หลายครั้งที่เด็กเล็กมีการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ ช้าบ้าง เร็วบ้าง หรือในบางรายอาจอ่อนเพลีย หรือร้องไห้โยเย แต่พ่อแม่ไม่คิดว่าเป็นความผิดปกติ เนื่องจากไม่คิดว่าเด็กๆ ก็เป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะในเด็ก มักพบว่าหัวใจเต้นเร็วผิดปกติเป็นๆ หายๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาและมีอาการอยู่นานกว่า 24 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวายได้

สาเหตุของโรคหัวใจในเด็ก

หัวใจเต้นผิดจังหวะในเด็ก ส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจมาตั้งแต่เกิด หรืออาจเกิดภายหลังจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจรั่ว จากสาเหตุต่างๆ ส่งผลให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ หรือกล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรคหัวใจในเด็ก อาการเป็นอย่างไร

ส่วนใหญ่หัวใจเต้นผิดจังหวะในเด็ก มักไม่มีอาการ แต่อาจพบอาการที่สังเกตได้คือ

  • ใจสั่น หัวใจเต้นแรง ขณะนอนหลับ หรือพักผ่อน โดยที่เด็กไม่ได้ร้องไห้ หรือวิ่งเล่น
  • จังหวะการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ อาจรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นเป็นพักๆ
  • เด็กๆ อ่อนเพลีย หรือมีอาการหน้ามืด

หากหัวใจเต้นผิดจังหวะจนไม่สามารถสูบฉีดโลหิตได้ตามปกติเป็นเวลานาน หัวใจอาจหยุดทำงานได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาเด็กๆ ไปโรงพยาบาลทันที เมื่อเกิดอาการเหล่านี้

  • งอแงกระสับกระส่าย
  • แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน
  • หน้ามืด เป็นลม
  • หายใจไม่ออก
  • แน่นหน้าอก ใจสั่น

การตรวจวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดจังหวะในเด็ก

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย เนื่องจากเด็กบางคนอาจดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังโดยไม่บอกผู้ปกครองหรืออาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) ขณะมีอาการ
  • ติดเครื่องบันทึกคลื่นหัวใจ (Holter monitor) สำหรับ โรคหัวใจในเด็ก เด็กที่มีอาการบ่อยแต่ไม่ได้เป็นตลอดเวลา โดยแปะสติ๊กเกอร์เล็กๆ ที่มี electrode ต่อเข้ากับเครื่อง recorder เพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง,3 วัน, 5 วัน หรือ 7 วัน เพื่อดูลักษณะของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ

การรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะในเด็ก

  • การใช้ยา เพื่อช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้มีความสม่ำเสมอ กลุ่มยาที่ใช้รักษา ได้แก่ ยากลุ่มเบต้าบลอกเกอร์ (Beta Blocker) ยากลุ่มแคลเซียมแชนแนล บลอกเกอร์ (Calcium Channel Blocker) และยากลุ่มแอนติอาร์ริทมิก (Anti-Arrhythmic) ซึ่งอาจต้องใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant) เพื่อป้องกันเลือดแข็งตัว
  • ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ในกรณีที่เด็กมีภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ โดยใส่ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอก เพื่อตรวจจังหวะการเต้นของหัวใจ และกระตุ้นให้หัวใจเต้นในจังหวะที่เหมาะสม
  • ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจด้วยไฟฟ้า (Cardioversion) สำหรับเด็กที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป และกระบวนการทำงานหัวใจมีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต โดยใช้แผ่นแปะที่หน้าอกของผู้ป่วย จากนั้นเปิดกระแสไฟฟ้าจากเครื่องส่งภายนอกร่างกาย ช่วยปรับการเต้นของหัวใจใหม่

การสังเกตอาการของ โรคหัวใจในเด็ก หรืออาการหัวใจเด็กเต้นผิดจังหวะ อาจทำได้ยาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ อย่างไรก็ตามผู้ปกครองไม่ควรมองข้ามอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ของลูกหลาน รวมถึงช่วยเด็กๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยไม่ปล่อยให้เด็กมีน้ำหนักเกิน รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไขมันต่ำ และเกลือต่ำ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเด็กๆ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

ข้อมูลโดย : นพ. ณัฏฐ์ฑิพัฒณ์ จุฑาเจริญวงศ์ ว. 12751 กุมารแพทย์โรคหัวใจในเด็ก โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล