ซามีร์ ซาฮา เป็นนักจุลชีววิทยาผู้มีชื่อเสียงในระดับโลกจากผลงานวิจัยแบคทีเรียที่มีชื่อว่า นิวโมคอกคัส ห้องปฏิบัติการที่เขาก่อตั้งขึ้นอยู่ตรงมุมหนึ่งของโรงพยาบาลธากาชิชู โรงพยาบาลเด็กที่ใหญ่ที่สุดในบังกลาเทศ ภายในห้องปฏิบัติการ ชายหญิงในชุดกาวน์สีขาวกำลังง่วนกับการศึกษาเซลล์นิวโมคอกคัส

แบคทีเรียนิวโมคอกคัสมีอยู่ทุกแห่งหนในโลก และแพร่กระจายได้อย่างง่ายดายผ่านการจามหรือการสัมผัส พวกมันสามารถอาศัยอยู่ในช่องจมูกของคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงโดยไม่ก่อให้เกิดอาการป่วยใดๆ แต่ทันทีที่ระบบป้องกันของเราอ่อนแอลง นิวโมคอกคัสจะเคลื่อนย้าย แบ่งตัว และทำให้เกิดโรคติดเชื้อที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด เด็กเล็กยิ่งมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กเล็กในถิ่นที่เข้าถึงยาปฏิชีวนะและการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้ยากจะมีความเสี่ยงสูงที่สุด ในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด โรคที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอกคัสคร่าชีวิตเด็กทั่วโลก ไปกว่า 800,000 คนต่อปี การเสียชีวิตนี้ซึ่งส่วนใหญ่กำลังเกิดขึ้นในประเทศยากจนอย่างบังกลาเทศ

ในปี 2015 เมื่อวัคซีนนิวโมคอกคัสแบบคอนจูเกตหรือพีวีซี (pneumococcal conjugate vaccine: PCV) ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้สำหรับเด็กมาถึงบังกลาเทศ ทีมวิจัยของซาฮาก็ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด หากพีวีซีแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพ ทั่วโลกอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนคาดหวัง มันจะช่วยทั้งลดอัตราการตายลงได้อย่างมาก ซึ่งหมายถึงเด็กเล็กๆ หลายพันคน จะรอดชีวิตแทนที่จะเสียชีวิตก่อนถึงวัยเรียน และลดความเจ็บป่วยที่ไม่ถึงแก่ชีวิตได้อีกมาก

เบลเยียม ถังเหล็กกล้าในอาคารใหม่ของบริษัทจีเอสเคใกล้กรุงบรัสเซล เริ่มสายการผลิตส่วนประกอบหลักๆสำหรับทำวัคซีนโปลิโอในปี 2017 เพื่อคงความปราศจากเชื้อ คนงานต้องเข้าและออกผ่านทางห้องแอร์ล็อก
เบลเยียม ถังเหล็กกล้าในอาคารใหม่ของบริษัทจีเอสเคใกล้กรุงบรัสเซล เริ่มสายการผลิตส่วนประกอบหลักๆสำหรับทำวัคซีนโปลิโอในปี 2017 เพื่อคงความปราศจากเชื้อ คนงานต้องเข้าและออกผ่านทางห้องแอร์ล็อก

...


ทว่าสิ่งที่เร่งด่วนยิ่งกว่า ทะเยอทะยานมากกว่า สลับซับซ้อนมากกว่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายรัฐบาลและเงินบริจาค หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็คือความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อให้ได้มาซึ่งวัคซีนใหม่ๆ สำหรับเด็กในประเทศกำลังพัฒนา ความทุกข์ทรมานของคนในประเทศเหล่านี้อันเกิดจากโรคที่วัคซีนป้องกันได้เป็นเรื่องจริงและชัดเจนมาตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน

วัคซีนเกือบทั้งหมดในโลกผลิตโดยบริษัทเอกชนในธุรกิจที่หวังผลกำไร กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ การผลิตวัคซีนอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทยายักษ์ใหญ่ไม่กี่แห่งในสหรัฐฯ และยุโรป เมื่อองค์กรรณรงค์เคลื่อนไหว เช่น แพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders) กดดันให้ลดราคาวัคซีนลง บริษัทเหล่านี้มักอ้างว่า การพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และกระบวนการทั้งหมดกินเวลานานหลายปี

สำหรับวัคซีนนิวโมคอกคัสที่ใช้ได้ผลในเด็กใช้เวลาพัฒนาหลายสิบปี วัคซีนที่ใช้ได้ดีในผู้ใหญ่ออกสู่ตลาดในช่วงต้นทศวรรษ 1980 แต่ไม่สามารถทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในเด็กเล็กได้เลย ต้องรอจนถึงปลายทศวรรษ 1990 นักวิจัยจึงค้นพบหนทางในการ “ปรับปรุง” (conjugate) ส่วนประกอบทางชีวภาพของวัคซีนในผู้ใหญ่ เพื่อทำให้ภูมิคุ้มกันที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ (ในเด็ก) จดจำวัคซีนได้

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในช่วงที่โรคหัดระบาด คนงานจากองค์กรแพทย์ไร้พรมแดนข้ามแม่น้ำใกล้กับเมืองมองกา พร้อมกล่องเก็บความเย็นที่เต็มไปด้วยวัคซีน ในการเดินทางตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบซึ่งอาจใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมง พวกเขาต้องแน่ใจได้ว่า วัคซีนได้รับการแช่เย็นไว้ตลอดเวลา
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในช่วงที่โรคหัดระบาด คนงานจากองค์กรแพทย์ไร้พรมแดนข้ามแม่น้ำใกล้กับเมืองมองกา พร้อมกล่องเก็บความเย็นที่เต็มไปด้วยวัคซีน ในการเดินทางตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบซึ่งอาจใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมง พวกเขาต้องแน่ใจได้ว่า วัคซีนได้รับการแช่เย็นไว้ตลอดเวลา


