สายหูฟังบลูทูธเช็กด่วน! พฤติกรรมการใส่หูฟังทั้งวันและเปิดเพลงดังเกินไป อาจทำร้ายหูโดยไม่รู้ตัว มาดูวิธีใช้หูฟังไร้สายอย่างปลอดภัย ป้องกันภาวะประสาทหูเสื่อมและหูตึงก่อนวัยอันควร
ไอเทมติดหูคนยุคใหม่... แต่ทำไม “หูฟังไร้สาย” ถึงกลายเป็นภัยเงียบทำลายการได้ยิน
ในยุคปัจจุบัน “หูฟังไร้สาย” หรือหูฟังบลูทูธ ได้กลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของใครหลายคนไปแล้ว ไม่ว่าจะใช้ใส่วิ่งออกกำลังกาย ฟังเพลงระหว่างเดินทาง นั่งทำงาน หรือประชุมออนไลน์ยาวๆ ตลอดทั้งวัน ความสะดวกสบายที่ไม่มีสายมากวนใจทำให้เรามักจะใส่หูฟังค้างไว้ในหูเป็นเวลานานหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว
พฤติกรรมความเคยชินเหล่านี้ กำลังนำมาซึ่ง อันตรายจากหูฟัง ที่น่ากลัว นั่นคือภาวะ ประสาทหูเสื่อม ก่อนวัยอันควร ซึ่งในอดีตมักจะพบในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเสียงดังเท่านั้น แต่สถิติทางการแพทย์ในปัจจุบันกลับพบว่า วัยรุ่นและคนทำงานยุคใหม่มีภาวะหูตึงและหูอื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการใช้งานหูฟังที่ผิดวิธี
เปิดเสียงดังเกินไป ทำไมประสาทหูถึงเสื่อม?
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ภายในหูชั้นในของมนุษย์จะมีเซลล์ขนขนาดเล็ก (Hair Cells) ทำหน้าที่รับคลื่นเสียงแล้วเปลี่ยนเป็นสัญญาณประสาทส่งไปยังสมอง เมื่อเรา ใช้หูฟังไร้สาย โดยเฉพาะประเภทอินเอียร์ (In-Ear) ที่จุกยางอุดแน่นในรูหู คลื่นเสียงจะถูกส่งตรงไปยังหูชั้นในโดยไม่มีการหักเหหรือลดทอนแรงดันอากาศ
...
หากเราเปิดความดังเสียงเกินกว่า 85 เดซิเบล ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน แรงสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงที่รุนแรงจะเข้าไปทำลายเซลล์ขนเหล่านี้ให้หักงอหรือตายไป ซึ่งความน่ากลัวคือ เซลล์ประสาทหูของมนุษย์เมื่อตายแล้วจะไม่สามารถงอกใหม่หรือฟื้นฟูกลับมาได้ ส่งผลให้เกิดอาการหูตึงเรื้อรังและก้าวเข้าสู่ภาวะประสาทหูเสื่อมในที่สุด
เช็กพฤติกรรมเสี่ยง คุณกำลังใช้หูฟังบลูทูธแบบผิดๆ อยู่หรือไม่?
ลองมาสำรวจตัวเองและคนรอบข้างว่า มีพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้หูพังก่อนวัยดังต่อไปนี้หรือไม่
- เปิดเสียงสู้เสียงรอบข้าง: เวลาเดินริมถนน นั่งบนรถไฟฟ้า หรืออยู่ในคาเฟ่ มักจะเร่งเสียงหูฟังให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงรบกวนภายนอก
- ใส่หูฟังนอนหลับ: เปิดเพลงหรือฟังพอดแคสต์ทิ้งไว้จนหลับไป ทำให้หูต้องรับเสียงยาวนาน 6-8 ชั่วโมงโดยไม่ได้พักผ่อน
- ใช้งานติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง: นั่งประชุมหรือเล่นเกมเพลินๆ โดยไม่ถอดหูฟังออกเลยตลอดครึ่งค่อนวัน
คู่มือใช้หูฟังไร้สายอย่างปลอดภัย เซฟหูให้สตรองไปนานๆ
เพื่อไม่ให้ความสุขในการฟังเพลงต้องแลกมาด้วยการสูญเสียการได้ยิน นี่คือ วิธีใช้หูฟังอย่างปลอดภัย ที่แพทย์เฉพาะทางแนะนำและสามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ
1. ยึดกฎเหล็ก “60 / 60”
แนวทางสากลที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือ ให้เปิดความดังของหูฟังไม่เกิน 60% ของระดับความดังสูงสุด และไม่ควรใช้งานติดต่อกันเกิน 60 นาที เมื่อครบเวลาควรอดใจถอดหูฟังออกเพื่อให้หูได้พักในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบอย่างน้อย 10-15 นาที ก่อนจะเริ่มใช้งานรอบถัดไป
2. ใช้ประโยชน์จากระบบ Active Noise Cancellation (ANC)
สำหรับผู้ที่ต้องใช้งานในที่สาธารณะ การเลือกใช้หูฟังไร้สายที่มีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก (ANC) จะช่วยให้เราได้ยินเสียงเพลงหรือเสียงสนทนาชัดเจนขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเร่งความดังของเสียงแข่งกับมลภาวะทางเสียงรอบตัว ซึ่งช่วยลดโอกาสที่หูจะได้รับแรงกระแทกจากเสียงดังเกินมาตรฐาน
3. เลือกประเภทหูฟังให้เหมาะกับการใช้งาน
...
หากต้องใส่ทำงานเป็นเวลานาน ควรหลีกเลี่ยงหูฟังประเภทอินเอียร์ (In-Ear) ที่อุดลึกเข้าไปในรูหู และเปลี่ยนมาใช้หูฟังประเภทเอียร์บัด (Earbuds) หรือหูฟังแบบครอบหู (Over-Ear) แทน เนื่องจากระยะห่างจากลำโพงหูฟังถึงแก้วหูจะมีความห่างมากกว่า ช่วยลดแรงดันอากาศและความเข้มข้นของคลื่นเสียงได้ในระดับหนึ่ง
4. รักษาความสะอาด ป้องกันหูอักเสบ
นอกจากเรื่องเสียงแล้ว การใส่หูฟังไร้สายเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความอับชื้นในรูหู ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา จนนำไปสู่อาการหูชั้นนอกอักเสบและเกิดอาการหูอื้อตามมา ควรเช็ดทำความสะอาดจุกหูฟังด้วยแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ และห้ามใช้หูฟังร่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด
ป้องกันไว้ดีกว่ารักษา เพราะประสาทหูเสื่อม... กู้คืนไม่ได้
เทคโนโลยีหูฟังไร้สายช่วยให้ชีวิตเราขับเคลื่อนได้อย่างสนุกและสะดวกสบายมากขึ้น แต่การใช้งานอย่างขาดความระมัดระวังก็อาจกลายเป็นดาบสองเล่มที่ย้อนกลับมาทำลายประสาทรับฟังของเรา การหันมาปรับพฤติกรรมตามวิธีใช้หูฟังอย่างปลอดภัยข้างต้น หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีเสียงวิ้งๆ ในหู หรือเริ่มฟังคนอื่นพูดไม่ชัด และเข้ารับการตรวจสุขภาพการได้ยินเป็นประจำ จะช่วยให้เราเพลิดเพลินกับเสียงเพลงและ Gadget ชิ้นโปรดไปได้อีกยาวนานโดยไม่ต้องเสี่ยงต่อภาวะหูดับในอนาคต