ความแตกต่างระหว่างเทรนด์กับไลฟ์สไตล์
เทรนด์คือทิศทางที่หมุนเปลี่ยนไปตลอดเวลา ซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะสั้น หมุนวนเป็นวงจร มาแล้วก็จากไป แต่ไลฟ์สไตล์กินเวลายาวนานกว่านั้น เกิดขึ้นจากความชอบจนเกิดเป็นสังคมส่วนบุคคล ไลฟ์สไตล์บ่งชี้ได้ถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การงานที่ทำ และแนวคิดเฉพาะตนที่ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการสร้างสรรค์ผลงานหรือวัฒนธรรมความเป็นอยู่ใหม่ๆ ทั้งสองอย่างนี้อยู่คู่กันมาตลอด การวิ่งตามเทรนด์ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะนั่นอาจหมายถึงจุดเริ่มต้นของไลฟ์สไตล์ในอนาคตก็เป็นได้ หรือพูดง่ายๆ ว่าเทรนด์เป็นการสร้างความสนุก ส่วนไลฟ์สไตล์คือการสร้างความยั่งยืน ลองใช้ทั้งสองอย่างมาประกอบกันให้พอดี แล้วชีวิตของคุณก็จะมีแต่สิ่งที่ใช่และชอบอย่างแน่นอน
เป็นเวลา 40 ปีแล้วที่นิตยสารบ้านและสวนอยู่คู่กับงานออกแบบที่อยู่อาศัยในเมืองไทย สิ่งที่ทำให้กองบรรณาธิการรู้สึกปลาบปลื้มที่สุดก็คือ การได้เฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงของวงการนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะเทรนด์การออกแบบและตกแต่งที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา และเนื่องในโอกาส ครบรอบ 40 ปีของ “บ้านและสวน” เราจึงอยากนำเสนอเทรนด์ที่เกิดขึ้นในบ้านเราและต่อมาได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ในที่สุด มาดูกันว่ากระแสใดบ้างที่พัฒนาจนกลายเป็นวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน ผ่านทิศทางของงานออกแบบและสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ
รวมแบรนด์เนม และของตกแต่งสวยๆ เป็นหนึ่งเดียว
ในยุคหนึ่งจะเห็นว่าบ้านสวยๆ มักเลือกตกแต่งอย่างหรูหรา โดยมักหาเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เนมหรืองานออกแบบฝีมือระดับโลกมาประดับบ้าน ด้วยความสวยงามแบบต้นตำรับและคุณภาพของวัสดุที่ใช้ ทำให้ต้องมีติดบ้านเอาไว้เพื่อบ่งบอกรสนิยม ซึ่งก็ดูไม่ต่างจากแฟชั่นในตู้เสื้อผ้า แต่บ้านในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องใช้แบรนด์เนมทั้งหมด หากนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งฝีมือนักออกแบบคนโปรด โดยเลือกเฉพาะชิ้นที่ชอบจริงๆ และซื้อจากบริษัทที่นำเข้าโดยตรงเพื่อให้ได้ของถูกลิขสิทธิ์ จากนั้นก็นำมาจัดวางผสมผสานกับของตกแต่งสวยๆ แต่ราคาย่อมเยา สร้างบรรยากาศให้บ้านดูสวยงามและมีรสนิยมได้เช่นกัน
...
