ในยุโรป กรีนเฮ้าส์ หรือ เรือนกระจก เป็นสิ่งจำเป็นเพราะต้องควบคุมอุณหภูมิ และมีระบบพิเศษเพื่อช่วยให้ต้นไม้สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเผชิญอากาศหนาว แต่ในประเทศไทย เรือนกระจก สามารถใช้เป็นที่กันฝน ที่พักต้นไม้ หรือปลูกพืชที่ต้องการการเอาใจใส่เป็นพิเศษ จึงกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เริ่มพบเห็นได้บ่อยในการจัดสวนบ้านเราในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสวนอังกฤษ หรือสไตล์ที่สร้างกลิ่นอายแบบสวนตะวันตก "การ์เด้นไอเดีย" ฉบับนี้ ขอพาไปรู้จักและเสนอไอเดียการทำเรือนกระจกให้ผู้สนใจลองนำไปทำตามกันดูครับ
ทำไมต้องเรือนกระจก
เรือนกระจกเกิดในฝั่งทวีปยุโรปตั้งแต่ยุคสมัยโรมัน ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น จึงต้องมีการคิดหาวิธีปลูกพืชโดยควบคุมสภาพแวดล้อมเพื่อให้พืชพรรณได้เติบโตออกผลผลิตได้เต็มที่ กระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เริ่มนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพาะปลูกพรรณไม้ที่นักสำรวจนำมาจากเขตร้อนชื้น จนถึงยุควิกตอเรีย เรือนกระจกกลายเป็นแฟชั่นของชนชั้นสูง ที่มักใช้ตกแต่งตามบ้านเรือนหรือไม่ก็สร้างเรือนกระจกด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่พร้อมตกแต่งอย่างสวยงาม โดยเรือนกระจกที่รู้จักกันดีในขณะนั้นคือสวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว หรือสวนคิว และเดอะคริสตัลพระราชวังในอังกฤษ
...
จากประวัติอันยาวนานนี้เอง ทำให้เมื่อนึกถึงสวนทางฝั่งยุโรป หรือแม้แต่โรงเรือนปลูกต้นไม้จึงมักเห็นเรือนกระจกเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสวนอยู่เสมอ ด้วยคุณสมบัติที่รับแสงและความร้อนเข้ามาภายในอาคารมากเมื่อตกกระทบกับวัตถุภายในจะไม่สามารถสะท้อนออกได้ ทำให้อุณหภูมิภายในร้อนและอบอ้าวมาก ดังนั้นหากจะนำมาปรับใช้กับบ้านเราจึงต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่ตั้ง การเลือกใช้วัสดุ และพรรณไม้ที่เหมาะสมเป็นสำคัญ
เรือนกระจกแบบต่างๆ
โครงสร้างและองค์ประกอบทั่วไปของเรือนกระจกไม่ต่างจากบ้าน หรือกระท่อมเท่าใดนัก จึงสามารถประยุกต์รูปทรงได้หลากหลายสไตล์ตามความต้องการของเจ้าของสวน แต่โดยส่วนใหญ่มักเห็นกัน 3 รูปแบบหลักดังต่อไปนี้
Classic
ได้รับอิทธิพลมาจากเรือนกระจกในยุควิกตอเรียโดยตรง มีลักษณะเป็นอาคารทรงจั่วโดมหรือโค้ง โดยจะผสมผสานรูปทรงกัน หรือจะเป็นแบบใดแบบหนึ่งก็ได้ จุดเด่นคือรายละเอียดของตัวโครงสร้าง และลวดลายที่เพิ่มเติมจากโครงเหล็กในส่วนของชายคาอกไก่หรือเสาส่วน เรื่องสีสันจะเน้นสีขาวเทาหรือดำ ตามแบบสถาปัตยกรรมในยุควิกตอเรียและอาร์ตนูโว เหมาะจะใช้ในสวนแบบฟอร์มอล หรือสไตล์โมเดิร์นวินเทจ ที่ต้องการแสดงถึงความหรูหราเก่าแก่และดูสง่างาม
Modern
เรือนกระจกแบบนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นรูปทรงเรขาคณิตซึ่งลดทอนมาจากรูปแบบดั้งเดิม ส่วนสีสันและวัสดุโครงสร้างก็มีรูปแบบไม่ตายตัว อาจเป็นไม้ โลหะ หรือวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ ก็ได้ รวมถึงส่วนที่เป็นกระจกด้วยเช่นกัน อีกทั้ง ไม่ค่อยเน้นงานตกแต่งเนื่องจากจุดสนใจจะอยู่ที่ตัวโครงสร้างเป็นหลัก เหมาะกับสวนสไตล์โมเดิร์นมินิมอล หรือร่วมสมัย
...
Shabby Chic
เรือนกระจกรูปแบบนี้เป็นการลดทอนรายละเอียดมาจากเรือนกระจกแบบคลาสสิกสำหรับใช้ในบ้านคนทั่วไป หรือโรงเรือนในชนบท จึงเป็นที่นิยมใช้จัดสวนในบ้านเรา เนื่องจากเป็นสไตล์ที่ไม่ซับซ้อน ทำได้ไม่ยาก และประยุกต์ใช้กับสไตล์สวนได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งสวนแนวอิงลิชคอตเทจ แชบบี้ ชิก จั๊งค์ และคันทรี ให้ความรู้สึกเรียบง่าย แต่ดูอบอุ่นด้วยโทนสีขาว หรือสีจากวัสดุเดิม โครงสร้างมักเป็นไม้หรือเหล็กที่ดูเรียบง่ายใช้รูปทรงแบบหลังคาจั่วเป็นหลัก มีขนาดไม่ค่อยใหญ่และไม่ต้องตกแต่งรายละเอียดมากนัก
...
ที่มา - บ้านและสวน
www.baanlaesuan.com