เมื่อมีอาการหวัด คัดจมูก หรือน้ำมูกไหล หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่กินยาก็หายได้ แต่หากอาการเหล่านี้ลากยาวต่อเนื่องหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน อาจมีสาเหตุที่ซับซ้อนกว่านั้น
จุดสังเกตสำคัญคือระยะเวลาที่นานเกิน 12 สัปดาห์ ร่วมกับอาการปวดตื้อตามใบหน้าและการได้กลิ่นที่เริ่มน้อยลง สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ถึงภาวะไซนัสอักเสบเรื้อรัง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว
ไซนัสอักเสบเรื้อรังคืออะไร ทำไมจึงอักเสบยาวนานกว่า 12 สัปดาห์
หลายคนอาจคิดว่าอาการเกี่ยวกับไซนัสมักเกิดจากการติดเชื้อ แต่ข้อมูลจาก นพ. บรรณวัชร ตันติคุณ โสต ศอ นาสิกแพทย์เฉพาะทางโรคจมูกและภูมิแพ้ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่าภาวะนี้มีความซับซ้อนมากกว่านั้น
ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (Chronic Sinusitis) เป็นภาวะที่โพรงอากาศบริเวณจมูกและไซนัสเกิดการอักเสบลากยาวต่อเนื่องเกิน 12 สัปดาห์ โดยมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรคโดยตรงเป็นหลัก
บริเวณศีรษะของมนุษย์มีโพรงไซนัสทั้งหมด 4 คู่ ซึ่งการอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกตำแหน่ง
- ไซนัสบริเวณหน้าผาก (Frontal sinus)
- ไซนัสข้างหัวตา (Ethmoid sinus)
- ไซนัสบริเวณโหนกแก้ม (Maxillary sinus)
- ไซนัสบริเวณฐานสมอง (Sphenoid sinus)
เมื่อเกิดการอักเสบตามโพรงเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการผิดปกติทางจมูก เช่น คัดแน่นจมูก ปวดบริเวณใบหน้า น้ำมูกข้นเหนียว และความสามารถในการรับกลิ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ไซนัสอักเสบเรื้อรังติดต่อไหม เช็ก 4 สาเหตุสำคัญที่ควรรู้
ไซนัสอักเสบเรื้อรังไม่ใช่โรคติดต่อสู่คนรอบข้าง เนื่องจากไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรคโดยตรง แต่เป็นผลมาจากกระบวนการอักเสบเฉพาะบุคคล โดยมี 4 สาเหตุหลัก ได้แก่
- อาการต่อเนื่องหลังเป็นไข้หวัด เยื่อบุโพรงไซนัสบวมหลังติดเชื้อทางเดินหายใจ จนขัดขวางการระบายของเหลวและกลายเป็นการอักเสบระยะยาว
- โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจไวต่อสิ่งกระตุ้นจนเกิดการบวมและอุดตัน
- โครงสร้างภายในช่องจมูกผิดปกติ เช่น ผนังกั้นจมูกคด กระดูกผนังด้านข้างโพรงจมูกมีขนาดใหญ่จนปิดกั้นรูเปิดไซนัส หรือมีเนื้องอกในโพรงจมูก
- ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม การเผชิญฝุ่นละออง มลภาวะ และควันบุหรี่เป็นประจำ
หวัดเรื้อรังไม่หาย 4 สัญญาณเตือนไซนัสอักเสบที่ส่งผลต่อชีวิต
แม้จะดูคล้ายไข้หวัดหรือภูมิแพ้ แต่อาการของไซนัสอักเสบเรื้อรังมักมีความรุนแรงและลากยาวเกินกว่า 12 สัปดาห์ การตรวจวินิจฉัยจะดูจากสัญญาณเตือนสำคัญอย่างน้อย 2 ใน 4 ข้อ โดยจำเป็นต้องมีอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกข้นเหนียวเป็นหนึ่งในนั้น
- คัดจมูก หายใจไม่สะดวก แน่นจมูกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
- น้ำมูกข้นเหนียว สีขุ่น หรือรู้สึกมีน้ำมูกไหลลงคอตลอดเวลา
- ประสิทธิภาพการได้กลิ่นลดลง สัมผัสกลิ่นได้น้อยลงจนถึงไม่ได้กลิ่นเลย
- อาการปวดบริเวณใบหน้า ปวดตื้อที่หัวคิ้ว รอบกระบอกตา หน้าผาก หรือปวดศีรษะ
เมื่อมีอาการเป็นๆ หายๆ จนกระทบต่อการนอนและการใช้ชีวิต ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งจะตรวจด้วยการส่องกล้องดูโพรงจมูก และอาจตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพิ่มเติมเพื่อดูความผิดปกติของโครงสร้าง
ไซนัสอักเสบเรื้อรังรักษาอย่างไร เมื่อไหร่ถึงต้องผ่าตัดส่องกล้อง
การรักษาไซนัสอักเสบเรื้อรังไม่ได้จบลงที่การผ่าตัดเสมอไป เพราะขั้นตอนแรกแพทย์จะเน้นการรักษาด้วยยาก่อนเป็นหลัก ทั้งการพ่นยาสเตียรอยด์ทางจมูก การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และการให้ยาปฏิชีวนะหรือยารักษาภูมิแพ้เพื่อยุบการอักเสบ
แต่หากรักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ทุเลา หรือพบว่ามีโครงสร้างภายในโพรงจมูกปิดกั้นทางเดินอากาศ แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้อง (ESS) เพื่อเคลียร์เนื้อเยื่ออักเสบและเปิดทางระบายให้ไซนัสกลับมาทำงานได้ดีขึ้น
หมดกังวลเรื่องรอยแผล เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันผ่าตัดผ่านรูจมูกโดยตรง พร้อมมีระบบนำทาง (Navigator) ช่วยระบุตำแหน่งเครื่องมืออย่างแม่นยำ ป้องกันอันตรายต่อดวงตาและสมอง ทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อย ปลอดภัย และฟื้นตัวได้รวดเร็ว
6 วิธีดูแลตัวเอง ป้องกันไซนัสอักเสบเรื้อรังกลับมาเป็นซ้ำ
นอกเหนือจากการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด การดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวันถือเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูเยื่อบุทางเดินหายใจ และช่วยควบคุมไม่ให้อาการกลับมากวนใจซ้ำ
- นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
- งดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดทั้งวัน
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่น ควัน และมลพิษทางอากาศ
หากยังมีอาการคัดจมูกและน้ำมูกเหนียวข้นต่อเนื่อง ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะไซนัสอักเสบเรื้อรังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างตรงจุดจะช่วยให้กลับมาหายใจโล่งและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง


