ดั่งเสียงระนาดเอกลอยมา "โหมโรง เดอะ มิวสิคัล" ละครเวทีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวประวัติการดนตรีของ หลวงประดิษฐไพเราะ หรือ ศร ศิลปบรรเลง ใน 2 ยุคสมัย ทั้งยุคที่เป็น นายศร และยุคของ ท่านครู
หากยังจำกันได้ โหมโรง เคยถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์ครั้งหนึ่งแล้วในปี 2547 พร้อมทั้งยังคว้ารางวัลมากมาย อาทิ รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 14, รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 27, รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 13 เป็นต้น และภายหลังยังมีการนำมาดัดแปลงเป็นบทละครโทรทัศน์อีกด้วย
การกลับมาของ โหมโรง เดอะ มิวสิคัล ในปี 2561 ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความยากของคนทำละครเวที เนื่องจากต้องหลอมรวมเรื่องราวในแต่ละยุคไปพร้อมกับจังหวะ ฉาก และเสียงดนตรีไทยอันไพเราะงดงาม
เนื้อเรื่องจะเล่าตั้งแต่ นายศรวัยเด็กที่เติบโตจนสู่ยุครุ่งเรืองอย่างสูงสุดของดนตรีไทย กระทั่งถึงยุคตกต่ำที่สุดของวงการดนตรีไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ตั้งกฎข้อห้ามเล่นดนตรีไทย กฎที่ออกโดยคนที่ไม่เข้าใจดนตรี
...
นักแสดงดี...มีชัยไปกว่าครึ่ง ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง สังข์ ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม ได้คัดนักแสดงมากความสามารถมาถ่ายทอดเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็น อาร์ม-กรกันต์ ผู้รับบทนายศรตอนหนุ่ม, พ่ออี๊ด สุประวัติ รับบทท่านครู, แนน-สาธิดา รับบท แม่โชติวัยสาว, แม่เม้า-สุดา รับบท แม่โชติ ยุคท่านครู, โย่ง-อาร์มแชร์ รับบท พันโทวีระ, เบิ่ง-ทวีศักดิ์ รับบท ขุนอิน และยังมีนักแสดงอีกหลายท่านมาร่วมสร้างความสนุก
ขอชม นักแสดงผู้รับบทแม่โชติวัยสาว ถึงแม้จะมีบทน้อยมาก แต่การออกมาของเธอสามารถดึงคนดูได้อยู่หมัด ด้วยเสียงใส ไพเราะทุกตัวโน้ต กับเพลงเด่นของเธอที่เล่นเอาเราเคลิ้มไปเลย
สำหรับฉาก ที่เปลี่ยนค่อนข้างบ่อย เพราะการดำเนินเรื่องเป็นการสลับไป-มาระหว่าง 2 ยุค แต่ก็ไม่ได้รู้สึกสะดุด สามารถเชื่อมโยงบรรยากาศบนเวทีได้อย่างดี คอสตูมสามารถแบ่งแยกเอกลักษณ์ของแต่ละตัวละครได้เด่นชัด จำง่าย
ทุกอย่างลงตัว กลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็น ฉาก แสง เสียง เนื้อเพลง และการแสดง ที่สื่อให้เห็นว่าดนตรีไทยนั้นมีความงดงามเทียบเคียงดนตรีสากลได้อย่างสวยงาม
แต่ฉากที่ไม่พูดถึงเลยคงไม่ได้... ทำนองเพลงคุ้นหู (ที่เรารอฟังมาตั้งแต่ต้นเรื่อง) ในฉากประชันระนาดระหว่าง นายศร และ ขุนอิน ฉากและคอสตูมสรรสร้างได้ลงตัว เข้าใจง่าย และเรารู้สึกว่า อาร์ม กรกันต์ ผู้รับบทนายศรตอนหนุ่ม นั้นต้องผ่านการฝึกฝนและทำการบ้านมาอย่างหนักเพื่อให้การประชันระนาดนั้นสมบูรณ์ที่สุดในฉากไฮไลต์นี้ ผสมผสานกับความงดงามของคนไทยอีกอย่างคือ ผู้กำกับยังเก็บรายละเอียดทุกเม็ดของการประชันระนาด นั่นคือการที่ผู้อาวุโสน้อยกว่าเข้าไปกราบขอขมาที่ล่วงเกิน ไม่เพียงผู้ที่อาวุโสกว่าจะให้อภัย ยังฝากฝังให้รักษาไว้ซึ่งดนตรีไทย เรียกน้ำตาและเสียงปรบมือจากคนดูได้เป็นอย่างดี
...
และอีกหนึ่งฉากที่อยากชมจากใจ นั่นคือในสมัยของท่านครู ที่นักแสดงทุกคนสื่อออกมาให้เห็นถึงความอัดอั้นตันใจของคนในยุคนั้นที่ถูกลิดรอนสิทธิทางด้านดนตรี เพราะถึงแม้เราจะรู้ตอนจบของ "เปี๊ยก" มาจากการดูภาพยนตร์เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ได้กลับมาดูบนเวทีก็ยังอดรู้สึกกดดันและเศร้าไม่ได้
เรื่องราวของละครเวที "โหมโรง เดอะ มิวสิคัล" ถือเป็นอีกหนึ่งละครเวทีคุณภาพดี แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีรากเหง้าทางดนตรีที่ลึกซึ้ง ควรค่าแก่การอนุรักษ์ รักษาไว้ให้ลูกหลาน ถ้าถามว่าควรไปดูไหม? ...เราคงต้องถามกลับว่า "แล้วทำไมถึงจะไม่ไปดู?" สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 3 มิถุนายน 2561 ณ โรงละคร เคแบงก์ สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์ วัน.
...