มีคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกชายวัยรุ่น ม.ปลาย มาปรึกษาครูเคทเรื่องลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าวและหงุดหงิดกับคนในบ้าน และยกตัวอย่างพฤติกรรมที่พ่อแม่ต้องการให้ลูกปรับปรุง เช่น เมื่อถึงเวลาทานอาหารพ่อต้องเรียกให้มาทานถึง 5 ครั้ง จึงจะยอมอออกจากห้องมาทาน พ่อต้องการให้ลูกนอนไม่เกินสามทุ่ม พอพ่อบอกให้ไปนอน ลูกสวนกลับมาว่ารู้แล้วไม่ต้องมาคอยบอก และปัญหาใหญ่ของครอบครัวไทยวันนี้คือลูกติดเน็ต พ่อเลยถอดเน็ตออก ลูกยิ่งโมโหบอกว่าจะอะไรนักหนา วันศุกร์เขาควรได้เล่นอะไรสบายใจบ้าง แม้ว่าลูกชายจะมีพฤติกรรมที่พ่อแม่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ แต่ข้อดีก็คือเขาเรียนเก่งมากถึงขั้นอัจฉริยะเลยทีเดียว

พอได้คุยกับลูกชาย สิ่งแรกเลยที่เขาถามครูเคทคือ “ครูเคทจะช่วยให้ผมลดอัตตาของผมลงได้หรือไม่ครับ” พอถามว่าอะไรทำให้เขาคิดอย่างนั้น เขาตอบว่าเขาเริ่มรู้สึกว่าคนอื่นๆ ไม่ฉลาดเท่าเขา เขารำคาญ เขารู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีที่จะมองคนอื่นว่าด้อยกว่าตัวเอง แต่เขาก็หยุดคิดไม่ได้ ที่โรงเรียน เขาสามารถคิดไปได้ก่อนล่วงหน้าแล้วว่าครูจะสอนอะไรต่อไป มันทำให้เขาเบื่อเรียน เวลาพ่อแม่พูดอะไร เขาก็สามารถคิดไปก่อนได้ว่าเดี๋ยวพ่อแม่จะพูดว่าอะไร ทำให้เขาดักทางได้และรู้สึกเบื่อพ่อแม่ เวลาเล่นเกมกับเพื่อนๆ เขาก็สามารถอ่านแพทเทิร์นการเล่นของเพื่อนๆ ได้จึงทำให้เล่นชนะตลอดและเบื่อที่จะเล่นกับเพื่อน ดูแล้วเขาน่าจะเป็นคนที่มีความสามารถเหนือคนอื่นและน่าจะมีความสุขที่เห็นความสามารถของตนเอง แต่เขากลับไม่มีความสุขเพราะทุกอย่างรอบๆ ตัวเขาน่าเบื่อไม่มีอะไรน่าท้าทาย

นี่คือปัญหาของเด็กรุ่นใหม่ที่ถูกผลักดันจากพ่อแม่ให้แข่งขันกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา จนไม่มีเวลาทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง สมองของเขาคิดไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เป็นปัจจุบันอยู่ตรงหน้าได้ เช่น มองไม่เห็นความสนุกของการมีเพื่อน การได้เล่นกับเพื่อน การพูดจามีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน เพราะมัวแต่คิดวางกลยุทธ์เพื่อการเอาชนะ การเรียนหนังสือก็เช่นกัน เขาคิดไปข้างหน้าตลอดเวลา จนมองไม่เห็นบรรยากาศของการเรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อนๆ มองไม่เห็นว่าคนเรามีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เขามุ่งแต่จะต้องรู้ให้มากขึ้นๆ แต่เขาไม่รู้ว่าความรู้นั้นจะทำให้เขาและคนอื่นเป็นสุขได้อย่างไร เขาเป็นเพียงเด็กที่พุ่งไปข้างหน้าให้เหนือคนอื่น และมีความรู้มากมาย ยกเว้นเรื่องเดียว คือการทำให้ตัวเองมีความสุขอย่างแท้จริง

...

ดังนั้น พ่อแม่ควรช่วยให้เด็กหัดมองคนอื่นๆ ผ่านสายตาคนอื่นบ้าง สร้างทักษะในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นบ้าง สอนให้รู้ว่าในโลกนี้วิธีที่ดีที่สุดไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว ความสุขไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จ หากแต่อยู่ที่กระบวนการและประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานไปจนกว่าจะถึงเป้าหมายแห่งความสำเร็จต่างหาก และที่สำคัญ พ่อแม่ต้องไม่นำความคาดหวังของตัวเองไปใส่ไว้ที่ลูกค่ะ

ใครมีปัญหา ลูกเรียนไม่เก่ง ไม่รู้จะทำอะไรในอนาคต ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