หลายคนอาจเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกไม่อยากลุกจากเตียงไปทำงานในตอนเช้า แม้จะนอนมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม บางคนกดเลื่อนนาฬิกาปลุกซ้ำหลายรอบ หรืออยากกลับไปนอนทันทีหลังจากตื่น จนถูกมองว่าเป็นคนขี้เกียจ แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่เรียกว่า หรือ Dysania ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของความเครียด ความเหนื่อยล้าสะสม หรือปัญหาสุขภาพบางอย่างได้

ทำความรู้จัก โรคเตียงดูด (Dysania) คืออะไร

โรคเตียงดูด (ภาษาอังกฤษ : Dysania) เป็นภาวะที่บุคคลรู้สึกยากลำบากอย่างมากในการลุกออกจากเตียงหลังตื่นนอน แม้ว่าจะไม่ได้ง่วงนอนหรืออดนอนก็ตาม ผู้ที่มีอาการมักรู้สึกอยากอยู่บนเตียงต่อ ไม่อยากเริ่มต้นกิจกรรมในแต่ละวัน และบางครั้งเมื่อฝืนลุกขึ้นมาแล้วก็ยังอยากกลับไปนอนอีกครั้ง

ภาวะนี้ไม่ได้ถูกจัดเป็นโรคอย่างเป็นทางการ แต่ถือเป็นอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตบางอย่าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ 

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะ โรคเตียงดูด เกิดจากอะไรได้บ้าง

1. ความเครียดและภาวะซึมเศร้า

ความเครียดเรื้อรังและโรคซึมเศร้าถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนรู้สึกหมดแรงในการเริ่มต้นวันใหม่ ผู้ป่วยอาจรู้สึกเศร้า เบื่อหน่าย ไม่มีแรงจูงใจ หรือไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ จนส่งผลให้ไม่อยากลุกจากเตียงในตอนเช้า 

2. ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง

บางคนแม้จะพักผ่อนเพียงพอ แต่ยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา ร่างกายไม่สดชื่นหลังตื่นนอน ทำให้รู้สึกว่าการอยู่บนเตียงเป็นทางเลือกที่สบายที่สุด 

...

3. ภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น (Sleep Inertia)

เป็นช่วงเวลาที่สมองยังปรับตัวจากการนอนสู่การตื่นได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกมึนงง ง่วงซึม สมาธิลดลง และไม่อยากลุกจากเตียง แม้จะตื่นแล้วก็ตาม 

4. ภาวะง่วงนอนมากผิดปกติ (Hypersomnia)

ผู้ที่มีภาวะนี้มักรู้สึกว่านอนเท่าไรก็ไม่พอ ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น และยังมีอาการง่วงในระหว่างวัน จึงทำให้การลุกจากเตียงเป็นเรื่องยากกว่าคนทั่วไป 

5. โรคหรือภาวะทางร่างกายบางชนิด

ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไฟโบมัยอัลเจีย (ปวดเมื่อยเรื้อรัง) ภาวะโลหิตจาง โรคหัวใจ หรือความผิดปกติด้านการนอนหลับ อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและส่งผลต่อความสามารถในการตื่นตัวในตอนเช้าได้ 

อาการของภาวะโรคเตียงดูด เช็กสัญญาณความเครียด ก่อนใจพัง

หากมีพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำ อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

  • กดเลื่อนนาฬิกาปลุกหลายครั้งทุกเช้า
  • รู้สึกอยากนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา
  • กลับถึงบ้านแล้วรีบขึ้นเตียงทันที
  • ใช้เตียงเป็นสถานที่ทำทุกกิจกรรม เช่น กินอาหาร เล่นมือถือ หรือทำงาน
  • รู้สึกหงุดหงิดเมื่อถูกขัดจังหวะเวลานอน
  • ไม่มีแรงจูงใจในการเริ่มต้นกิจกรรมประจำวัน
  • ถูกคนรอบข้างมองว่าขี้เกียจ ทั้งที่รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างแท้จริง

ผลกระทบของโรคเตียงดูด หากปล่อยไว้นานเกินไป

การใช้เวลาอยู่บนเตียงมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่ลดลง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบเผาผลาญทำงานลดลง และเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพเรื้อรังในระยะยาว นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้เกิดความเครียด อารมณ์แปรปรวน หรือเพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย 

...

วิธีรับมือและปรับพฤติกรรมจากสภาวะโรคเตียงดูด 

หากเริ่มรู้สึกว่าตัวเองลุกจากเตียงยากขึ้นทุกวัน อาจลองปรับพฤติกรรม ดังต่อไปนี้

  • เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา
  • ลดการดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนช่วงเย็น
  • งดเล่นโทรศัพท์หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน
  • สร้างบรรยากาศผ่อนคลายก่อนเข้านอน เช่น อ่านหนังสือ อาบน้ำอุ่น หรือฝึกสมาธิ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้เตียงสำหรับการนอนพักผ่อนเท่านั้น ไม่ทำกิจกรรมอื่นบนเตียง

สภาวะโรคเตียงดูด เมื่อไหร่เป็นสัญญาณว่าควรพบแพทย์

หากอาการลุกจากเตียงยากเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน หรือชีวิตประจำวัน รวมถึงมีอาการเครียด ซึมเศร้า เหนื่อยล้า หรือหมดแรงร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะบางครั้งอาการที่ดูเหมือน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการรักษา

โรคเตียงดูด หรือ Dysania ไม่ใช่เรื่องของความขี้เกียจเสมอไป แต่เป็นภาวะที่ทำให้รู้สึกลุกจากเตียงได้ยากผิดปกติ และอาจเกี่ยวข้องกับความเครียด ภาวะซึมเศร้า ความอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือปัญหาด้านการนอนหลับ หากอาการเกิดขึ้นบ่อยจนรบกวนการใช้ชีวิต การปรึกษาแพทย์จะช่วยค้นหาสาเหตุและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสม