การถูกเห็บกัดไม่ได้ทำให้เกิดเพียงความรำคาญ แต่อาจนำไปสู่การติดเชื้อไวรัส SFTS (Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome) หรือโรคไข้เห็บสุนัข ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่พบรายงานผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตแล้วในไทย

สำหรับผู้ที่เลี้ยงหมาแมวหรือชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ การศึกษาวิธีป้องกันตนเองจากการถูกเห็บกัดและการเช็กอาการเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพได้

โรคไข้เห็บสุนัข (SFTS) ในคน คืออะไร?

โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (SFTS) หรือที่หลายคนเรียกกันง่ายๆ ว่า “ไข้เห็บสุนัข” เกิดจากการถูกเห็บที่เป็นพาหะกัด โดยเห็บชนิดนี้สามารถเกาะกินเลือดสัตว์ได้หลายชนิด ทั้งสุนัข แมว โค กระบือ รวมถึงสัตว์ป่า และเมื่อมากัดคน ก็สามารถแพร่เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

ล่าสุด ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โรคนี้พบได้ในประเทศไทย โดยมีรายงานผู้ป่วยสะสมแล้ว 53 ราย และเสียชีวิต 5 ราย (ข้อมูล ณ เดือน ก.ย. 2569) นอกจากจะติดต่อผ่านการโดนเห็บกัดแล้ว ยังอาจติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้อีกด้วย

เช็กอาการไข้เห็บสุนัข เมื่อไรที่ต้องรีบไปพบแพทย์?

หากคุณหรือคนใกล้ตัวถูกเห็บกัด แล้วภายใน 1-2 สัปดาห์มีอาการเหล่านี้ ควรเฝ้าระวังและรีบไปพบแพทย์ทันที

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน
  • อ่อนเพลียรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือเลือดกำเดาไหล (เนื่องจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำ)
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิตได้

ตารางเปรียบเทียบอาการเบื้องต้น ไข้เห็บในสัตว์เลี้ยง VS ในคน

อาการ
ในสัตว์เลี้ยง (สุนัข/แมว)
ในคน (โรค SFTS)
พฤติกรรม
ซึม เบื่ออาหาร ไม่มีแรง ขาหลังอ่อนแรง
อ่อนเพลียรุนแรง ปวดเมื่อยตามตัว
ระบบทางเดินอาหาร
อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายมีเลือดปน
คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง
ความผิดปกติของเลือด
เหงือกซีด มีจุดเลือดออก เกล็ดเลือดต่ำ
ไข้สูง มีจ้ำเลือด เลือดออกง่าย เกล็ดเลือดต่ำ

วิธีป้องกันตัวเองและสัตว์เลี้ยงจากเห็บ

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเห็บกัด โดยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค ได้ดังนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • ป้องกันสัตว์เลี้ยง ใช้ยาหยด ยาเม็ด หรือปลอกคอป้องกันเห็บหมัดให้กับสุนัขและแมวอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นตรวจเช็กตามซอกหลืบของตัวสัตว์
  • แต่งกายให้มิดชิด หากต้องเข้าไปในพื้นที่ป่า หญ้ารกชื้น หรือสวนที่อาจมีเห็บ ควรใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น และทายาป้องกันแมลง
  • ห้ามบี้เห็บด้วยมือเปล่า หากพบเห็บเกาะบนตัวสัตว์เลี้ยงหรือตามพื้น ห้ามใช้มือเปล่าบี้เด็ดขาด เพราะเชื้อโรคอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลบนมือได้
  • วิธีเอาเห็บออกที่ถูกต้อง หากพบเห็บกัดติดอยู่บนผิวหนังคน ให้ใช้แหนบปลายแหลมคีบที่ส่วนหัวของเห็บ (ให้ชิดผิวหนังมากที่สุด) แล้วค่อยๆ ดึงขึ้นมาตรงๆ อย่างช้าๆ ห้ามกระชาก จากนั้นล้างแผลด้วยน้ำสบู่และทาแอลกอฮอล์

โรคไข้เห็บสุนัข หรือ SFTS เป็นภัยเงียบที่มองข้ามไม่ได้ เพราะอาการรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง หมั่นดูแลทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงและสภาพแวดล้อมรอบบ้าน หากถูกเห็บกัดแล้วมีไข้สูง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการถูกเห็บกัดให้แพทย์ทราบทันที เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

ข้อมูลอ้างอิง