แมกนีเซียมมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากกินมากเกินไปอาจส่งผลเสียได้ เช็ก 3 สัญญาณเตือนภัยสุขภาพ พร้อมปริมาณที่เหมาะสมต่อวันจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการดูแลตัวเองอย่างปลอดภัย

ทำไม "แมกนีเซียม" ถึงสำคัญต่อร่างกาย?

แมกนีเซียม (Magnesium) เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายในหลายมิติ ทั้งช่วยควบคุมความดันโลหิต บำรุงระบบทางเดินอาหาร เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการนอนหลับหรือความวิตกกังวล

โดยปกติแล้ว เราสามารถรับแมกนีเซียมได้จากอาหารธรรมชาติ เช่น เนยถั่ว ข้าวโอ๊ต ถั่วดำ ข้าวกล้อง โยเกิร์ต และกล้วย แต่ในปัจจุบันที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและนิยม กินแมกนีเซียม ในรูปแบบอาหารเสริมมากขึ้น การได้รับแร่ธาตุชนิดนี้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจนำมาซึ่งผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด

3 สัญญาณเตือนว่าคุณอาจกินแมกนีเซียมมากเกินไป

ข้อมูลจาก เจสสิกา แบรนต์ลีย์-โลเปซ (Jessica Brantley-Lopez) และ เคิร์สเทน แจ็กสัน (Kirsten Jackson) นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ระบุผ่านเว็บไซต์ Parade ว่า แม้ภาวะเป็นพิษจากแมกนีเซียมจะพบได้ยากจากการทานอาหารตามธรรมชาติ แต่มักเกิดจากการรับประทานอาหารเสริมเกินขนาด โดยมี 3 สัญญาณเตือนหลักดังนี้

1. มีอาการท้องเสีย 

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

สัญญาณอันดับหนึ่งที่บ่งบอกว่าคุณอาจได้รับแมกนีเซียมมากเกินไปคืออาการท้องเสีย แมกนีเซียมบางรูปแบบ เช่น แมกนีเซียมซิเตรต (Magnesium Citrate) มีฤทธิ์คล้ายยาระบาย หากร่างกายดูดซึมไม่หมด แมกนีเซียมจะตกค้างในลำไส้ใหญ่และดึงน้ำเข้ามาในระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการขับถ่ายเหลวหรือท้องเสียเฉียบพลัน

2. คลื่นไส้และปวดเกร็งหน้าท้อง 

อาการปั่นป่วนในระบบทางเดินอาหารเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่พบบ่อย โดยไม่จำเป็นต้องมีอาการท้องเสียร่วมด้วย มักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับแมกนีเซียมในปริมาณสูง หรือเลือกใช้รูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ยาก เช่น แมกนีเซียมออกไซด์ (Magnesium Oxide)

3. ความดันโลหิตต่ำ 

นี่คือหนึ่งในสัญญาณที่ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากแมกนีเซียมมีคุณสมบัติช่วยขยายและผ่อนคลายหลอดเลือด หากได้รับ แมกนีเซียมเกินขนาด อาจทำให้รู้สึกวิงเวียน หน้ามืด อ่อนเพลีย หรือถึงขั้นหมดสติ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำอยู่เป็นทุนเดิม หรือผู้ที่กำลังรับประทานยาลดความดันโลหิต

ผลกระทบเมื่อร่างกายได้รับแมกนีเซียมเกินขนาด

นอกจากอาการเบื้องต้นแล้ว การที่ร่างกายได้รับแมกนีเซียมมากเกินไปอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น ภาวะขาดน้ำจากการท้องเสียเรื้อรัง และในกรณีที่รุนแรง (โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาโรคไต) อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ จังหวะการเต้นของหัวใจที่ช้าลง ความรู้สึกสับสน และอาจหายใจลำบากได้

ปริมาณแมกนีเซียมที่เหมาะสมต่อวันคือเท่าไร?

ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน ระบุว่า ผู้หญิงต้องการแมกนีเซียมประมาณ 310-320 มิลลิกรัมต่อวัน และผู้ชายต้องการประมาณ 400-420 มิลลิกรัมต่อวัน

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการรับแมกนีเซียมจากแหล่งอาหารธรรมชาติ เช่น เมล็ดฟักทอง ผักใบเขียว ถั่ว อะโวคาโด กล้วย และธัญพืชขัดสีน้อย ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของคนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้อาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์และเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับจุดประสงค์ เช่น หากต้องการช่วยเรื่องการนอนหลับควรเลือก แมกนีเซียมไกลซิเนต (Magnesium Glycinate) แต่หากต้องการบรรเทาอาการท้องผูกควรเลือก แมกนีเซียมซิเตรต (Magnesium Citrate) เป็นต้น

การกินแมกนีเซียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากเมื่อได้รับในปริมาณที่พอดี การรับประทานอาหารที่หลากหลายมักเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากมีความจำเป็นต้องใช้อาหารเสริม ควรสังเกตปฏิกิริยาของร่างกายและอาการเตือนต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพราะในเรื่องของสุขภาพ การได้รับสิ่งที่ดีมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียได้เช่นกัน

ที่มา: Parade