วัคซีนนิวโมคอกคัสสำหรับเด็กชนิดแรกเป็นวัคซีนที่มีราคาแพงที่สุดตัวหนึ่งในประวัติศาสตร์ วัคซีนที่มีชื่อว่า เพรฟนาร์ (Prevnar) ออกสู่ท้องตลาดในช่วงต้นปี 2000 ผลิตโดยบริษัทยาไวเอตของสหรัฐฯ ซึ่งต่อมาถูกไฟเซอร์ซื้อกิจการไป เพรฟนาร์พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ทำงานต่อต้านเชื้อ 7 สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของความเจ็บป่วยจากนิวโมคอกคัสส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งสามารถจ่ายค่าวัคซีนสำหรับเด็กที่มีสนนราคา 232 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อการฉีดตามกำหนด 4 ครั้งได้

“ตอนที่ผมเริ่มจับเรื่องนี้ สิ่งที่ทำให้ผมหลับไม่ลงคือความไม่เสมอภาคครับ” โอริน เลวายน์ ผู้อำนวยการฝ่าย ขนส่งวัคซีนของมูลนิธิบิลแอนด์เมลินดาเกตส์ บอก เมื่อหลายปีก่อน เพื่อนร่วมงานของเขาเห็นแม่คนหนึ่งที่โรงพยาบาลในประเทศมาลีสูญเสียลูกสาวไปเพราะภาวะปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอกคัส ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เธอเสียลูกสาวอีกคนไปด้วยสาเหตุเดียวกัน เลวายน์ยังจำชื่อแม่ของเด็กได้เป็นอย่างดี ลูกสาวของเขามีอายุไล่เลี่ยกัน

“โอกาสที่เด็กจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อนิวโมคอกคัสในประเทศที่ร่ำรวยนั้นต่ำกว่าเป็นร้อยเท่า” เขาบอก “ทำไมลูกผมจึงได้รับวัคซีน แต่เด็กชาวมาลี ลูกของไดอาร์รา ไทมานี ที่ต้องการวัคซีนมากกว่า กลับไม่ได้รับล่ะครับ”

แน่นอน เขารู้คำตอบ นั่นเป็นเพราะผลกำไรเห็นๆ ที่กลับคืนสู่ผู้ผลิตวัคซีน ไม่ได้มาจากการตอบสนองความต้องการขั้นวิกฤตินั่นเอง

ลองนึกถึงความคับข้องใจของเลวายน์ที่สะท้อนออกมาโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนระดับโลก และคุณจะเข้าใจแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังองค์กรพันธมิตรทั่วโลกด้านวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันโรค หรือเกวี (Global Alliance for Vaccines and Immunisation: Gavi) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างในปี 2000 อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่วัคซีนนิวโมคอกคัสชนิดคอนจูเกตหรือพีซีวีออกสู่ตลาดสหรัฐฯ มูลนิธิเกตส์ ของมหาเศรษฐีบิล เกตส์ ประเดิมด้วยเงินบริจาค 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เกวีดึงแหล่งเงินทุนของประเทศที่ร่ำรวย อีกทั้งองค์กรการกุศลและการช่วยเหลือจากรัฐบาลของประเทศอย่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และนอร์เวย์ ไปสนับสนุนงานด้านวัคซีนในประเทศที่ยากจนกว่า ซึ่งแจ้งความจำนงขอรับการช่วยเหลือ เกวียังช่วยต่อรองกับบริษัทวัคซีนให้ลดราคาลงมาโดยเฉพาะกรณีการจำหน่ายเป็นจำนวนมาก การอุดหนุนจากกองทุนผู้บริจาคทำให้ราคาวัคซีนในประเทศกำลังพัฒนาลดลงไปอีก ทำให้พวกเขาจ่ายเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งจากราคาเต็มในท้องตลาด

...

ยูกันดา บนภูเขาโมรันโกเล ซาดิก วัซวา เบบีเอซิซา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมาคีรีรี ตรวจสอบค้างคาวที่เพิ่งจับได้ เขากับทีมงานจากพิพิธภัณฑ์ฟีลด์ในชิคาโก กำลังค้นหาพาหะนำเชื้อมาลาเรีย โรคซิกาและ เชื้อโรคอื่นๆที่อยู่ในป่า ผลที่ได้อาจช่วยในการพัฒนาวัคซีน
ยูกันดา บนภูเขาโมรันโกเล ซาดิก วัซวา เบบีเอซิซา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมาคีรีรี ตรวจสอบค้างคาวที่เพิ่งจับได้ เขากับทีมงานจากพิพิธภัณฑ์ฟีลด์ในชิคาโก กำลังค้นหาพาหะนำเชื้อมาลาเรีย โรคซิกาและ เชื้อโรคอื่นๆที่อยู่ในป่า ผลที่ได้อาจช่วยในการพัฒนาวัคซีน

...


“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าจริงๆ ค่ะ ทั้งความแข็งแกร่งทางการเงิน และความมุ่งมั่นทุ่มเทที่ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ตลอดจนผู้ผลิตวัคซีน และประเทศต่างๆ เห็นพ้องต้องกัน” แคเทอรีน โอไบรอัน กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านนิวโมคอกคัส ที่กำกับดูแลศูนย์การเข้าถึงวัคซีนสากลที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ บอก

เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์
ภาพถ่าย วิลเลียม ดาเนียลส์