มดลูก เป็นแหล่งกำเนิดฮอร์โมนไดเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่บ่งบอกความเป็นผู้หญิงโดยเฉพาะ และที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือ เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการตั้งครรภ์ ซึ่งถือว่าสำคัญมากที่สุดสำหรับผู้หญิง ดังนั้น มดลูกจึงเป็นอวัยวะที่ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุด ซึ่งผู้หญิงทุกคนไม่ควรมองข้าม
เพราะอะไร ถึงเป็นเนื้องอกในมดลูกได้
ทางการแพทย์ยังไม่สามารถหาคำตอบที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดเนื้องอกมดลูกได้ แต่พบว่าการเกิดขึ้นของเนื้องอก มีความสัมพันธ์กันกับระดับฮอร์โมนไดเอสโตรเจน ซึ่งมีมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 20-50 ปี โดยมีส่วนในการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกมีการเจริญเติบโตมากขึ้นจนผิดปกติ
ใครมีโอกาสเป็นเนื้องอกมดลูกได้บ้าง
กลุ่มเสี่ยงอันดับต้นๆ ของการเป็น “เนื้องอกมดลูก” ได้แก่ กลุ่ม “Working Woman” ที่ยังมีประจำเดือนอยู่ และยังไม่เคยมีลูก ในขณะที่ผู้หญิงในช่วงวัยหมดฮอร์โมน วัยทอง หรือ หมดประจำเดือน จะมีแนวโน้มพบการเป็นเนื้องอกในมดลูกได้น้อยกว่า เนื่องจากระดับของฮอร์โมนไดเอสโตรเจนลดลง จึงทำให้เนื้องอกไม่เจริญเติบโต ฝ่อ และสลายตายไปในที่สุด
รู้ได้อย่างไร ว่าเป็นเนื้องอกมดลูก
เนื้องอกมดลูก ถือเป็นภัยเงียบที่จ้องคุกคามโดยที่เราไม่ค่อยรู้ตัว เพราะกว่า 50% ของผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว เนื่องจากโรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะไม่แสดงอาการผิดปกติ หรือ สัญญาณเตือนใดๆ ให้เห็น ซึ่งกว่าจะมารู้ตัวอีกที ก็เมื่อเข้ารับการตรวจภายใน หรือตรวจสุขภาพอย่างละเอียดประจำปีเท่านั้น การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ จึงสำคัญเพราะจะมีส่วนช่วยให้ผู้หญิงทุกคนใส่ใจและรู้เท่าทันเนื้องอกมดลูกได้
เนื้องอกมดลูกเปลี่ยนชีวิตเราอย่างไร
ถึงแม้เนื้องอกจะไม่ใช่หนึ่งใน 32 อวัยวะของร่างกาย แต่ก็อย่าเพิ่งรีบวิตกไป อันดับแรกเราจำเป็นต้องรู้ให้แน่ชัดก่อนว่าเนื้องอกมีอันตรายกับชีวิตเราอย่างไร ซึ่งสิ่งที่ควรรู้คือ เนื้องอก มี 2 แบบ คือเนื้องอกธรรมดา และเนื้องอกที่เป็นมะเร็ง
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นแบบที่หนึ่ง ซึ่งถือว่าค่อนข้างปลอดภัย เนื่องจากก้อนเนื้องอกธรรมดาจะมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้เพียงแค่ 1% เท่านั้น ทำให้อย่างน้อยเราก็สบายใจได้ว่าก้อนที่มีอยู่จะไม่ทำให้เราต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร ซึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดเนื้องอกมดลูก พบได้ทั้งปัจจัยจากวิถีชีวิต อาหารการกิน สิ่งแวดล้อม มากระตุ้นเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกที่เจริญเติบโต ทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อโดยเข้าไปเติบโตบริเวณผนังหรือโพรงมดลูก กลายเป็น “เนื้องอกมดลูก” ที่อาจมีขนาดเล็กเท่ากับเมล็ดถั่ว หรือมีขนาดใหญ่เท่ากับผลแตงโมก็ได้
โดยเรามักจะพบตำแหน่งเนื้องอกมดลูก แบ่งคร่าวๆ ได้ 5 ตำแหน่ง คือ อยู่นอกมดลูก กล้ามเนื้อมดลูก ภายในโพรงมดลูก และอยู่ที่ปากมดลูก และภายในมดลูก ตำแหน่งที่อันตรายที่สุด!! คือ ข้างในมดลูก เพราะอาจทำให้มีเลือดออกมาก ในทางกลับกันเนื้องอกนอกมดลูกก็อันตรายน้อยสุดเช่นกัน
ความเสี่ยงโรคเนื้องอกมดลูก หนึ่งในนั้นใช่คุณหรือเปล่า
- ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ช่วงอายุ 20-50 ปี
