ในขณะที่สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องค่านิยมของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน ต่างจากสมัยก่อนอย่างมาก แต่ก็ยังมีสาวๆจำนวนหนึ่งที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี รู้จักรักนวลสงวนตัว เห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งได้รับการยกย่องและเป็นสุดยอดปรารถนาของชายหนุ่มที่ต้องการคู่ครองและแม่ของลูกที่ดีอย่างแท้จริง ใครจะคิดว่าหญิงสาวกุลสตรีที่ดีพร้อมบางคนกลับเป็นทุกข์ใจในคืนแต่งงานกันพอสมควร เนื่องจากไม่ประสีประสาในเรื่องบนเตียง แถมยังเกิดความอาย ความกังวลใจ และความกลัวสารพัด บางรายแม้จะแต่งงานอยู่กินกับสามีสุดที่รักจนมีทายาทตัวน้อยแล้ว แต่ก็ยังหวาดผวาทุกครั้งที่สามีขอมีอะไรด้วย บางรายสารภาพว่าไม่เคยรู้จักเลยว่าความสุขทางเพศเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำในฐานะภรรยา บางรายอาการหนักหน่อยถึงขั้นไม่สามารถมีกิจกรรมทางเพศกับสามีได้เลย เนื่องจากเจ็บปวดมาก หรือบางรายช่องคลอดเกิดอาการเกร็งจนสามีไม่สามารถทำอะไรได้ หรือที่เรียกว่าโรค vaginismus บางรายมีอาการรังเกียจสามีร่วมด้วย (อาจไม่ใช่ไม่รักสามี แต่จิตมีการเชื่อมโยงสามีกับความกลัวการมีเพศสัมพันธ์ หรือความรู้สึกว่าเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องสกปรก)

จากประสบการณ์พูดคุยกับผู้เข้ามารับคำปรึกษากับครูเคท พบว่าส่วนใหญ่มาจากครอบครัวดี มีการศึกษา แต่คุณพ่อคุณแม่ยึดกรอบประเพณีมากไปหน่อย บางรายพบว่าคุณพ่อมีความวิตกกังวลสูง คือ หวงลูกสาวตั้งแต่เล็ก ไม่ให้ลูกเล่นกับเด็กผู้ชาย บางคนแค่ลูกซึ่งยังเป็นเด็กอนุบา ลแล้วเพื่อนล้อว่าเป็นแฟนกับเด็กอนุบาลชาย คุณพ่อถึงกับเลคเชอร์ให้ลูกน้อยฟังว่าเราเป็นผู้หญิงต้องไม่เล่นกับเด็กผู้ชาย ความจริงคุณพ่อเลี้ยงลูกดี แต่วิธีการสอนนั้นผิดไปสักนิด เพราะเด็กอนุบาลยังไม่เข้าใจอะไร การที่พ่อห้ามอย่างนั้น (หรือไม่ห้ามแต่แสดงออกแบบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่) ทำให้จิตใต้สำนึกของเด็กรับรู้ว่าผู้ชายเป็นเพศที่ไม่ดี น่ากลัว เป็นความผิดที่จะพูดคุยกับผู้ชาย ฯลฯ โตขึ้นจึงรู้สึกผิด หรือกลัวผู้ชาย บางรายพบว่าคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเพราะเลิกกับคุณพ่อด้วยความเจ็บปวดใจ จึงปกป้องและอบรมสั่งสอนลูกสาวเรื่องการคบเพื่อนต่างเพศมากเกินไป ด้วยกลัวว่าลูกจะเจอผู้ชายไม่ดีเหมือนตนเอง บางรายคุณพ่ออารมณ์ก้าวร้าวรุนแรง (หรือห่างเหินเย็นชา) จึงทำให้ลูกสาวมีความกลัวเพศชายอยู่ลึกๆ ซึ่งปกติไม่ปรากฏปัญหาในการดำเนินชีวิตกับผู้คนทั่วไป แต่มักจะปรากฏกับสามีเพราะเป็นคนที่รักและไว้วางใจเหมือนกัน

...

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกเรื่องเพศศึกษาให้เห็นว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ อย่าดุ หรือห้ามการคบเพื่อนต่างเพศอย่างไร้เหตุผล อย่าล้อเลียนเรื่องรูปร่างหน้าตา รวมถึงอวัยวะเพศของลูก หากเด็กเล็กเอามือจับอวัยวะเพศตัวเอง อย่าดุ อย่าตี เพราะเด็กไม่เข้าใจว่าผิดอย่างไร แต่ให้เบนความสนใจไปสู่เรื่องอื่น อย่าวิตกจริตเมื่อลูกสาวเริ่มมีเพื่อนชาย ควรพูดคุยถามไถ่ถึงเพื่อนของลูกในเรื่องต่างๆ รวมถึงความรู้สึกต่างๆ ด้วย ลูกจะได้ไม่กังวลใจว่าการมีแฟนเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนสาวๆ ที่มีปัญหาทุกข์ใจกับการมีเพศสัมพันธ์ ต้องค่อยๆ เรียนรู้ว่านี่เป็นเรื่องธรรมชาติ ลองดูในเว็บไซต์ต่างๆ หรือยูทูบที่สอนเรื่องเพศศึกษา ทำความเข้าใจกับร่างกายของตนเอง ลองช่วยตัวเองเพื่อสร้างความคุ้นชิน และเข้าใจกระบวนการตามธรรมชาติ เมื่อเข้าใจถึงความสุขทางเพศได้แล้ว ค่อยๆ ฝึกจินตนาการถึงสามี และฝึกการคลายความกลัวด้วยการยอมรับความกลัว เหมือนกับการกลัวเข็มฉีดยา เพราะมีประสบการณ์เจ็บมาก่อน ให้ลองเปลี่ยนความจำจากจุดที่เจ็บปวดให้ไปจำตอนที่เข็มแทงเข้าไปในเนื้อแล้ว และพบว่าไม่ได้เจ็บปวดมากเท่าที่เราจินตนาการไปเอง ลองฝึกโยคะ และการทำสมาธิ เพื่อฝึกจิตให้ผ่อนคลาย ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทั่วร่างกายด้วยการรับรู้ว่าตนเองกำลังเกร็งส่วนไหน ก็ให้ค่อยๆ ผ่อนส่วนนั้น

ส่วนคุณสามีก็ขอให้เข้าใจภรรยาว่าเธอไม่ได้แกล้งหรือไม่รักคุณแต่อย่างไร มันเป็นเพียงความกลัวจากจิตใต้สำนึกที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไร อาจบอกแค่ว่ากลัวเจ็บ แต่ความกลัวที่แท้จริงที่ฝังลึกนั้นไม่อาจทราบได้ ไม่ต้องไปถามว่ากลัวทำไม (ถ้าเธอรู้ก็คงไม่กลัวแล้ว) แต่ใช้เวลาทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน ใช้เวลาเล้าโลมนานขึ้น และไม่หักหาญความรู้สึกของเธอหากเธอไม่พร้อม ช่วยให้เธอ orgasm โดยยังไม่ต้องสอดใส่ก่อน เพื่อให้เธอคลายความกลัว และหากลองหลายวิธีแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ อย่าอายที่จะจูงมือกันไปปรึกษาสูตินรีแพทย์ จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา ซึ่งจะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริง และแก้ไขได้ค่ะ

ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