"โรค NCDs" หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขหลักที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินอาหาร มารู้จักแนวทางป้องกันและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากภัยเงียบนี้กัน

ทำความรู้จัก "โรค NCDs" ภัยเงียบจากพฤติกรรมคนยุคใหม่

"โรค NCDs" (Non-Communicable Diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบัน โดย อ. ดร.พญ. อัญญพร สิจึยะ สุทัศน์วรวุฒิ จากภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลว่าบริบทด้านสุขภาพของสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างมาก

ในอดีต ประเทศไทยอาจจะเคยเผชิญกับปัญหาโรคติดต่อ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ หรือโรคติดเชื้อต่างๆ แต่ในปัจจุบัน โรคที่เป็นปัญหาหลักกลับกลายเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมสุขภาพและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น การรับประทานอาหารตะวันตก การขาดการออกกำลังกาย จนส่งผลให้น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน และมีโรคเรื้อรังอื่นๆ ตามมา

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 3 โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด พร้อมทั้งแนวทางการรักษาและวิธีป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง

เจาะลึก 3 โรคไม่ติดต่อเรื้อรังยอดฮิต และวิธีดูแลตัวเอง

1. โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงมักเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดมีความแข็งตัวมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยด้านพฤติกรรม เช่น การกินอาหารรสเค็ม การมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ขาดการออกกำลังกาย และความเครียดสะสม 

  • อาการที่ต้องระวัง: ในระยะแรกเริ่มมักไม่แสดงอาการใดๆ ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองป่วย จึงจำเป็นต้องตรวจวัดความดันโลหิตทุกครั้งเมื่อตรวจสุขภาพหรือพบแพทย์ โดยค่าความดันปกติ ตัวบนไม่ควรเกิน 140 และตัวล่างไม่ควรเกิน 90 มิลลิเมตรปรอท แต่หากปล่อยให้ความดันสูงวิกฤต อาจมีอาการปวดศีรษะรุนแรง หน้ามืด วิงเวียน หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจและไตตามมา
  • แนวทางการรักษา: หากพบในผู้ป่วยที่อายุน้อย แพทย์จะต้องตรวจหาสาเหตุเชิงลึก เช่น โรคหัวใจ โรคไต ไทรอยด์เป็นพิษ หรือความผิดปกติของหลอดเลือด แต่หากเป็นในผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคร่วมอื่น แพทย์จะประเมินตามความรุนแรง หากความดันสูงไม่มากจะแนะนำให้ปรับพฤติกรรมก่อน เช่น ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ลดเค็ม และลดเครียด แต่หากไม่ดีขึ้นหรือมีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจสูง แพทย์จะพิจารณาให้ยาลดความดันโลหิตตามความเหมาะสม 
  • วิธีป้องกันโรค NCDs ชนิดนี้: รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ลดการทานอาหารรสจัดหรือรสเค็ม ผ่อนคลายความเครียด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 

...

2. โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน โดยประเภทที่พบได้มากที่สุดในคนทั่วไปคือ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากภาวะดื้ออินซูลิน

  • อาการที่ต้องระวัง: ผู้ป่วยในระยะแรกส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ แต่ถ้าหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก จะเริ่มแสดงอาการชัดเจน เช่น น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วทั้งที่รับประทานอาหารมาก หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย และอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย
  • แนวทางการรักษา: ในกรณีที่ระดับน้ำตาลไม่สูงมาก แพทย์จะแนะนำให้ควบคุมอาหารรสหวานและออกกำลังกาย แต่หากน้ำตาลสูงเกินเกณฑ์ไปมาก จำเป็นต้องใช้ยากินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล และในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยากินได้ หรือใช้ยากินแล้วยังควบคุมน้ำตาลไม่ได้ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาฉีดอินซูลิน หรือยากลุ่ม GLP1 ซึ่งเป็นยาฉีดเบาหวานที่ช่วยควบคุมน้ำหนักร่วมด้วย 
  • วิธีป้องกันโรค NCDs ชนิดนี้: หลีกเลี่ยงและลดการกินหวาน เช่น น้ำอัดลม ขนมหวาน รวมถึงอาหารประเภทแป้ง ควบคุมระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

3. โรคไขมันในเลือดสูง

เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณไขมันในเลือดสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองในอนาคต

  • อาการที่ต้องระวัง: โรคไขมันในเลือดสูงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเตือนทางร่างกายเลย มักจะตรวจพบได้จากการเจาะเลือดตรวจสุขภาพเท่านั้น
  • แนวทางการรักษา: หากระดับไขมันไม่ได้สูงมากและไม่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจหรือสมอง แพทย์จะเน้นให้ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่หากตรวจพบว่าไขมันสูงมาก หรือผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อโรคระบบหลอดเลือด แพทย์จะรักษาด้วยการให้รับประทานยาลดไขมัน
  • วิธีป้องกันโรค NCDs ชนิดนี้: ควบคุมการทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารติดมัน ของทอด ของมัน โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปรุงอาหารมาใช้วิธีการต้มหรือนึ่งแทน พร้อมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญ 

ตรวจสุขภาพประจำปี กุญแจสำคัญหนีห่างภัยเงียบ NCDsเนื่องจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ โรค NCDs ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการที่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น การละเลยไม่ดูแลตัวเองอาจทำให้โรคลุกลามโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราตรวจพบความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูงที่ซ่อนอยู่ได้เร็วขึ้น  

หากตรวจพบควรรีบเข้ารับการรักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่อันตรายถึงชีวิต เช่น โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก เริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและหันมาออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว