คน comment เรื่อง พาราควอต ถึง Thiravat Hemachudha :

เอ้า ถ้าจะคุยกันแบบนี้...ผมถามคุณว่าเคยรักษาคนไข้ขาเน่าหรือทรุดหนักเพราะเป็นโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานไหมครับ? คำตอบ ...เคยครับ

คำถาม...ตามตัวเลขของคุณปีหนึ่งคนป่วยเพราะพาราควอต 100 กว่าราย ตาย 6 (ในจังหวัดเดียว ในหนึ่งปี) ตอนนี้ทั้งประเทศยอดผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน “หลักล้านราย” และแนวโน้มพุ่งไปจะเกิน 10% ของประชากรแล้ว โรคเบาหวานปีหนึ่งฆ่าคนตายเกือบแสน แล้วเบาหวานมีสาเหตุหลักมาจากน้ำตาลแบบนี้ น้ำตาลไม่เป็นมารร้ายกว่าพาราควอตหมื่นเท่าเลยหรือครับ ถ้าจะคุยกันแบบนี้ อย่างนี้เราควรแบนน้ำตาลมากกว่าไหมครับ

คำตอบ...เบาหวานเป็นโรคกรรมพันธุ์ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นจะถ่ายทอดไปยังลูกหลาน กระทรวงสาธารณสุขและหมอทุกคน เจ้าหน้าที่ทุกระดับ พยายามรณรงค์เรื่องเบาหวาน ทั้งนี้มีความพยายามที่จะทำให้มีการเพิ่มภาษี
เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากและยังคงพยายามต่อไปอย่างไม่ลดละ และการให้ความรู้กรุณาดูบทความที่ผมเขียนในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในคอลัมน์สุขภาพหรรษา และในมติชน ว่าน้ำตาลชนิดต่างๆ ออกฤทธิ์ที่สมองในส่วนที่ทำให้เกิดการติดและเลิกยาก รวมทั้งมีข้อพิสูจน์การออกฤทธิ์ในสมองด้วยการใช้คอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กแบบพิเศษ นอกจากนั้นอยู่ในแผนปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศไทยในความพยายามที่จะควบคุมน้ำตาลและของหวานเครื่องดื่มหวาน ดังปรากฏอยู่ในราชกิจจานุเบกษาที่ประกาศในเดือนเมษายนนี้

คำถาม...แล้วนาข้าวจริงๆมีการใช้พาราควอตน้อยมากนะครับและไม่ได้ใช้ในแปลงปลูกด้วย พาราควอตเป็นสารกำจัดวัชพืชชนิดไม่เลือกทำลาย ถ้าเอาไปใช้ในนาแปลว่าข้าวต้องตายด้วย แล้วที่ใช้กันมากๆ คือไกลโฟเซตและใช้ฉีดแค่บริเวณรอบๆแปลงก่อนปลูก

คำตอบ...ที่กระทรวงสาธารณสุขคัดค้านอย่างแข็งขัน ไม่ใช่แต่พาราควอตตัวเดียว รวมไกลโฟเซตและตัวอื่นด้วย

คำถาม...ส่วนพาราควอตปริมาณมากที่ใช้กัน เค้าใช้ในแปลงปลูกประเภทพืชไร่ที่เว้นระยะปลูกเป็นแถว เช่น อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น

คำตอบ...สารเคมีที่ใช้จัดเป็นสารพิษร้ายแรงที่สุดในมนุษย์ โดยสำนักอาหารและยาของสหรัฐฯทั้งนี้ เนื่องจากไม่มียาถอนพิษและการใช้จะต้องมีการควบคุมอย่างรัดกุมโดยคนใช้ต้องผ่านการอบรมอย่างเข้มงวด ขึ้นทะเบียนและมีการตรวจสอบเป็นระยะ และไม่ได้ใช้ในพื้นที่ทั่วไป ประเทศอื่นๆ ทั้งในยุโรปและเอเชียแบนการใช้ทั้งหมด 48 ประเทศ รวมทั้งประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ได้แก่ จีน อังกฤษ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์

คำถาม...ผมทักท้วงเพราะผมเห็นด้วยกับการเป็นห่วงและร่วมกันรณรงค์ว่ามันมีอันตรายนะครับ แต่การจะคัดค้านข้อมูลควรเด็ดขาดและชัดเจน ไม่เปิดช่องให้เห็นความอคติหรือการขาดความเข้าใจอยู่ในนั้น

คำตอบ...คัดค้านเพราะสิ่งที่เห็นในคนไข้ที่เลินเล่อหรืออุบัติเหตุและแม้แต่เข้าทางผิวหนังและเยื่อบุก็เสียชีวิต ข้อมูลที่มีคนไข้ขาเน่ามาจากการศึกษาของคณะผู้วิจัยที่ได้รับทุนจากสำนักงานสนับสนุนการวิจัยแห่งชาติและพบว่าน้ำที่ขังอยู่ในท้องไร่ท้องนา มีสารอยู่ในปริมาณสูงจริงและเกิดผลต่อผิวหนังในขณะที่ที่อื่นไม่มีปรากฏการณ์รุนแรงเช่นนี้ การที่ต้องมีคนป่วย 100 รายต่อปี ขาเน่าต้องตัดขาและต้องรักษาเพราะมีการติดเชื้อซ้ำซ้อนเข้ากระแสเลือดและมีผู้เสียชีวิตในจังหวัดหนองบัวลำภู 6 รายจาก 100 ราย จากอาชีพเกษตรกรเป็นข้อมูลที่ได้จากคณะผู้วิจัย

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์ที่นำมาคัดค้านเป็นข้อมูลที่มีเหตุมีผล มีที่มาและมีหลักฐานประจักษ์ในคนที่ได้รับผลกระทบ ได้มีการติดตามในระยะยาวดังในรายงานแรกๆในต่างประเทศเป็นเวลา 9 ปี และหลังจากนั้นมีการติดตามมาตลอดถึงผลระยะยาว การคัดค้านในสหรัฐฯเองทำให้มีการจำกัดผู้ที่จะนำมาใช้แต่ที่ไม่มีการแบนเพราะเป็นเรื่องของการแทรกแซงของบริษัทใหญ่ ดังที่มีหลักฐานปรากฏในวารสารทางวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯเอง แต่ในประเทศอื่นๆนั้นอีก 48 ประเทศ ไม่เป็นเช่นนั้น

คำถาม...แบบชุดข้อมูลของ NGO ก่อนหน้าที่ออกมาแล้วโดนชาวบ้านต่อต้านกลับอย่างรุนแรง (คนในวงการระดับเกษตรกรเค้าหัวเราะเยาะกันนะครับ เค้าบอกว่าพวก NGO มันไม่รู้เรื่องอะไร ใช้ข้อมูลบิดเบือน เรื่องว่าตรวจพบสารพาราควอตในผักกินใบ ใครจะบ้าเอายาไปฆ่าผักตัวเอง เอาแต่หลับหูหลับตาค้านพวกนี้ อันนี้คือความรู้สึกของเกษตรกรที่ผมได้ยินมาเองจริงๆ)

คำตอบ...สิ่งที่ NGO พบความจริงไม่ใช่เรื่องใหม่ ในต่างประเทศได้พยายามชี้ให้เห็นในสิ่งเดียวกันนี้และเป็นที่มาของการศึกษาผลกระทบในระยะยาวทั้งชาวไร่ ชาวนา และคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นชาวไร่ เมื่อได้สัมผัสกับสารเคมีแล้วนี้ มีผลทำให้เกิดโรคทางสมองที่รักษาไม่ได้ เริ่มต้นเจาะจงที่โรคพาร์กินสัน ทั้งนี้ เพราะโครงสร้างของสารเคมีพิษนี้เหมือนกับ MPTP ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ากระทบเฉพาะเซลล์ประสาทในส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคพาร์กินสันในคน รวมทั้งมีการพิสูจน์กลไกในระดับยีนในเซลล์และในสัตว์ทดลองและในระยะหลังกลไกเหล่านี้ควรส่งผลทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมด้วย

ความผิดปกติเหล่านี้สะสมทีละเล็กทีละน้อยและผลกระทบทางสมองที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ได้สัมผัสแม้จะเป็นปริมาณน้อยก็ตามในแต่ละครั้ง ข้อมูลเหล่านี้นักวิชาการในสหรัฐฯได้พยายามทำการโต้แย้งในรัฐสภาแต่มีอิทธิพลของบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้องและบันทึกในวารสารวิชาการทางการแพทย์ถึงอิทธิพลเหล่านี้ที่ส่งผลในการตัดสินใจ.

หมอดื้อ