนว่ามีพระพิมพ์นี้ในทำเนียบแน่นอน ที่สำคัญสวยสมบูรณ์กว่าด้วย.....
อีกองค์เป็น พระปิดตามหาอุด เนื้อผงคลุกรัก พิมพ์ใหญ่ พระครูชลโธปมคุณมุนี หรือหลวงปู่เจียม วัดกำแพง ชลบุรี พระเกจิอาจารย์ ผู้สร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก มีชื่อเสียงได้รับความนิยม อยู่ในทำเนียบพระปิดตา๕ เสือเมืองชลบุรี.....
ไล่เรียงลำดับตามความนิยมกันอีกครั้งเป็น ๑.พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ๒.พระปิดตา หลวงปู่ภู่ วัดนอก ๓.พระปิดตา หลวงพ่อโต วัดเนินฯ ๔.พระปิดตา หลวงปู่เจียม วัดกำแพง ๕.พระปิดตา หลวงพ่อครีพ วัดสมถะ.....
ตามประวัติบันทึกมีว่าทั้ง ๓ พระเกจิฯ หลวงพ่อแก้ว หลวงปู่ภู่ หลวงพ่อโต เป็นพระเกจิฯจากเมืองเพชรบุรี จาริกธุดงค์ลงเรือข้ามฝั่งทะเลมาสร้างศรัทธา สร้างวัดเป็นเจ้าอาวาส สร้างพระปิดตามีชื่อเสียง ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงอยู่ที่เมืองชลบุรี .....
ทั้ง ๓ ท่านได้ถ่ายทอดวิชาพุทธาคมและวิชาสร้างพระปิดตาให้ไว้กับศิษย์เพียง ๑ เดียวคือ หลวงปู่เจียม วัดกำแพง ซึ่งมีกำเนิดเป็นชาวเมืองชลบุรีโดยแท้.....
ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๓๙๘ ในแผ่นดิน ร.๔ อายุครบอุปสมบทอยู่ที่วัดกำแพง เป็นเจ้าอาวาสถึงอายุ ๔๔ พรรษา ๒๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ และฐานาสุดท้ายได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชลโธปมคุณมุนี ทำหน้าที่สังฆปาโมกข์ เจ้าคณะใหญ่ เมืองชลบุรี มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๕ พ.ย. ๒๔๕๔ สิริอายุ ๕๖ ปี พรรษา ๓๔.....
ตลอดอายุท่านสร้างพระปิดตาตามตำรับพระอาจารย์ทั้ง ๓ ท่าน โดยแสดงความเป็นศิษย์ด้วยการนำแบบรูปทรง แบบพิมพ์ เนื้อมวลสาร อักขระเลขยันต์ มารวม สร้างเป็น พระปิดตา ที่ได้รับความนิยมเล่นหาสูงคือ พิมพ์พระปิดตามหาอุด พิมพ์ใหญ่ เศียรโต หลังยันต์อุ (ชี้ฟ้าชี้ดิน) และมีแบบบรรจุเม็ดกริ่งด้วย พระปิดตามหาอุด พิมพ์เล็ก และพระปิดตาพิมพ์เจียมภู่.....
องค์นี้เป็น พระพิมพ์ใหญ่ ของเสี่ยศุภชัย สายัณห์ ที่ปัจจุบันมีราคาค่าความนิยมหลักล้าน ไล่หลังของพระอาจารย์มาติดๆ.....
ต่อมาคือ พระรูปเหมือน(ปั๊ม) พิมพ์นิยม A เนื้ออัลปาก้า หลวงพ่อเดิม พุทธสโรวัดหนองโพธิ์ อ.พยุหะคีรี นครสวรรค์ อมตะพระเกจิอาจารย์ ผู้มีชื่อเสียงด้านวิชาพุทธาคมสูงสุดของชาวเมืองนครสวรรค์ ได้รับการยกย่องเป็น เทพเจ้าของชาวเมืองปากน้ำโพด้วยเมตตาบารมีสูงส่งมีเมตตาอนุเคราะห์สาธุชน.....
ท่านนั่งช้างเดินทางเป็นประธานสร้างวัดไว้ทั่วนครสวรรค์ มีชื่อเสียงมากด้วยอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏจากพระเครื่องของขลังที่ท่านสร้าง ทั้งตะกรุด ผ้ายันต์รอยมือ รอยเท้า มีดหมอเทพศาสตรา พระเครื่อง เหรียญ และรูปเหมือน อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยศิลป์ชัย ธนาภากร ซึ่งถือเป็น รูปเหมือนจำลอง รุ่นแรก ที่สร้างออกที่วัดหนองโพธิ์ เพื่อหารายได้สร้างพระอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๒.....
เป็นเนื้อโลหะสองชนิด คือ โลหะผสม และ เนื้ออัลปาก้า อย่างองค์ในภาพ สร้างด้วยวิธีการปั๊มด้วยเครื่องจักร แม่พิมพ์มีบล็อกเดียว แต่เมื่อใช้ไปแม่พิมพ์เกิดมีความสึกหรอ องค์พระจึงมีความแตกต่างในความคมชัด และเกิดจุดตำหนิ ทำให้นักนิยมพระแยกเล่นเป็นพิมพ์ A BC D.....
องค์นี้เป็น พิมพ์นิยม A ที่มีสภาพสวยเดิมๆ ได้รับความนิยมแสวงหา เป็น รูปเหมือนพระ เกจิ อาจารย์อันดับ ๒ ของวงการ รองจากรูปเหมือน หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ราคาค่าความนิยมองค์งามๆอย่างนี้ขึ้นถึงหลักล้านแล้วแน่ๆ.....
เรื่องปิดท้ายอาทิตย์นี้ เล่าถึง ลุงศักดิ์สิทธิ์ ข้าราชการเกษียณ อายุ ๗๐ ปี ได้รับการแนะนำให้รู้จักเซียนพระใหญ่ นิสัยดี คุยกันถูกคอ ถึงกับยอมให้ไปตรวจเช็กพระที่มีสะสมไว้กว่า ๓ พันองค์ โดยนัดให้ไปพบที่บ้าน.....
ถึงวันนัด ลุงศักดิ์ และเมียก็ต้อนรับเซียนพระอย่างดีใจ ทักทายพอหายเหนื่อย เซียนพระก็ขอดูพระเลย เพราะเกรงว่าต้องใช้เวลามาก แต่เวลาผ่านไปเพียงชั่วโมง ก็ดูเสร็จ ปรากฏว่าพระกว่า ๓ พันองค์ มีพระแท้เป็นของพระเกจิฯยุคหลังเพียง ๗-๘ องค์--ขอแทรก เรื่องแบบนี้ ข้าพเจ้าเคย เจอมาบ่อย เพราะมักมีผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย ขอให้จัดเซียนพระเก่งๆไปเช็กพระให้พรรคพวกระดับผู้ใหญ่ที่บ้าน แล้วก็เจอแบบเนี้ย คือเก๊ ๙๕% ที่แท้ ๕% ก็ไม่สวย .....
ก่อนกลับ เซียนพระพยายามพูดปลอบใจ ลุงศักดิ์สิทธิ์ ให้หายเครียดว่า นี่ถ้าพระลุงเป็นพระแท้ทั้งหมด ไม่ต้องขาย เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พระแท้ ให้คนเข้าดู รับรองรวยแน่ ทำให้ ลุงศักดิ์ ที่มีท่าทางเซื่องซึม ยิ้มแฉ่ง.....
พอส่งเซียนพระเสร็จ แกก็เดินยิ้มเข้าบ้าน เมียก็สงสัยถามว่า พระที่สะสมมาทั้งชีวิตเก๊หมด ทำไมยังยิ้มได้ ลุงศักดิ์ ลงนั่งข้างเมีย ตอบเสียงดังฟังชัดว่า ในวิกฤติย่อมมีโอกาส เพราะเซียนพระบอกว่าถ้าเปิดพิพิธภัณฑ์พระแท้ รวยแน่ ฉันก็ได้ไอเดียจะเปิด พิพิธภัณฑ์พระเก๊ เชื่อว่ามีคนอยากดูแน่.....
เหตุผลฟังแล้วก็เข้าท่าคือ เก๊เป็นครู คือถ้าคนดูจำ พระเก๊ กว่า ๓ พันองค์ได้หมด ก็น่าจะดูพระเป็นขึ้นเยอะ เพราะนอกจากพระเก๊ของลุงแล้ว พระอื่นก็ต้องแท้เกือบหมด เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง