หลายคนสงสัยว่า “หน้าอกใหญ่ หรือหน้าอกเล็ก เสี่ยงมะเร็งเต้านมต่างกันหรือไม่” คำตอบคือ ขนาดเต้านมไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญกว่ามาก เช่น ฮอร์โมน พันธุกรรม อายุ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต บทความนี้จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง พร้อมแนะนำวิธีสังเกตความผิดปกติ และการดูแลที่เหมาะสม
มะเร็งเต้านมคืออะไร
มะเร็งเต้านม (Breast cancer) คือ การเกิดเซลล์ผิดปกติในเนื้อเยื่อเต้านม ที่แบ่งตัวรวดเร็วและควบคุมไม่ได้ จนก่อตัวเป็น “ก้อนมะเร็ง” ซึ่งสามารถลุกลามไปยังเนื้อเยื่อรอบข้าง หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ เช่น ต่อมน้ำเหลือง ปอด กระดูก หรือสมองได้ โรคนี้พบได้บ่อยในผู้หญิง แต่ผู้ชายก็สามารถเป็นได้ แม้จะพบในสัดส่วนน้อยก็ตาม
ขนาดหน้าอกเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมไหม
ขนาดเต้านม “ไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงโดยตรง” ขนาดของเต้านม ปริมาณเนื้อเยื่อเต้านม (fibroglandular breast tissue) ผู้ที่มีปริมาณเนื้อเยื่อเต้านมมากจะมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่า นั่นคือถึงแม้จะมีขนาดเต้านมใหญ่แต่ส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นไขมัน ไม่ใช่เนื้อเยื่อเต้านม ก็ไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม แต่ขนาดเดียวกันถึงแม้ว่าเต้านมขนาดเล็กแต่มีปริมาณเนื้อเยื่อเต้านมแน่น (Dense breast) ก็จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมได้มากกว่านั่นเอง
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดสำหรับมะเร็งเต้านม
นอกเหนือจากเพศหญิงแล้ว ก็คืออายุที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านมแบ่งเป็น
1. ประวัติสุขภาพส่วนบุคคลและภาวะเต้านมผิดปกติ
- เคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อนหรือเคยมีประวัติเป็นมะเร็งท่อน้ำนมระยะเริ่มต้น(Ductal carcinoma in situ; DCIS) มาก่อน รวมถึงรอยโรคที่มีความเสี่ยงเกิดมะเร็งเต้านมสูง
- เนื่องจากเคยได้รับรังสีในปริมาณสูงในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก เช่น ระหว่างการรักษาโรคมะเร็งในวัยเด็ก
- ภาวะเนื้อเยื่อเต้านมหนาแน่น เป็นภาวะที่พบได้บ่อย ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเท่านั้น แต่ยังทำให้ตรวจพบมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมได้ยากขึ้นอีกด้วย
- การมีน้ำหนักตัวเกิน โดยเฉพาะหลังวัยหมดประจำเดือน
- การใช้ฮอร์โมนทดแทนแบบผสม (เอสโตรเจนและโปรเจสติน) เพื่อบรรเทาอาการวัยหมดประจำเดือน
- การได้รับสาร เอสโตรเจนสังเคราะห์ ก่อนคลอด (ในครรภ์) หรือการรับประทานสารนี้ระหว่างตั้งครรภ์
- ภาวะที่ร่างกายได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนตามธรรมชาติเป็นเวลานานขึ้น ได้แก่ มีประวัติการมีประจำเดือนยาวนานกว่าปกติ (เช่น มีประจำเดือนครั้งแรกเร็ว หมดประจำเดือนช้ากว่าปกติ)
- การคลอดบุตรครั้งแรกเมื่ออายุมากขึ้น, ไม่เคยตั้งครรภ์, ไม่เคยให้นมบุตร (ในกลุ่มสตรีที่เคยคลอดบุตร)
2. พันธุกรรมและประวัติครอบครัว
มีการกลายพันธุ์ในยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม เช่น
- BRCA1 และ BRCA2
- PALB2
- CHEK2
- TP53
- CDH1
- PTEN
- STK11
- ATM
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
3. พฤติกรรม
- การดื่มแอลกอฮอล์ ยิ่งดื่มแอลกอฮอล์มากเท่าไหร่ ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
- การไม่ออกกำลังกาย โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน
ปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญกว่าคือ
- อายุที่มากขึ้น ฮอร์โมนเพศหญิง
- พันธุกรรม เช่น BRCA1/BRCA2
- ประจำเดือนมาเร็ว หมดช้ากว่าปกติ
- ไม่เคยตั้งครรภ์หรือมีลูกเมื่ออายุมาก
- การใช้ฮอร์โมนบางประเภท
- พฤติกรรม เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ อ้วนหลังวัยหมดประจำเดือน
อาการที่ควรสังเกต
แม้ขนาดหน้าอกจะไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยง แต่การสังเกตความผิดปกติเพื่อค้นหามะเร็งตั้งแต่ระยะแรกเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะมีก้อนหรือตุ่มแข็งในเต้านม ผิวหนังเต้านมเปลี่ยนไป เช่น หนา ตึง บุ๋ม หัวนมหดหรือบิดผิดรูป มีเลือดหรือน้ำไหลออกจากหัวนมโดยไม่ได้ตั้งครรภ์ เต้านมบวม โตขึ้น หรือเจ็บผิดปกติข้างเดียว และต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้โต
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์
เมื่อมีอาการผิดปกติดังที่กล่าวมาข้างต้นอย่างการคลำพบก้อนในเต้านม
- เต้านมเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
- มีของเหลวไหลออกจากหัวนมซ้ำๆ
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
- ต้องการตรวจคัดกรองประจำปี
- เจ็บเต้านมเรื้อรังหรือผิดปกติข้างเดียวซ้ำๆ
วิธีตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านม
การตรวจเป็นประจำจะเพิ่มโอกาสพบมะเร็งระยะแรก ซึ่งการรักษาได้ไวยิ่งได้ผลดีต่อคนไข้ โดยมีเทคนิคการตรวจที่เชื่อถือได้ตามมาตรฐานทางการแพทย์ ได้แก่ ตรวจคลำเต้านมโดยแพทย์ , Digital Mammogram with tomosynthesis (แมมโมแกรม), Breast Ultrasound (อัลตราซาวด์เต้านม), ตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) หากพบความผิดปกติ
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อลดความเสี่ยง
แม้มะเร็งเต้านมป้องกันไม่ได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ เพียง ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดความเสี่ยง และตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน
ขนาดหน้าอกไม่ใช่ตัวกำหนดความเสี่ยง แต่การใส่ใจตรวจคัดกรองคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะมะเร็งเต้านมสามารถเกิดได้ในผู้หญิงทุกขนาดหน้าอก สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรักษาคือ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพ และเมื่อมีความผิดปกติแนะนำให้เข้ารับการประเมินกับแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา รวมถึงแนวทางการดูแลที่เหมาะสม
ข้อมูลโดย : ศูนย์รักษ์เต้านมโรงพยาบาลพญาไท 2