สังเกต "สีปัสสาวะ" สัญญาณเตือนเบื้องต้นจากร่างกาย ช่วยประเมินสุขภาพไต ตับ และระบบทางเดินปัสสาวะ รู้ทันความผิดปกติก่อนรับการตรวจสุขภาพประจำปี

การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะ "ปัสสาวะ" ซึ่งเป็นของเสียในรูปของเหลวที่ไตกรองออกมาจากเลือด เพื่อขับสารส่วนเกินและของเสียออกจากร่างกาย การหมั่นสังเกตสีและกลิ่นของปัสสาวะจึงเป็นวิธีประเมินสุขภาพเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตนเอง  

จากข้อมูลโดย ศ. นพ.จุมพล วิลาศรัศมี ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายถึงลักษณะของสีปัสสาวะที่บอกถึงภาวะสุขภาพต่างๆ ดังนี้ 

สีปัสสาวะปกติ ควรเป็นอย่างไร?

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • สีฟางข้าว ใส ไม่ขุ่น: คือลักษณะของปัสสาวะที่ปกติ  
  • สีจางลง: เกิดจากการดื่มน้ำในปริมาณมาก  
  • สีฟางข้าวเข้มขึ้น: เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไปในแต่ละวัน  
  • ผลกระทบจากวิตามินและยา: การรับประทานวิตามินบางชนิดในปริมาณมาก เช่น วิตามินบี เบต้าแคโรทีน หรือการใช้ยาบางชนิด อาจทำให้สีปัสสาวะเข้มขึ้นหรือจางลงได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ปัสสาวะปกติจะต้องยังคงมีความใส ไม่ขุ่น

สัญญาณเตือนจาก "สีปัสสาวะ" และความผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

1. ปัสสาวะขุ่น และ/หรือ ปัสสาวะมีฟอง

  • ปัสสาวะขุ่น: เป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติในระบบการกรองของไต โดยความขุ่นเกิดจากแบคทีเรีย เยื่อเมือกทางเดินปัสสาวะ เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง มิวคัส เนื้อเยื่อบุผิว ไขมัน หรือฟอสฟอรัส  
  • ปัสสาวะมีฟอง: แสดงถึงการทำงานของไตที่ผิดปกติ ฟองเกิดขึ้นเนื่องจากแรงตึงผิวของปัสสาวะเปลี่ยนไป เพราะมีโปรตีนที่เรียกว่า "อัลบูมิน" รั่วออกมาในปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากประสิทธิภาพการกรองของไตที่ลดลง

2. ปัสสาวะเข้มมากค่อนไปทางสีน้ำตาล หรือคล้ายสีเครื่องดื่มโคล่า

อาจเกิดจากภาวะเม็ดเลือดแดงแตกสลายในร่างกายมากผิดปกติ การทำงานของตับผิดปกติ หรือมีการอุดตันของท่อน้ำดี มักพบร่วมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรืออุจจาระมีสีซีด เนื่องจากร่างกายไม่สามารถขับสารบิลลิรูบินออกทางอุจจาระได้ตามปกติ จึงทำให้มีบิลลิรูบินในเลือดสูงและถูกขับออกมาทางปัสสาวะแทน

3. ปัสสาวะเป็นสีแดง สีออกชมพู หรือสีแดงน้ำตาล

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • สาเหตุจากโรคหรือภาวะผิดปกติ: อาจเกิดจากความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะที่มีเลือดออก เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ต่อมลูกหมากโต, มะเร็งที่ไต, เนื้องอกกระเพาะปัสสาวะ, การบาดเจ็บของทางเดินปัสสาวะ, นิ่วในไตหรือกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงภาวะเม็ดเลือดแดงแตกและภาวะเลือดออกผิดปกติ  
  • สาเหตุจากยาและอาหาร: อาจเป็นผลข้างเคียงจากการรับประทานยารักษาวัณโรค ยาปฏิชีวนะบางชนิด หรือการรับประทานพืชผัก เช่น หัวบีทรูต แบล็กเบอร์รี หรือสีผสมอาหาร ซึ่งเมื่อหยุดรับประทาน สีปัสสาวะจะกลับมาเป็นปกติ 

4. ปัสสาวะสีเขียว หรือสีฟ้าใส

ส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคมะเร็งบางประเภท, ยาต้านการอักเสบอินโดเมททาซิน หรือสีผสมอาหารบางชนิด เช่น เมทิลีนบลู

คำแนะนำเมื่อพบความผิดปกติ

หากสังเกตพบว่าปัสสาวะมีความผิดปกติ ทั้งเรื่องสี ความขุ่น หรือการเกิดฟองตามที่กล่าวมา ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเตรียมตัวรับการตรวจสุขภาพประจำปี การสังเกตสัญญาณเหล่านี้จะช่วยให้ข้อมูลแก่แพทย์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น