วัฒนธรรมใกล้ตัว
การตกแต่งบ้านด้วยวัฒนธรรมของชาติอื่นที่มีความใกล้ชิดกับไทยเป็นที่นิยมในบ้านเรามาเนิ่นนาน อย่างเช่น งานออกแบบสไตล์จีน ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมเน้นความเป็นจีนหนักๆ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ เหมือนแบบดั้งเดิม แต่เป็นการเลือกนำของตกแต่งชิ้นเล็กหรือเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นมาปรับใช้ในบางส่วนของบ้าน เพื่อสร้างกลิ่นอายที่เป็นจุดเด่นให้มุมนั้นๆ มากกว่า
วัสดุธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
การเลือกใช้วัสดุตกแต่งในปัจจุบันเริ่มกลับไปสู่ความเรียบง่ายอีกครั้ง วัสดุแบบดั้งเดิมที่นิยมใช้กับบ้านในยุคก่อน เช่น กระเบื้องดินเผา หรือกระเบื้องโมเสกแบบโบราณ กำลังกลับมาได้รับความสนใจ เพราะเริ่มหาซื้อได้ยาก และการเฟ้นหาของดีมีคุณภาพก็เป็นเรื่องท้าทาย ยิ่งได้รูปทรง สีสัน หรือขนาดที่ไม่ซ้ำใคร ดูแปลกตากว่าท้องตลาด ยิ่งทำให้บ้านดูพิเศษและมีเรื่องราวมากขึ้น
เก่าได้เก่าดี
เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่มักรู้สึกโหยหาของเก่าของดีในอดีต เช่น ลวดลายแบบที่คนสมัยก่อนทำไว้ ความละเอียดอ่อนของงานทำมือ งานเข้าไม้สวยๆ ของเฟอร์นิเจอร์ไม้ชั้นดี รวมถึงการออกแบบพื้นที่ที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านไทยดั้งเดิม โดยเฉพาะพื้นที่อเนกประสงค์อย่างชานบ้านหรือใต้ถุนบ้าน อันเป็นภูมิปัญญาของบ้านไทยที่ควรรักษาไว้ เพราะเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงสภาพอากาศของบ้านเรามาเป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับสร้างกิจกรรมและแบ่งปันความสุขร่วมกันในครอบครัวอีกด้วย
ธรรมชาติจากภายใน
จากกระแสโลกร้อนและปัญหาสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ทำให้การออกแบบที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่เริ่มไม่พึ่งพาการใช้พลังงานอย่างระบบปรับอากาศ แต่หันกลับไปหาธรรมชาติและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นจากภายในอาคารและบ้านพักอาศัยเอง นอกจากจะได้สภาวะน่าสบายแล้ว ธรรมชาติยังส่งผลดีทางจิตวิทยาให้ผู้อยู่อาศัยมีความผ่อนคลายอีกด้วย
ภูมิใจในพื้นเพ
การตามหารากเหง้าทางวัฒนธรรมเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ในเมืองไทยเองก็เช่นกัน การนำศิลปะพื้นถิ่นมาปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ จึงเป็นการต่อลมหายใจให้งานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านได้อย่างดี เช่น นำผ้าขาวม้ามาผลิตในรูปแบบของผ้าพันคอหรือกระเป๋า ได้กลิ่นอายความเป็นพื้นถิ่น ที่นอกจากจะสร้างความภูมิใจให้เราแล้ว ยังอุดมไปด้วยความอบอุ่นอย่างเหลือเฟือ
...
พื้นที่เปิดหรือปิด
ยุคหนึ่งเรามีความเชื่อว่า การกั้นพื้นที่ที่ดีต้องปิดกั้นให้เป็นสัดส่วน ยิ่งเห็นกันน้อยเท่าไรก็ยิ่งมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น ปัจจุบันการกั้นพื้นที่อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป โดยจะเน้นการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางหรือพื้นที่อเนกประสงค์ที่เปิดกว้าง มีการเชื่อมโยงการใช้งานเพื่อให้ได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น เกิดเป็นสังคมแบบแบ่งปัน ซึ่งในแต่ละบ้านอาจมีมุมอเนกประสงค์ต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว บางบ้านเลือกครัว บางบ้านเป็นมุมนั่งเล่น หรือบางบ้านก็ชอบมุมรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตามหากยังต้องการพื้นที่ที่เป็นสัดส่วนอยู่บ้าง เราอาจกำหนดส่วนกั้นให้อยู่ในรูปแบบของประตูบานเฟี้ยมหรือบานเลื่อน ก็จะได้ทั้งการเปิดโล่งและความเป็นส่วนตัวตามแต่ลักษณะการใช้งาน
ต่างสไตล์ แต่ภาษาเดียวกัน
บ้านสไตล์มิกซ์แอนด์แมตช์เป็นความสนุกที่น่าท้าทายของการแต่งบ้านในยุคนี้ การนำของใช้และของตกแต่งที่มีสไตล์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น ยุโรป ไทย และจีน มาผสมผสานได้อย่างกลมกลืนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น โดยมีองค์ประกอบบางอย่างที่ยึดโยงให้แต่ละสไตล์ดูเข้ากันได้ เช่น โทนสี ลวดลาย หรือวัสดุที่ใกล้เคียง ก็ช่วยให้บ้านดูสวยงามและมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
...
