กลายเป็นกระแสไวรัล หลังนักวิ่งคนหนึ่งได้ใช้ "ใบไม้เหน็บเอว" ขณะวิ่ง โดยเชื่อว่าจะช่วยแก้อาการจุกชายโครง หรือที่ภาษาใต้เรียกว่า "ก้างแทงหมก" ได้ ไทยรัฐออนไลน์ชวนไขข้อสงสัย การใช้ใบไม้เหน็บเอวตอนวิ่ง ช่วยแก้อาการจุกได้จริงหรือแค่คิดไปเอง

เปิดที่มาความเชื่อเรื่อง “ใบไม้เหน็บเอว” วิธีแก้จุกเสียดตอนวิ่ง

“ใบไม้เหน็บเอว” เป็นความเชื่อพื้นบ้านของคนภาคใต้ที่บอกต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อมีอาการจุกเสียดขณะเดินหรือวิ่งออกกำลังกาย ผู้ใหญ่มักแนะนำให้หาใบไม้มาเหน็บไว้ที่ขอบกางเกงบริเวณเอว โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการจุกเสียดให้ทุเลาลง และช่วยให้สามารถเดินหรือออกกำลังกายต่อไปได้ตามปกติ

ไขข้อสงสัย วิ่งแล้วจุก เอาใบไม้เหน็บเอวช่วยได้จริงไหม

มีหลายคนที่เคยใช้วิธีใบไม้เหน็บเอวแล้วรู้สึกหายจุกเวลาวิ่ง ทางการแพทย์ยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าวิธีนี้ช่วยได้จริง แต่อาการที่เบาลงเป็นเพราะสมองเกิดความคาดหวังว่าวิธีนี้จะช่วยได้ หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ยาหลอก ประกอบกับช่วงเวลาที่ก้มเก็บใบไม้ ได้หยุดพัก จากการวิ่งร่างกายจึงผ่อนคลายความเหนื่อยล้าลง อาการจุกจึงค่อยๆ หายไปตามธรรมชาติ

5 วิธีรับมือและแก้ อาการจุกเสียดขณะวิ่งอย่างง่ายๆ

อาการจุกเสียดขณะวิ่ง หรือเจ็บแปลบบริเวณชายโครง มักดีขึ้นได้ด้วยการลดความหนักของการออกกำลังกายและปรับการหายใจ โดยทำได้ดังนี้

1. วิ่งช้าลงหรือเปลี่ยนเป็นเดินชั่วคราว เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายและควบคุมจังหวะหายใจได้ดีขึ้น

2. หายใจเข้า-ออกลึกและเป็นจังหวะ แทนการหายใจสั้นและถี่ เน้นการหายใจโดยใช้กระบังลม

3. ใช้มือกดบริเวณที่จุกเบาๆ พร้อมโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย อาจช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้

4. ใช้ท่ายืดลำตัวและกล้ามเนื้อด้านข้าง เช่น ยกแขนข้างที่มีอาการขึ้นเหนือศีรษะ แล้วเอนตัวไปฝั่งตรงข้ามอย่างช้าๆ

5. หยุดพักหากอาการไม่ดีขึ้น ไม่ควรฝืนวิ่งต่อ โดยปกติอาการจะค่อยๆ ทุเลาเมื่อหยุดวิ่ง

เพื่อป้องกันอาการในครั้งต่อไป ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อใหญ่หรือดื่มน้ำปริมาณมากในช่วงใกล้เวลาออกวิ่ง ยืดเส้นก่อนวิ่ง และค่อยๆ เพิ่มความเร็วในการวิ่ง

ใบไม้เหน็บเอวเป็น ความเชื่อโบราณของคนใต้ที่ว่า ให้หาใบไม้มาเหน็บไว้ที่เอวจะช่วยบรรเทาได้ ในมุมมองทางการแพทย์ ใบไม้อาจไม่ได้มีสารที่รักษาอาการจุกโดยตรง เพียงแต่การก้มลงไปหาและเก็บใบไม้ ทำให้ร่างกายได้หยุดพัก เกิดความสบายใจจากอาการจุกค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

หากต้องการแก้ปัญหาจุกเสียดอย่างตรงจุด เมื่อเริ่มมีอาการควรวิ่งให้ช้าลง กดบริเวณที่เจ็บเบาๆ และหายใจเข้าออกลึกๆ หรือหยุดพักจนกว่าจะปกติ ทั้งนี้สามารถป้องกันล่วงหน้าได้ด้วยการวอร์มอัพร่างกายให้พร้อม เลี่ยงการกินอิ่มเกินไปก่อนออกวิ่ง และค่อยๆ ปรับระดับความเหนื่อยอย่างเป็นขั้นตอน.