พิมพ์พระสมเด็จ องค์นี้กดติดพิมพ์ค่อนข้างลึก เส้นสายนูนเด่น ไม่เป็นข้อกังขา เป็นพิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์คุ้นตา วงการเรียกว่า “ฐานสิงห์แคบ”
ปัญหาที่ควรเป็นข้อพิจารณา คือเนื้อ พระสภาพเดิมๆ และผิวฝ้า ไม่ราบเรียบผ่องใส ดูเป็นขุยทั้งขุยขาว ขุยน้ำตาล บางแห่งเป็นปุ่มเป็นปม ดูผิวเผินคล้ายคราบกรุ
แต่เมื่อ “เข้าแว่น” ดูให้ลึกๆ ทั้งหน้าหลัง แล้ววางแว่น ดูด้วยสายตาปกติ พระสมเด็จองค์นี้ เป็นวัดระฆัง ฝ้าและขุยที่เห็น เป็นเพียงขี้เกลือจากเหงื่อสมัยที่ถูกใช้ รวมกับฝุ่นไคล คลุกลงจับปื้นรัก ที่ยังพอมีเหลือไว้ในผิวพื้น
พระสภาพนี้ วิธีพิสูจน์ง่ายๆ นิมนต์ท่าน “สระสรง” ลงน้ำอุ่นใช้พู่กันปัดไล่ไคลฝุ่นออก ก็จะปรากฏเนื้อพระที่ผ่องใส เห็นปื้นรักสีแดงแกมน้ำตาลชัด...นี่คือพระสมเด็จวัดระฆังที่ดูได้ง่ายๆ ไม่มีข้อสงสัย
พระสมเด็จวัดระฆัง สภาพที่เคยใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง และถูกเก็บไว้อีกเวลาหนึ่ง...ปรากฏฝ้าและขุย เหมือนหยักไย่ สภาพที่แห้งบริสุทธิ์อย่างนี้ ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนัก
พระสมเด็จวัดระฆัง ที่ผ่านวงการ...มีภาพออกในหนังสือพระแท้มาตรฐาน ผ่านการ “สระสรง” สะอาดเกลี้ยงเกลาแล้วทุกองค์ ข้อดีพระที่สะอาด ไม่ต้องสะดุดตากับคราบเหงื่อไคลที่เกิดจากการถูกใช้ตามธรรมชาติ และเหงื่อไคลจากความตั้งใจขัดแต่ง
ค่านิยมวงการพระเครื่องรุ่นโบราณทั้งเนื้อดิน เนื้อผง พระที่ผ่านการใช้ สึกช้ำ พระสมเด็จเรียก “เงาสว่าง” พระเนื้อดิน ถ้าเป็นดินละเอียดนุ่ม เรียก “ผิวน้ำผึ้ง” ถ้าเป็นดินหยาบ ใช้ช้ำมากเรียก “เนื้อมะขามเปียก”
พระเก่าแท้ ที่ผ่านการใช้ กลายเป็นค่านิยม... ใครได้พระสภาพดิบๆเดิมๆ ก็มักต้องเอามาขัดแต่งใบตองใช้กับเนื้อดิน ถ้าเป็นเนื้อผง กระทั่งรุ่นครู อย่าง “ตรียัมปวาย” ท่านยังสอน “กรรมวิธีทำสว่าง” ด้วยผงแป้ง ครีม สำลีเอาไว้
...
แต่ครูก็แนะไว้ด้วยว่า เงาสว่างทำได้กับ พระสึกช้ำที่ซีดหมอง แต่จะดีกว่า ถ้าพบพระ สภาพเดิม เนื้อแห้งบริสุทธิ์ ก็ให้รักษาให้คงสภาพไว้
สำหรับคนดูพระเป็น “ให้ความซึ้งใกล้เคียงกัน”
ย้อนกลับมาที่พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูมองค์นี้ สภาพผิวฝ้าพระองค์นี้ เซียนมักจะบอกว่า “พระสองคลอง” ความหมาย อาจดูเป็นวัดระฆัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรีก็ได้ เป็นวัดใหม่อมตรส ริมคลอง บางขุนพรหม ฝั่งกรุงเทพฯก็ได้
อีกความหมาย พระสองคลอง คือ พระสมเด็จ วัดระฆัง ที่ถูกนำมาบรรจุกรุไว้ร่วมกับพระกรุวัดใหม่อมตรส
พระวัดระฆังสร้างราว พ.ศ.2409 เนื้อแห้งมากระดับหนึ่ง เมื่อเอามาอยู่ในกรุจะไม่ เกิดเป็น คราบกรุปื้นหนา อย่างดีก็มีฝ้าบางๆ บอกริ้วรอยเอาไว้บ้าง
ส่วนพระชุดวัดใหม่อมตรส สร้างปี 2413 เอาใส่พระเจดีย์ เนื้อพระเพิ่งหมาดๆ ยังไม่แห้งสนิท เมื่อเจอสภาพอับชื้นในกรุ ครูตรียัมปวายว่าเป็นธาตุหินปูนปนสนิมเหล็ก คราบไคลก็ค่อยสะสม เป็นปื้น เป็นปุ่ม เป็นปม บางและหนา
พระกรุบางขุนพรหม ชุดที่ตกเบ็ดขึ้น เมื่อ ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) อยู่ในกรุ 23 ปี มีฝ้าบางๆ
แตกต่างจากชุดที่เปิดกรุ เมื่อ พ.ศ.2500 พระชุดนี้อยู่ในพื้นกรุ ที่เจอทั้งความอับชื้น ความร้อน บวกน้ำท่วมน้อยใหญ่รวม 87 ปี ฝ้าและคราบจึงออกมาหนา
คราบพระกรุอย่างที่ว่า หากเอาตะไบมาเขี่ย จะปรากฏความแกร่งด้วยเสียง “แกร๊ก”
เอาความรู้นี้มาใช้ดูพระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมก็จะเห็นได้ชัดเจน เป็นเพียงขุยฝ้าและไคลที่เกิดจากถูกเก็บไว้นาน ไม่ใช่คราบหนาที่สะสมมาจากในกรุ แต่ประการใด
ฝึกวิทยายุทธพระสองคลองนี้เอาไว้... พระสภาพนี้ เวลาเซียนซื้อ ก็ว่า บางขุนพรหม ราคาหนึ่ง แต่เวลาขาย ล้างคราบไคลฝุ่นฝ้า ออก ก็จะเป็นวัดระฆัง อีกราคาหนึ่ง ว่ากันเป็นหลักล้าน สิบล้านกันไปเลย.
O พลายชุมพล O