มีสุภาพสตรีผู้ติดตามคอลัมน์คนดังนั่งเขียนของไทยรัฐออนไลน์เขียนมาถามครูเคทว่า ตนเองทำธุรกิจออนไลน์แล้วมีลูกค้าชายรายหนึ่งเริ่มทักมาในไลน์เพื่อสอบถามปัญหาของสินค้าที่ซื้อไป ซึ่งในตอนแรกเธอก็ตอบให้คำแนะนำไป ต่อมาเขาเริ่ม เข้ามาสวัสดีตอนเช้าด้วยการส่งสติกเกอร์ เธอก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะพวกว่างจัดเหงาจัดก็มักจะส่งสติกเกอร์รูปดอกไม้รูปวิวอะไรมาทุกเช้าอยู่แล้ว ต่อมาก็เริ่มเข้ามาทักหรือมาคอมเมนต์รูปโปรไฟล์ว่าน่ารักจังอะไรทำนองนี้ หรือส่งคำคมอะไรมาทำนองให้กำลังใจกัน จากนั้นก็เริ่มขอเป็นแฟนจะได้หรือไม่ ฯลฯ เธอจึงถามว่าจะทำอย่างไรดี จะด่าไปก็กลัวจะเสียลูกค้าเสียธุรกิจ เพราะเขาก็ยังสั่งของอยู่เรื่อยๆ แต่ตัวเธอนั้น ไม่ต้องการความสัมพันธ์ในลักษณะนี้

เรื่องชายขี้หลีนี้มักทำให้ผู้หญิงที่ไม่มีใจให้หงุดหงิดมากนักต่อนักแล้ว สาเหตุที่ผู้ชายพวกนี้เข้ามาหลี หากมองในแง่ดีก็คือ เขาสนใจในตัวเราก็แสดงว่าเรายังมีอะไรดีที่ทำให้มีคนมาสนใจ แต่ที่เราไม่พอใจก็เพราะว่าคนพวกนี้กำลังล้ำเส้นเข้ามาในเขตความเป็นส่วนตัวของเราโดยที่เราไม่ยินยอม หลายคนอาจจะโต้แย้งว่าก็เราเองเป็นคนอนุญาตให้เขาเข้ามาในเขตของเราเอง เพราะการรับให้เขาเป็นเพื่อนในโซเชียลมีเดียกับเราก็เท่ากับว่าเปิดให้เขาเข้ามาในพื้นที่ของเรา หากต้องการป้องกันปัญหาอย่างนี้ ก็ควรแยกธุรกิจกับส่วนตัวให้ชัดเจน ควรแยกเบอร์โทรและบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ ออกจากบัญชีส่วนตัว อย่างไรก็ตาม หากแยกไม่ทันเสียแล้ว เพราะพวกขี้หลีเริ่มออกลายเมื่อเห็นเราใจดีด้วย อย่างนี้ก็ต้องมีวิธีการจัดการให้เด็ดขาด

1. ใช้ความเงียบสยบความคะนอง พวกขี้หลีนี่จริงๆ เป็นคนที่ขี้เหงาและอาจจะขาดความเชื่อมั่นใจตนเองอย่างลึกๆ จึงต้องทำอะไรห่ามๆที่คนดีๆ คนอื่นเขาไม่ทำกันเพื่อตอกย้ำว่าตัวเองมีความสามารถมีคุณค่าเพื่อให้ตัวเองเกิดความเชื่อมั่น ดังนั้น สิ่งที่พวกขี้หลีจะไม่ชอบมากที่สุดคือการถูกมองเป็นอากาศธาตุไม่มีตัวตนและไม่มีใครเล่นด้วย ดังนั้น ควรบล็อกไลน์หรือหากยังเสียดายความสัมพันธ์ทางธุรกิจไม่อยากเสียลูกค้า ให้รอเวลาเปิดอ่านข้อความสัก 1-2 วัน ไม่ต้องรีบอ่าน และไม่ต้องรีบตอบอะไร การตอบโต้จะทำให้พวกขี้หลีทึกทักเอาเองว่าเรามีใจให้

...


2. ทำให้รู้ว่ามีคนอื่นรู้ หากพวกขี้หลีส่งข้อความไม่เกี่ยวกับธุรกิจ ก็ไม่ต้องไปสั่งสอนหรือด่าตอบโต้ แต่อาจส่งโบรชัวร์หรือข้อความโปรโมชั่นสินค้าอะไรไปให้ก็ได้ พวกขี้หลีก็จะเริ่มคิดว่าไลน์อันนี้เป็นของกิจการจริงและมีพนักงานหลายคนช่วยกันดูแลไลน์นี้ นั่นแปลว่าจะมีคนอีกมากมายที่เห็นข้อความเห่ยๆ ในการจีบหญิงอันไร้สาระของเขา เขาก็จะรู้สึกอายและค่อยๆ หยุดพฤติกรรมนี้ไปเอง

3. ตัดออกจากโลกของเรา หากทำตามข้างบนนี้แล้ว เขายังตื๊ออยู่อีก อย่างนี้ก็ควรตัดเขาออกจากโลกโซเชียลของเราได้แล้ว บล็อกไลน์ บล็อกโทรศัพท์ บล็อกเฟซบุ๊ก ทุกช่องทางการติดต่อ ลูกค้าห่วยๆ อย่างนี้ไม่ต้องเอาไว้ หรือหากยังเสียดายธุรกิจอยู่ให้แจ้งเขาว่าจะมี จนท. คนอื่นดูแลเขาแทน และส่ง contact ของ จนท. คนอื่น (ควรเป็นผู้ชาย)ไปให้เขาทราบ

4. หากเหลือทนให้แจ้งความ ในกรณีที่เขารุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคุณมากเกินไปจนคุณไม่สบายใจแล้ว ควรแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพวกขี้หลีต่อไป ดังนั้น อย่าลืมถ่ายภาพหน้าจอข้อความต่างๆ ที่เขาส่งมากวนใจเอาไว้ใช้ในการดำเนินคดีนะคะ

ใครมีปัญหา ลูกเรียนไม่เก่ง ไม่รู้จะทำอะไรในอนาคต ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