เช็กอาการภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ภัยเงียบใกล้ตัวที่หลายคนไม่เคยรู้ “ลิ่มเลือด” เป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยหยุดเลือดเมื่อร่างกายเกิดบาดแผล แต่หากเลือดจับตัวเป็นก้อนขึ้นภายในหลอดเลือดโดยไม่เหมาะสม อาจขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ทำให้อวัยวะได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ จนเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

ภาวะนี้อาจเกิดได้กับหลอดเลือดหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นขา ปอด หัวใจ หรือสมอง อาการจึงแตกต่างกันออกไป ที่สำคัญบางกรณีอาจเป็นอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

รู้จักภาวะ “ลิ่มเลือดอุดตัน” คืออะไร

ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (ภาษาอังกฤษ : Thrombosis) คือ ภาวะที่เลือดจับตัวเป็นก้อนภายในหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนผ่านบริเวณนั้นได้ไม่สะดวกหรือไม่สามารถไหลผ่านได้ตามปกติ ลิ่มเลือดอาจอุดตันอยู่ตรงจุดที่ก่อตัว หรือหลุดไปตามกระแสเลือดและอุดตันหลอดเลือดบริเวณอื่น ส่งผลให้อวัยวะขาดเลือดและเกิดความเสียหายได้

ทั้งนี้ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับขนาดของลิ่มเลือด ตำแหน่งที่อุดตัน และอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ โดยภาวะลิ่มเลือดอุดตันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

  • ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแดง อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง
  • ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ อาจพบที่หลอดเลือดดำส่วนลึกบริเวณขา และหากลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันที่ปอด อาจทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด ซึ่งเป็นภาวะอันตราย

ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

สาเหตุหรือกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันสามารถแบ่งได้เป็น 3 ด้าน ดังนี้

1. ผนังหลอดเลือดเกิดความเสียหายหรือผิดปกติ

เมื่อผนังหลอดเลือดได้รับบาดเจ็บ ร่างกายจะกระตุ้นกระบวนการแข็งตัวของเลือดเพื่อหยุดเลือด แต่กระบวนการดังกล่าวอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดภายในหลอดเลือดได้ ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหาย ได้แก่ การบาดเจ็บ การทำหัตถการหรือผ่าตัดบางชนิด รวมถึงการมีคราบไขมันสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด

2. การไหลเวียนของเลือดผิดปกติหรือช้าลง

เมื่อเลือดไหลเวียนช้าหรือติดขัด เลือดอาจจับตัวรวมกันและเกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น ภาวะนี้อาจพบในผู้ที่นอนนิ่งหรือไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ผู้ที่ต้องใส่เฝือก ผู้ที่นั่งเดินทางต่อเนื่องหลายชั่วโมง ตลอดจนผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือความผิดปกติของหลอดเลือดบางประเภท

3. เลือดแข็งตัวง่ายกว่าปกติ

ความผิดปกติของระบบการแข็งตัวของเลือด เช่น ร่างกายขาดหรือมีความบกพร่องของโปรตีนที่ช่วยยับยั้งการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เลือดจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย นอกจากนี้ ยาบางประเภท โรคประจำตัว และพันธุกรรมก็อาจมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน

ใครบ้างเสี่ยงเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ได้แก่

  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • ผู้ที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย นอนพักรักษาตัวเป็นเวลานาน หรือนั่งต่อเนื่องหลายชั่วโมง
  • ผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดหรือได้รับบาดเจ็บจนเคลื่อนไหวลำบาก
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวหรือความผิดปกติด้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง
  • ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดแข็งหรือโรคอักเสบเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิดหรือยาฮอร์โมนบางประเภท
  • ผู้ที่สูบบุหรี่

การมีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าจะเกิดลิ่มเลือดอุดตันเสมอไป แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อมีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งนี้ ไม่ควรหยุดยาคุมกำเนิด ยาฮอร์โมน หรือยาประจำตัวด้วยตนเอง

เช็กอาการของ “ลิ่มเลือดอุดตัน” มีสัญญาณเตือนอย่างไร

อาการของลิ่มเลือดอุดตันขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิด โดยอาการสำคัญที่ควรสังเกตมีดังนี้

1. ลิ่มเลือดอุดตันที่ขา

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกหรือ DVT มักพบที่ขา อาการอาจเกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหันภายในระยะเวลาไม่กี่วัน หากลิ่มเลือดหลุดจากขาและเดินทางไปอุดตันหลอดเลือดที่ปอด อาจก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินได้ โดยผู้ป่วยอาจมีอาการ ดังนี้

  • ขาบวมโต
  • ปวดหรือกดเจ็บบริเวณที่เกิดลิ่มเลือด
  • เดินแล้วรู้สึกปวดและบวมมากขึ้น
  • ผิวหนังบริเวณนั้นแดงหรือมีสีคล้ำขึ้น

อาการของลิ่มเลือดอุดตันในแต่ละคน อาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดภาวะนี้
อาการของลิ่มเลือดอุดตันในแต่ละคน อาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดภาวะนี้

2. ลิ่มเลือดอุดตันในปอด

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดอาจแสดงอาการแตกต่างกันตามขนาดและปริมาณของลิ่มเลือดที่อุดตัน แต่ถือเป็นภาวะรุนแรงที่ไม่ควรรอดูอาการเอง ได้แก่

  • หายใจลำบากหรือหายใจไม่อิ่มอย่างฉับพลัน
  • หายใจถี่หรือหายใจเร็ว
  • เหนื่อยหอบหรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกกะทันหัน
  • เจ็บหน้าอกมากขึ้นขณะหายใจเข้า
  • ความดันโลหิตลดลง
  • ไอเป็นเลือด

3. ลิ่มเลือดอุดตันในสมอง

อาการทางสมองต้องได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน เพราะการรักษาล่าช้าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความพิการหรือเสียชีวิต เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ อาจมีอาการ เช่น

  • แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือชา
  • หน้าเบี้ยวหรือปากเบี้ยว
  • พูดไม่ชัด สื่อสารหรือเข้าใจคำพูดผิดปกติ
  • สับสนหรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป
  • ปวดหรือเวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • บางรายอาจมีอาการชัก

4. ลิ่มเลือดอุดตันที่หัวใจ

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • เจ็บหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • เวียนศีรษะ

อาการสงสัยภาวะ “ลิ่มเลือดอุดตัน” แบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาล

ลิ่มเลือดอุดตันยังมีที่บริเวณช่องท้อง แขน หรืออวัยวะอื่นได้ ทำให้เกิดอาการแตกต่างกัน เช่น ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน แขนขาอ่อนแรง ชา ซีด หรือเย็นผิดปกติ หากมีอาการหายใจไม่ออกหรือหายใจลำบากกะทันหัน เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด สับสน หรือขาบวมแดงและปวดอย่างผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที 

การออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดความเสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
การออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดความเสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

วิธีลดความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน

การลดความเสี่ยงสามารถทำได้ด้วยการหมั่นเคลื่อนไหวร่างกาย หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ และดูแลโรคประจำตัวให้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

อ้างอิงข้อมูล : โรงพยาบาลเมดพาร์ค, โรงพยาบาลพญาไท 3