เห็นคุณค่างานหัตถกรรม
นักออกแบบและเจ้าของบ้านยุคนี้มักเห็นคุณค่าของงานช่างฝีมือ ด้วยของแต่ละชิ้นนั้นมีเอกลักษณ์ บ้างผลิตแค่ชิ้นเดียว ถูกใจคนที่ไม่ชอบให้บ้านดูซ้ำใคร อย่างเช่นงานเฟอร์นิเจอร์หวายสาน หากเลือกรูปแบบและจัดวางให้ดีก็ดูสวยงามแบบสากลได้ หรือลวดลายของผ้าทอพื้นถิ่นก็ดัดแปลงให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าการใช้งานแบบเดิมๆ ทำให้ภูมิปัญญาที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีตมีความหมายและพร้อมจะมีผู้สานต่อสืบไป
การตีความใหม่ ของบ้านไทยพื้นถิ่น
หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง บ้านสมัยใหม่อย่างที่เราคุ้นชินนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเป็นบ้านที่ขวางทางน้ำ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ยาก และตัวบ้านก็เกิดความเสียหายเองด้วย หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น บ้านไทยยกใต้ถุนสูงจึงกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง สถาปนิกหลายคนได้ตีความบ้านไทยยกใต้ถุนสูงเหล่านั้นเสียใหม่ให้เหมาะกับความเป็นอยู่และไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ในปัจจุบัน
ให้สายลมได้พัดผ่านเรา
อีกหนึ่งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งก็คือ “บล็อกช่องลม” เพราะการออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีธรรมชาติเป็นกลไกสำคัญได้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง วัสดุดังกล่าวสามารถตอบสนองการไหลเวียนของอากาศแบบเขตร้อนชื้นของบ้านเราได้ดี จึงมีการนำมาใช้อย่างหลากหลาย ทั้งการกำหนดพื้นที่และทิศทางลม ตลอดจนเป็นกำแพงกึ่งรับน้ำหนักที่แบ่งพื้นที่ออกจากกันได้ แต่ยังคงเชื่อมโยงมุมมองต่อกันเอาไว้ โดยเฉพาะบ้านที่ยกใต้ถุนสูงคล้ายบ้านไทยพื้นถิ่น
...
Craftman of the New Traditional
การนำเอากรรมวิธีดั้งเดิมในการผลิตงานหัตถกรรมมาแปลความใหม่ให้เข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบัน ผนวกกับความเบื่อหน่ายต่อโลกดิจิตอลอันแสนวุ่นวาย งานคราฟต์หรืองานหัตถกรรมจึงกลับมาเป็นวิถีที่ผู้คนในปัจจุบันต่างให้ความสนใจ จนเกิดเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยระหว่างเก่ากับใหม่
เรขาคณิตแบบลดทอน
ในอดีตงานตกแต่งที่มีลวดลายระยิบระยับบอกถึงความงามที่เลิศหรู แต่เมื่อเวลาผ่านไป สไตล์โมเดิร์นแบบเรียบง่ายก็เข้ามาแทนที่ ซึ่งในความเรียบนั้นก็มีลูกเล่นของวัฒนธรรมที่ดูเท่ อย่างการนำงานตกแต่งสไตล์จีนและยุโรปมาลดทอนรายละเอียด เหลือเพียงรูปทรงเรขาคณิตที่ดูง่ายขึ้น และนำไปใช้ในรูปแบบที่ต่างกันออกไป อาจเป็นการนำลวดลายเล็กๆ จากบางส่วนของผ้ามาขยายใหม่และใช้กับฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น ทำเป็นฉากกั้น เป็นลวดลายของพื้นหรือผนัง ซึ่งช่วยสร้างลุคสวยๆ ที่ดูต่างไปจากเดิม
มองมุมเมืองแบบใหม่
เมื่อพื้นที่ของเมืองใหญ่เริ่มไม่ใหญ่อย่างที่เคย และพื้นที่เสื่อมโทรมเริ่มแพร่กระจายเหมือนโรคระบาด หนึ่งในวิธีจัดการกับพื้นที่ระดับชุมชนก็คือ การเข้าไปหาวิธีใช้พื้นที่เหล่านั้น “Urban Infilling” คือการเติมเต็มพื้นที่ว่างในเมืองใหญ่ด้วยการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์เชิงปฏิสัมพันธ์ให้ผู้คนได้ออกมาพบหน้ากัน เช่น โครงการสวนผักลอยฟ้า Siam Green Sky นอกจากนี้การเข้าไปปรับปรุงอาคารเก่าก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยทำเลที่ดีและเสน่ห์ของอาคารเก่าที่ยากจะหาสิ่งอื่นมาทดแทน
