สังเกต "สีปัสสาวะ" สัญญาณเตือนเบื้องต้นจากร่างกาย ช่วยประเมินสุขภาพไต ตับ และระบบทางเดินปัสสาวะ รู้ทันความผิดปกติก่อนรับการตรวจสุขภาพประจำปี
การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะ "ปัสสาวะ" ซึ่งเป็นของเสียในรูปของเหลวที่ไตกรองออกมาจากเลือด เพื่อขับสารส่วนเกินและของเสียออกจากร่างกาย การหมั่นสังเกตสีและกลิ่นของปัสสาวะจึงเป็นวิธีประเมินสุขภาพเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตนเอง
จากข้อมูลโดย ศ. นพ.จุมพล วิลาศรัศมี ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายถึงลักษณะของสีปัสสาวะที่บอกถึงภาวะสุขภาพต่างๆ ดังนี้
สีปัสสาวะปกติ ควรเป็นอย่างไร?
- สีฟางข้าว ใส ไม่ขุ่น: คือลักษณะของปัสสาวะที่ปกติ
- สีจางลง: เกิดจากการดื่มน้ำในปริมาณมาก
- สีฟางข้าวเข้มขึ้น: เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไปในแต่ละวัน
- ผลกระทบจากวิตามินและยา: การรับประทานวิตามินบางชนิดในปริมาณมาก เช่น วิตามินบี เบต้าแคโรทีน หรือการใช้ยาบางชนิด อาจทำให้สีปัสสาวะเข้มขึ้นหรือจางลงได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ปัสสาวะปกติจะต้องยังคงมีความใส ไม่ขุ่น
สัญญาณเตือนจาก "สีปัสสาวะ" และความผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม
1. ปัสสาวะขุ่น และ/หรือ ปัสสาวะมีฟอง
- ปัสสาวะขุ่น: เป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติในระบบการกรองของไต โดยความขุ่นเกิดจากแบคทีเรีย เยื่อเมือกทางเดินปัสสาวะ เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง มิวคัส เนื้อเยื่อบุผิว ไขมัน หรือฟอสฟอรัส
- ปัสสาวะมีฟอง: แสดงถึงการทำงานของไตที่ผิดปกติ ฟองเกิดขึ้นเนื่องจากแรงตึงผิวของปัสสาวะเปลี่ยนไป เพราะมีโปรตีนที่เรียกว่า "อัลบูมิน" รั่วออกมาในปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากประสิทธิภาพการกรองของไตที่ลดลง
2. ปัสสาวะเข้มมากค่อนไปทางสีน้ำตาล หรือคล้ายสีเครื่องดื่มโคล่า
อาจเกิดจากภาวะเม็ดเลือดแดงแตกสลายในร่างกายมากผิดปกติ การทำงานของตับผิดปกติ หรือมีการอุดตันของท่อน้ำดี มักพบร่วมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรืออุจจาระมีสีซีด เนื่องจากร่างกายไม่สามารถขับสารบิลลิรูบินออกทางอุจจาระได้ตามปกติ จึงทำให้มีบิลลิรูบินในเลือดสูงและถูกขับออกมาทางปัสสาวะแทน
3. ปัสสาวะเป็นสีแดง สีออกชมพู หรือสีแดงน้ำตาล
- สาเหตุจากโรคหรือภาวะผิดปกติ: อาจเกิดจากความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะที่มีเลือดออก เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ต่อมลูกหมากโต, มะเร็งที่ไต, เนื้องอกกระเพาะปัสสาวะ, การบาดเจ็บของทางเดินปัสสาวะ, นิ่วในไตหรือกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงภาวะเม็ดเลือดแดงแตกและภาวะเลือดออกผิดปกติ
- สาเหตุจากยาและอาหาร: อาจเป็นผลข้างเคียงจากการรับประทานยารักษาวัณโรค ยาปฏิชีวนะบางชนิด หรือการรับประทานพืชผัก เช่น หัวบีทรูต แบล็กเบอร์รี หรือสีผสมอาหาร ซึ่งเมื่อหยุดรับประทาน สีปัสสาวะจะกลับมาเป็นปกติ
4. ปัสสาวะสีเขียว หรือสีฟ้าใส
ส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคมะเร็งบางประเภท, ยาต้านการอักเสบอินโดเมททาซิน หรือสีผสมอาหารบางชนิด เช่น เมทิลีนบลู
คำแนะนำเมื่อพบความผิดปกติ
หากสังเกตพบว่าปัสสาวะมีความผิดปกติ ทั้งเรื่องสี ความขุ่น หรือการเกิดฟองตามที่กล่าวมา ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเตรียมตัวรับการตรวจสุขภาพประจำปี การสังเกตสัญญาณเหล่านี้จะช่วยให้ข้อมูลแก่แพทย์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น