- ผู้หญิงที่มี ฮอร์โมนเพศหญิง (ไดเอสโตรเจน) สูงผิดปกติ
- ผู้หญิงที่มีพันธุกรรมในครอบครัวเป็นมะเร็ง
อาการเตือนสำคัญ ที่ไม่อยากให้ละเลย อาการของเนื้องอกมดลูกสังเกตง่ายๆ ดังนี้
- ประจำเดือนมามากผิดปกติ ประจำเดือนมามาก หรือมาตรงทุกรอบ แต่มามากขึ้นกว่าเดิม เช่น มา 3 วัน แต่มากขึ้นเป็น 5 วัน หรือเคยใช้ผ้าอนามัยแค่ 3 ผืน กลายเป็น 5 ผืน หรือไม่เคยมีก้อนเลือดออกมา แต่ระยะหลังดันพบก้อนเลือดออกมามากด้วย หรือปวดประจำเดือนมากขึ้นกว่าปกติ ถึงขนาดต้องกินยา อาการเหล่านี้คือสัญญาณการเป็นเนื้องอกมดลูก
- ปัสสาวะถี่ฉี่บ่อย หรือแม้แต่อาการท่อรั่ว ปวดปัสสาวะเข้าห้องน้ำบ่อยเกินเหตุ ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนภัยที่ต้องระวัง ถ้าเนื้องอกใหญ่อาจจะไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย หรือบางคนอาจจะปัสสาวะไม่ออกไปเลย
- ปวดและเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นไปได้ว่าก้อนเนื้องอกที่โตยื่นเข้าไปในช่องคลอด หรือเป็นเนื้องอกตรงปากมดลูก
- ท้องผูก จากการที่เนื้องอกไปกดทับลำไส้ตรง โดยเนื้องอกอาจโตขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าไปเบียดหรือกดทับอวัยวะบริเวณช่องท้องด้านหลัง
- ท้องอืดเฟ้อ ก้อนเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่จะทำให้อึดอัด แน่นท้อง ท้องบวม หรือท้องโต บริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน
- การมีบุตรยากหรือแท้งบุตรง่าย เพราะเนื้องอกที่โตเข้าไปในโพรงมดลูกอาจเข้าไปอุดตันท่อนำไข่ และขัดขวางการฝังตัวอ่อน
เนื้องอกมดลูก ป้องกันได้ ด้วยตัวคุณเอง
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมที่มีปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
- ออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนัก
- หมั่นสังเกตตัวเองว่ามีอาการผิดปกติอะไรบ้าง
- ตรวจร่างกายประจำปี ตรวจภายใน อัลตราซาวด์
ทั้งนี้ หากสงสัยว่าจะเป็นเนื้องอกมดลูก ควรต้องเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัย ตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด
เนื้องอกมดลูกรักษาได้อย่างไร
การรักษามีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับขนาดเนื้องอก อาการ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ทั้งการรับประทานยาลดปวด ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมในการรักษาเนื้องอกมดลูกที่มีขนาดเล็ก หรือเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอายุมากมีความเสี่ยงต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ยาที่ใช้ในการรักษา ได้แก่ ยาลดปริมาณประจำเดือน ยาบรรเทาปวด เป็นต้น การผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออกหรือตัดมดลูกออกหมด ผ่าตัดโดยวิธีเปิดหน้าท้อง หรือผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งแผลจะมีขนาดเล็ก และการผ่าตัดทางช่องคลอด วิธีนี้จะไม่มีแผลที่หน้าท้อง เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวได้เร็วกว่า แต่มีข้อจำกัดที่จะทำให้การผ่าตัดวิธีนี้ทำได้ยากขึ้น คือ เนื้องอกมีขนาดใหญ่ มีพังผืดในอุ้งเชิงกราน และช่องคลอดแคบ
การตรวจพบความผิดปกติของมดลูกหรือเนื้องอกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต เพราะการดูแลสุขภาพมดลูกอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญสู่คุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย
ข้อมูลโดย : พล. ร.ต. นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 1