แนบชิดธรรมชาติแบบคนเมือง
ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่อยู่อาศัยแบบคนเมือง ทำให้รูปแบบการเข้าถึงธรรมชาติเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการจัดสวนแขวน สวนกระถางขนาดเล็ก หรือการทำผนังต้นไม้ผืนใหญ่ เพราะพื้นที่สีเขียวเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ หลากหลายงานออกแบบจึงตั้งใจนำสีเขียวของต้นไม้กลับมาสู่ที่อยู่อาศัยของเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
หนึ่งวัสดุ หลากวิธีใช้
โลกของงานออกแบบมักวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่วัสดุและอุปกรณ์ไม่ได้เกิดขึ้นใหม่ทุกวัน ดังนั้นการดัดแปลงและหาวิธีใช้วัสดุในรูปแบบใหม่ๆ จึงมีความน่าสนใจ เช่น การใส่บานไม้แทนกระจกสำหรับใช้เป็นบานปรับลมและแสงไปในตัว ถือเป็นอีกไอเดียการจับคู่วัสดุเดิมๆ กับวิธีการใช้ใหม่ๆ ที่ดูเข้าท่าดี
ทีละเล็กทีละน้อย...บอกตัวตน
คงไม่มียุคสมัยใดอีกแล้วที่ผู้คนต่างมีความเป็นปัจเจกเช่นนี้ และบ้านที่บ่งบอกตัวตนของเจ้าของบ้านเองก็สามารถพบเห็นได้บ่อยๆ บ้านที่เกิดจากการสะสมสิ่งละอันพันละน้อย การตกแต่งที่ดำเนินไปพร้อมๆ กับการใช้ชีวิต เกิดเป็นบ้านที่แสดงออกถึงรสนิยมและตัวตนของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี
ยุคสมัยของการกระชับพื้นที่
แรกเริ่มนั้นเป็นความนิยมของการตกแต่งแบบลอฟต์และอินดัสเทรียล ซึ่งนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้ในการออกแบบอาคาร ผนวกกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ใช้อุปกรณ์น้อยชิ้น แต่สามารถติดต่อสื่อสารและทำงานในพื้นที่จำกัดได้ ทำให้จากการออกแบบตู้คอนเทนเนอร์เกิดเป็นการออกแบบพื้นที่จำกัดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง เพราะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถทำงานได้แล้ว
The Rise of the Maker
“การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2” คือคำกล่าวของ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงกระแสของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “Maker” ซึ่งผลิตสิ่งต่างๆ ขึ้นมาด้วยตัวเองผ่านระบบกึ่งอัตโนมัติอย่างโปรแกรมสร้างภาพสามมิติ เครื่องเลเซอร์คัต และเครื่องพิมพ์สามมิติ ทำให้เกิดเป็นธุรกิจกึ่งอุตสาหกรรมแบบใหม่ ที่ผู้ออกแบบและผู้ผลิตเป็นคนเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในบ้านหรือแม้แต่ในห้องนอนของเราเอง
สู่พื้นฐานของบ้านทรอปิคัล
บ้านสวยในยุคหนึ่งอาจเป็นบ้านที่มีการตกแต่งอย่างสวยหรู บ่งบอกรสนิยมเลิศวิไล แต่ปัจจุบันบ้านสวยของเราคือบ้านที่เข้าอกเข้าใจธรรมชาติ กลับสู่ความเรียบง่ายของการใช้ชีวิต เปิดรับธรรมชาติ แดด ลม ฝน สิ่งเหล่านี้คือความเป็น “Tropical Rain Forest” ที่ผู้คนจากมุมอื่นๆ ของโลกต่างขนานนามว่าเราคือ “สรวงสวรรค์” การกลับไปสู่พื้นฐานของความเข้าใจ “สถาปัตยกรรม” ก็คือการกลับไปสู่ความเรียบง่ายของชีวิตที่อุดมสุขทั้งทางกายและใจนั่นเอง
ที่มา - บ้านและสวน
www.baanlaesuan.com