เพิ่งขึ้นไปกราบท่าน ว.วชิรเมธีที่ไร่เชิญตะวันมาค่ะ พระอาจารย์ดู Clubfriday The Series ในบางตอน และบอกว่านี่คือสื่อที่สอนธรรมะดีที่สุดวิธีหนึ่ง คือการเล่าผ่านละคร เพราะคนไทยมักดูละครแล้วย้อนดูตัว เลยได้นั่งคุยปัญหาความรักของคนยุคนี้ทั้งทางโลกและทางธรรม พระอาจารย์พูดประโยคหนึ่งชอบมากเลยค่ะ “ก่อนตัดสินใจเลือกใคร ช่วยทำวิจัยกับเขาซะหน่อย อย่าปล่อยให้ใช้แต่ความรู้สึกนำทาง” กว่านักวิจัยจะวิจัยเรื่องไหนสักเรื่อง ต้องใช้เวลา ใช้โจทย์นั้นโจทย์นี้ ทำการทดลองเพื่อให้ผลที่ได้มา ชัดเจนและแน่นอนที่สุด ความรักก็เช่นกัน 

เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา มีสายหนึ่งโทรฯ เข้ามาใน Club Friday เป็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่เจอแฟนจากโปรแกรม chat ชื่อดัง ตามประสาคนที่ตามเทคโนโลยีไม่ค่อยทัน เลยถามน้องไปว่า “นี่คือ chat ที่เขาเอาไว้เขย่าๆหาคู่ใช่ไหม” น้องบอกว่า “ไม่ใช่ค่ะ หนูแค่อยากหาเพื่อน แล้วก็มาเจอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นรุ่นน้อง แต่มารู้ตอนที่ตัวเองท้องแล้ว” อ้าว!! ไหนบอกว่าจะหาเพื่อนทำไมเลื่อนมาเป็นพ่อของลูกเร็วจัง คุยกันแค่สองอาทิตย์เท่านั้น ก็เร่งสร้างครอบครัวแบบกะทันหันซะแล้ว และไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ค่ะ ฝ่ายชายยืนยันชัดว่า ไม่พร้อม ใช่ลูกเขาจริงหรือเปล่า?? นอกจากไม่รับผิดชอบ สิ่งที่เขาตอบแสนจะดูถูก ลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ให้เขาล่วงเกินร่างกายง่ายไป เขาเลยมองได้ว่าเราง่ายแบบนี้กับทุกคน สิ่งเดียวที่ชื่นชมหัวใจน้องคือ น้องไม่มีความคิดจะทำแท้ง ของขวัญจากฟ้าเมื่อเขาเกิดมา น้องต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด น้องเล่าว่า “โชคดีที่พ่อแม่ของหนูเข้าใจ” ... ค่ะเข้าใจไม่ได้แปลว่า ไม่เสียใจ ร่างกายลูกที่พ่อแม่ถนอมมาทั้งชีวิต เราคิดน้อยไปนิดที่ยอมให้ความรู้สึกนำทางไป จนสมองตามมากำกับหัวใจไม่ทัน

...

พอพ่อแม่ของฝ่ายชายรู้ ก็พาน้องเข้าไปอยู่ในบ้าน บอกว่ารอให้คลอดออกมาค่อยตรวจ DNA กันอีกที ตอนนี้ผู้ชายไม่กลับบ้านแล้วค่ะ น้องเล่าว่า “พี่คิดดู เขาพาผู้หญิงไปอยู่ด้วยกันข้างนอก ทั้งที่หนูท้องอยู่ เขารู้ทั้งรู้ว่าหนูต้องการการดูแล แต่เขาไม่แยแส บางวันพาผู้หญิงเข้ามาในบ้านด้วยนะคะ ทำเหมือนหนูไม่มีชีวิตจิตใจ” เฮ้อ.. ไม่มีอะไรน่ามหัศจรรย์ใจค่ะน้อง เขาไม่ได้วางเราไว้เป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่พรหมลิขิต แค่ลมเพลมพัด ซัดคนสองคนมาเจอกันแล้วก็จากไป ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ เพราะความรู้สึกทางกาย ไม่ใช่ความรู้สึกทางใจ ไม่ได้ผ่านการเรียนรู้ ต่อสู้ ใช้เวลา หรือแม้แต่ทำความเข้าใจความต่างของคนสองคน  เราเองป้องกันตัวเองน้อยไป พอเจอผู้ชายไม่ให้เกียรติยิ่งไปกันใหญ่ คำว่า “รอลูกคลอดก่อน ค่อยตรวจ DNA” คือการเหยียดหยามเราสิ้นดี.. ถ้าอยู่ตรงนี้แล้วรู้สึกแย่ กลับไปหาพ่อแม่เราดีกว่า ไม่ต้องเป็นภาระที่เฝ้ารอร้องขอความรับผิดชอบ จากคนที่ไม่คิดจะรับผิดชอบ คนสองคนเฉลี่ยความผิดกันไป แต่เด็กไม่ผิด “สัมพันธภาพ กลายเป็นสัมพันธพลาด” พระอาจารย์ว.ท่านใช้คำนี้  

เราย้อนกลับไปแก้อดีตไม่ได้ เราแค่ใช้บทเรียนจากเรื่องเก่า สอนใจเราไม่ให้พลาดในเรื่องเดิมๆ และเมื่อน้องคือคนหนึ่งที่ตั้งใจโทรฯ เข้ามาเพื่อให้สิ่งที่ตัวเองเจอ เป็นแง่คิดกับใครๆ ว่าอย่าให้อะไรใครง่ายไป ตอนเสียไป ก็คงไม่เสียดายเท่าไร ใช้เวลาดูใจสั้นไป เลยต้องเสียเวลาทำใจ ซึ่งใช้เวลานานกว่ามาก  

ใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป จะรีบรักเพื่อไปรีบเลิกทำไม ใช้ “เวลา” กับทุกความสัมพันธ์ แค่บอกไม่ได้เท่านั้นว่าสั้นยาวแค่ไหน ค่อยๆ ทำวิจัย เจอโจทย์ใหม่ๆ ทุกวัน ดูกันไปเรื่อยๆ เราตกหลุมรักกันในข้อดี และบางทีต้องให้อภัยในข้อเสีย ชีวิตเสี่ยงไปที่คุยกันเป็นหลักวัน แล้วโดดเข้าไปใช้ชีวิตด้วยกัน ที่สำคัญ สร้างชีวิตบริสุทธิ์ให้เกิดมารับรู้ความรักเร่งรัด ที่ไม่ได้อยากผูกมัดและไม่อยากรับผิดชอบใดๆ แต่เขาเกิดมาแล้วจะทำยังไง เขาจะเสียใจแค่ไหน ถ้าวันหนึ่งเขารู้ว่า ไม่ได้เกิดมาจากรักและผูกพัน แต่กลายเป็นตัวปัญหา ให้ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า เขาเกิดมาจากใครกันแน่