“โรคข้อนิ้วมือเสื่อม” ปัญหาข้อปูดตึงในผู้สูงอายุ แม้ไม่อันตรายถึงชีวิตแต่กระทบต่อคุณภาพชีวิตและการทำกิจวัตรประจำวันอย่างมาก มาเช็กอาการ ปัจจัยเสี่ยง และวิธีรักษาอย่างถูกต้องกัน

“โรคข้อนิ้วมือเสื่อม” เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยความชุกของโรคจะเพิ่มขึ้นตามอายุ และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งแม้ว่าโรคนี้จะไม่ได้มีอันตรายคุกคามชีวิตโดยตรง แต่ความเจ็บปวด ความฝืด และข้อผิดรูปที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นอุปสรรคในการทำกิจวัตรประจำวันของคนไข้ได้

โรคข้อนิ้วมือเสื่อม คืออะไร?

โรคข้อนิ้วมือเสื่อม คือ การที่กระดูกข้อต่อ ซึ่งทำหน้าที่รองรับข้อต่อตรงบริเวณนิ้วมือเกิดการสึกหรอ ส่งผลให้กระดูกเสียดสีกัน จนทำให้มีอาการปวด บวม หรือมีกระดูกงอก ซึ่งทำให้นิ้วมีลักษณะปูดโปนออกมา โดยส่วนมากโรคข้อนิ้วมือเสื่อม มักพบได้ที่บริเวณข้อนิ้วส่วนกลาง ข้อนิ้วส่วนปลาย และโคนนิ้วหัวแม่มือ

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค

ปัจจัยของการเกิดโรคข้อนิ้วมือเสื่อมสามารถแบ่งออกเป็น ปัจจัยที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ และปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ดังนี้

1. ปัจจัยที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้

  • อายุ: เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามอายุ เนื่องจากมีกระบวนการเสื่อมของข้อที่เพิ่มขึ้นตามวัย   
  • เพศหญิง: มีความเสี่ยงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะเพศหญิงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งมีผลต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ส่งผลต่อความสมบูรณ์ของกระดูกอ่อน   
  • พันธุกรรม: มีบทบาทสำคัญในการเกิดโรคนี้ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นโรคข้อนิ้วมือเสื่อมก็จะมีโอกาสเกิดได้มากขึ้น   
  • เชื้อชาติ: พบว่าชาวต่างชาติผิวขาวมีความชุกของการเกิดโรคนี้มากกว่าชาวเอเชีย

...

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

2. ปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

  • การใช้งานที่หนักเกินไป: การใช้งานนิ้วมือหักโหมจนเกินไปส่งผลต่อการเสื่อมของข้อ  
  • อาชีพ: บางอาชีพที่ต้องใช้การกำมือหรือขยับนิ้วมือซ้ำๆ จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าอาชีพอื่น เช่น แม่บ้าน ชาวสวน และทันตแพทย์ 

อาการเตือน...โรคข้อนิ้วมือเสื่อม

คนไข้ที่เป็นโรคนี้มักจะแสดงอาการทางร่างกายที่สามารถสังเกตได้ ดังนี้   

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • อาการปวด: จะมีอาการปวดบริเวณข้อนิ้วส่วนกลาง ส่วนปลาย หรือบริเวณโคนข้อนิ้วหัวแม่มือ โดยอาการปวดจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้นิ้วมือทำสิ่งต่างๆ เช่น จับสิ่งของ การใช้แรงบีบมือ หรือการใช้มือซ้ำๆ  
  • อาการข้อติดแข็ง: มักจะมีอาการในเวลาตื่นเช้า หรือหลังจากที่ไม่ได้ใช้มือเป็นเวลานานๆ ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อลำบากและตึงขึ้น
  • อาการบวม: เกิดจากการอักเสบ หรือการเปลี่ยนแปลงของกระดูก ซึ่งอาการบวมจะทำให้คนไข้เจ็บและเคลื่อนไหวมือได้น้อยลง
  • นิ้วผิดรูป: หากตัวโรคดำเนินไปเรื่อยๆ อาจส่งผลให้คนไข้มีนิ้วที่ผิดรูปได้ โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นข้อเสื่อมบริเวณข้อนิ้วส่วนกลางหรือส่วนปลาย จะเห็นตรงข้อมีลักษณะบวมปูดออกมา ส่วนตรงบริเวณนิ้วหัวแม่มืออาจเกิดการผิดรูปจนทำให้กางนิ้วหัวแม่มือลำบาก

