คุณๆ เคยสงสัยกันมั้ย? ว่า "ชื่อพายุ" ต่างๆ ที่เขาเรียกกันนั้นมาจากไหน? วันนี้เราจะพาไปรู้จักที่มาของชื่อพายุ และเช็กชื่อพายุที่ตั้งชื่อไว้ ว่ามันจะมีความแปลกและแหวกขนาดไหน เพราะบางชื่อก็ฮาดี หลายชื่อก็เก๋ และมีความหมายกับแต่ละประเทศอย่างไร
ดังนั้นอันดับแรก เราต้องทำความเข้าใจเรื่อง "พายุ" กันก่อน กับข้อสรุปที่ทำไว้ให้เสร็จสรรพดังนี้
1. "พายุหมุนเขตร้อน" และ "พายุหมุนกึ่งเขตร้อน" จะได้รับการตั้งชื่อโดยศูนย์เตือนภัยต่างๆ เพื่อความสะดวกระหว่างนักพยากรณ์อากาศกับประชาชนทั่วไป ในการคาดการณ์ ผู้สังเกตการณ์ และการเตือนภัย
2. ระบบของพายุนั้น สามารถมีอายุนานกว่าสัปดาห์ หรือมากกว่านั้น และในเวลาเดียวกัน ก็อาจมีพายุเกิดขึ้นได้มากกว่า 1 ลูกภายในแอ่งเดียวกัน การตั้งชื่อพายุจึงเกิดขึ้นเพื่อป้องกันการสับสนเกี่ยวกับพายุแต่ละลูก
3. การใช้ชื่อที่ระบุเฉพาะตัวของพายุหมุนเขตร้อนแต่ละลูก ต้องย้อนกลับไปหลายปี พร้อมกับระบบการตั้งชื่อตามชื่อสถานที่ หรือสิ่งต่างๆ ก่อนจะมีการเริ่มต้นการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ
...
4. การตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ มีใช้กับพายุที่ก่อตัวในแอ่งต่างๆ คือ 1. พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก 2. พายุหมุนเขตร้อนในแปซิฟิกตะวันตก 3. พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรอินเดียเหนือ 4. พายุหมุนเขตร้อนในทางใต้-ตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย 5. พายุหมุนเขตร้อนในภูมิภาคออสเตรเลีย และ 6. พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้
5. รายชื่อพายุที่ก่อตัวทางมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกตอนบนและทะเลจีนใต้ โดยมี 14 ประเทศที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ร่วมกันเสนอบัญชีรายชื่อเอาไว้ทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน ได้แก่ กัมพูชา จีน เกาหลีเหนือ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ลาว มาเก๊า มาเลเซีย ไมโครนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม
6. รายชื่อพายุที่ตั้งไว้มีทั้งหมด 140 ชื่อ แบ่งเป็น 5 ชุดหลัก ชุดละ 28 ชื่อ ไล่เรียงชื่อไปตามลำดับประเทศและดินแดน ที่เสนอมาตามอักษรโรมัน โดยมีข้อตกลงคือ
6.1 เมื่อมีพายุที่มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางของพายุมากกว่า 34 นอต หรือ 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนกลายเป็นพายุโซนร้อน พายุนั้นจะถูกตั้งชื่อ
6.2 ชื่อของพายุ จะเริ่มใช้ชื่อบนสุดของคอลัมน์หรือชุดที่ 1 ก่อน เช่น เมื่อมีพายุเกิดขึ้นมีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางตามที่กำหนดในข้อ 1 เป็นลูกแรก พายุลูกนั้นจะมีชื่อว่า "ด็อมเร็ย"
6.3 เมื่อมีพายุลูกต่อไปเกิดขึ้นอีก และมีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางตามที่กำหนดในข้อ 1 พายุลูกนั้นจะใช้ชื่อที่อยู่ถัดลงมาในชุดที่ 1 เช่น พายุลูกที่ 2 จะมีชื่อว่า "ไห่ขุย"
6.4 เมื่อใช้จนหมดชุดแรกให้ใช้ชื่อแรกของคอลัมน์ที่อยู่ถัดไป เช่น พายุที่เกิดหลังพายุ "จ่ามี" จะใช้ชื่อ "กองเร็ย" ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ
6.5 เมื่อใช้จนหมดชุดที่ 5 ให้กลับมาใช้ชื่อแรกของชุดที่ 1 เช่น พายุที่เกิดหลังพายุ "เซาลา" จะใช้ชื่อ "ด็อมเร็ย"
6.6 หากพายุลูกใดมีความรุนแรงและสร้างความหายนะมากเป็นพิเศษก็ให้ปลดชื่อพายุลูกนั้นไป แล้วตั้งชื่อใหม่เข้าไปในรายการชื่อแทน
อย่างไรก็ตาม จากตารางจะเห็นได้ว่า รายชื่อที่มีตัวเลขกำกับ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อไปก่อนหน้า ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรุนแรง ความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือด้วยเหตุผลทางศาสนา ฯลฯ อย่างของพี่ไทยเอง ชื่อพายุ "บัวลอย" ก็ถูกเปลี่ยนมาจากชื่อ "รามสูร" ในปี พ.ศ.2558 นั่นเอง
...
เอาล่ะ...ดูกันให้ฉ่ำปอด กับล่าสุดพายุ "เซินกา" ต่อไปต้องเป็นชื่ออะไรนะ แล้วเมื่อไหร่จะถึงพายุที่ชื่อว่า "ขนุน" ของประเทศไทยกัน.