ใครที่ชอบนวดผ่อนคลายต้องระวัง! รู้หรือไม่ว่าบางโรคประจำตัวห้ามนวดเด็ดขาด เช็กด่วน 5 โรคที่ไม่ควรนวด เพราะอาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ทั้งเส้นเลือดแตก กระดูกหัก หรือช็อกโดยไม่คาดคิด
การนวดแผนไทย หรือการนวดเพื่อผ่อนคลาย เป็นศาสตร์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการทำงานหรือออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถรับการนวดได้ เพราะหากคุณมีโรคประจำตัวบางอย่าง การกดจุด ดัด หรือดึง อาจกลายเป็นการกระตุ้นให้อาการกำเริบและเป็นอันตรายถึงชีวิต ข้อมูลจาก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ระบุถึงกลุ่มโรคและข้อควรระวังที่ต้องประเมินตนเองก่อนเข้ารับบริการ
เปิดลิสต์ 5 โรคที่ไม่ควรนวด เสี่ยงอันตรายกว่าที่คิด
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการนวดช่วยรักษาได้ทุกอาการปวด แต่ในทางการแพทย์ นี่คือ 5 โรคประจำตัวที่ควรหลีกเลี่ยงการนวด หรือต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนเสมอ
1. โรคความดันโลหิตสูง (เกิน 160 mmHg)
ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและยังควบคุมไม่ได้ ไม่ควรรับการนวดเด็ดขาด เนื่องจากแรงกดทับจากการนวดจะไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม เสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดฝอยแตก หรือรุนแรงถึงขั้นหลอดเลือดในสมองแตกจนกลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้
2. โรคหัวใจและหลอดเลือด
การนวดในผู้ป่วยโรคหัวใจอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง เพราะการนวดจะไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้สูบฉีดเลือดหนักขึ้น นอกจากนี้ ในผู้ป่วยที่มีลิ่มเลือดอุดตัน แรงกดอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันในเส้นเลือดที่ปอดหรือสมอง ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้
3. โรคเบาหวาน (ระดับน้ำตาลสูงกว่า 180 mg/dL)
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้การรับรู้ความรู้สึกช้าลง เมื่อถูกนวดแรงๆ อาจไม่รู้สึกเจ็บ ทำให้กล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อฟกช้ำได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ป่วยเบาหวานเมื่อเกิดบาดแผลหรือรอยช้ำแล้วจะหายยาก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
4. โรคมะเร็ง
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยเฉพาะผู้ที่เซลล์มะเร็งมีการลุกลามไปที่กระดูกหรือต่อมน้ำเหลือง ห้ามรับการนวดแผนไทยหรือนวดกดจุดโดยเด็ดขาด ข้อมูลทางการแพทย์ชี้แจงว่า การนวดอาจไปกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปตามกระแสเลือดหรือระบบน้ำเหลืองได้เร็วขึ้น รวมถึงกระดูกของผู้ป่วยมะเร็งมักจะเปราะบางกว่าปกติ การนวดแรงๆ อาจทำให้กระดูกร้าวหรือหักได้
5. โรคกระดูกพรุนและกระดูกบาง
มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนจะมีมวลกระดูกที่บางและเปราะแตกง่ายมาก การนวดที่ต้องใช้น้ำหนักกดทับ ดัด หรือดึงตัว เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้กระดูกหัก หรือข้อต่อเคลื่อนหลุดโดยไม่รู้ตัว หากผู้สูงอายุต้องการผ่อนคลาย ควรเลือกใช้วิธีลูบเบาๆ หรือทำกายภาพบำบัดภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญแทน
ข้อควรระวังเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจนวด
นอกเหนือจาก 5 โรคข้างต้นแล้ว ผู้ที่มีอาการ ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด รวมถึงผู้ที่มีแผลเปิดหรือแผลอักเสบติดเชื้อ ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ห้ามนวดเช่นกัน
การนวดเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องตั้งอยู่บนความปลอดภัย ก่อนเข้าร้านนวดทุกครั้ง ควรแจ้งประวัติสุขภาพและโรคประจำตัวให้แพทย์แผนไทยหรือนักบำบัดทราบตามความเป็นจริง เพื่อประเมินความเสี่ยงและเลือกวิธีผ่อนคลายที่เหมาะสมกับร่างกายที่สุด ป้องกันไม่ให้การดูแลสุขภาพกลับกลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว
อ้างอิงข้อมูล: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และมาตรฐานความปลอดภัยทางสาธารณสุข