การวินิจฉัยโดยแพทย์

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคข้อนิ้วมือเสื่อมได้โดยการตรวจร่างกาย เพื่อดูว่ามีข้อที่ผิดปกติหรือไม่ ร่วมกับตรวจดูว่ากดเจ็บตรงไหน และมีการตรวจเฉพาะที่เพื่อดูว่าเมื่อกดลงไปแล้วคนไข้มีอาการปวดมากขึ้นหรือไม่ นอกจากการตรวจร่างกายแล้ว ก็จะมีการถ่ายภาพทางรังสี (X-ray) เพื่อดูว่ามีช่องว่างระหว่างข้อต่อนิ้วที่แคบลง หรือมีกระดูกงอกหรือไม่ ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ

การรักษาและการป้องกันอย่างถูกวิธี

แนวทางการรักษาโรคข้อนิ้วมือเสื่อมในปัจจุบัน ถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อช่วยบรรเทาอาการและชะลอความเสื่อมของข้อต่อ  คือ

การรักษาโดยการใช้ยา

  • แบ่งออกเป็น ยาใช้ภายนอก และ ยารับประทาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบรรเทาอาการปวดให้แก่คนไข้

การรักษาโดยการไม่ใช้ยาและการปรับพฤติกรรม

...

  • การบริหารมือ: ทำได้โดยการแช่มือในน้ำอุ่น กำและแบมือ เพื่อช่วยลดอาการปวดและลดความตึง ร่วมกับการฝึกบริหารกล้ามเนื้อบริเวณมือ เพื่อช่วยพยุงข้อโคนนิ้วหัวแม่มือให้มั่นคง
  • การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงข้อ: ผู้ที่มีปัญหาเรื่องนิ้วหัวแม่มือ จะมีอุปกรณ์ใส่เพื่อคอยพยุงนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งช่วยลดแรงกดที่กระทำต่อข้อ โดยมีทั้งแบบแข็งและแบบนิ่ม
  • ผู้ป่วยที่ข้อเสื่อมบริเวณข้อนิ้วส่วนกลางหรือส่วนปลายเสื่อมและมีข้อผิดรูปร่วมด้วย อาจใส่อุปกรณ์พยุงนิ้วให้อยู่ในลักษณะที่ไม่ผิดรูป

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวัน

  • ใช้ระยางค์ของร่างกายส่วนบนแทนบริเวณมือที่มีอาการปวด เช่น ใช้ข้อศอกหรือแขนแทนการใช้มือ บิดลูกบิดประตู โดยเปลี่ยนลูกบิดประตูเป็นแบบก้านแล้วใช้ข้อศอกดันเวลาเปิดประตู
  • หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือในการถือของ โดยเปลี่ยนมาใช้ฝ่ามือโอบอุ้มของแทน   ใช้อุปกรณ์ช่วยผ่อนแรง เพื่อให้มือออกแรงน้อยลงและไม่ต้องบีบข้อ
  • การใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับผู้มีอาการมาก: อาจใช้อุปกรณ์ช่วยเสริม เช่น อุปกรณ์ช่วยติดกระดุม หรืออุปกรณ์เสริมด้ามช้อน ส้อม ปากกา เพื่อให้ด้ามใหญ่ขึ้น จะได้ไม่ต้องออกแรงกดที่บริเวณส่วนปลายข้อมากเกินไป
  • การปรับตัวในกลุ่มอาชีพเสี่ยง: อาชีพที่ต้องใช้ข้อมือเป็นประจำทุกวัน เช่น การทำขนม การทำงานฝีมือ ควรเลือกใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อลดการใช้แรงของข้อมือลง

หากคุณมีอาการปวดข้อนิ้วมือตามลักษณะข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาและรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

แหล่งข้อมูล: อ. พญ.อภิสรา กี่สุขพันธ์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

...