ความผิดปกติบริเวณดวงตามักสร้างความกังวลใจได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นว่าตาเป็นตุ่ม ไม่ว่าจะเป็นตุ่มขนาดเล็กหรือตามีตุ่มหนองที่ทำให้เจ็บปวดอย่างรุนแรง ผิวหนังบริเวณเปลือกตาถือเป็นส่วนที่บอบบางและไวต่อการระคายเคืองสูงมากส่วนหนึ่งของร่างกาย เมื่อสังเกตได้ว่าตาเป็นตุ่มจึงไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการติดเชื้อหรืออักเสบที่อาจส่งผลต่อการมองเห็นได้
การทำความเข้าใจถึงลักษณะอาการของตุ่มใต้ตาและสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้สามารถรับมือได้อย่างถูกวิธีและเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้การอักเสบรุนแรงขึ้น
ตาเป็นตุ่มมีลักษณะอย่างไร?
- ภาวะตาเป็นตุ่มสามารถแสดงอาการได้ในหลายตำแหน่งและหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับประเภทของความผิดปกติที่เกิดขึ้น ดังนี้
- มีตุ่มในเปลือกตาบน มักเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน ทำให้เกิดก้อนแข็งเล็กๆ หรือความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา
- เป็นตุ่มที่ขอบตาล่าง อาจพบก้อนนูนแดงหรือตุ่มใสๆ ขนาดเล็กที่บริเวณแนวขนตา ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับการอักเสบของขอบตา
- ตาเป็นตุ่มใส หรือเป็นตุ่มใสๆ ที่ตา มักพบเป็นตุ่มน้ำขนาดเล็กไม่มีสีอยู่บริเวณขอบเปลือกตา เกิดจากการอุดตันของท่อต่อมน้ำตาหรือต่อมไขมันขนาดเล็ก
- ตามีตุ่มหนอง มีลักษณะเป็นตุ่มที่มีหัวหนองสีขาวหรือสีเหลืองชัดเจน มักมาพร้อมกับอาการปวด บวม และแดง
- ตุ่มไขมันที่ตา มักเป็นตุ่มสีเหลืองนวลหรือขาวขุ่น ไม่มีความเจ็บปวด เกิดจากการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนังเปลือกตา
- ตุ่มขึ้นใต้ตา หรือตุ่มขึ้นตาในตำแหน่งที่ต่ำกว่าขอบตา อาจเป็นได้ทั้งถุงไขมันหรือเนื้องอกชนิดที่ไม่เป็นอันตราย
...
ตาเป็นตุ่มมีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง?
พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันและสภาพร่างกายมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ตาเป็นตุ่ม โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อยมีดังนี้
- รักษาความสะอาดไม่เพียงพอ เช่น ล้างหน้าไม่สะอาดหรือล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาไม่หมด ทำให้เกิดสิ่งสกปรกสะสมและเข้าไปอุดตันในรูขุมขนหรือท่อระบายไขมัน ตุ่มใสที่เปลือกตาเกิดจากสิ่งสกปรกเหล่านี้ได้ง่าย
- พฤติกรรมการสัมผัสดวงตา การใช้มือที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดมาขยี้ตาหรือจับเปลือกตา เป็นการนำเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ดวงตาโดยตรง ทำให้เกิดอาการเป็นตุ่มในตา
- ภาวะเปลือกตามันและไขมันสะสม สำหรับคนที่ผิวมันมาก ต่อมไขมันอาจผลิตไขมันออกมามากเกินความจำเป็นจนเกิดการอุดตัน กลายเป็นตุ่มที่ขอบตาล่างด้านใน เปลือกตาเป็นตุ่ม หรือมีตุ่มในเปลือกตาบนด้านใน
- การใส่คอนแทคเลนส์ หากดูแลรักษาความสะอาดคอนแทคเลนส์ไม่ดี หรือใส่เลนส์นานเกินเวลาที่กำหนด อาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและเกิดตุ่มขึ้นใต้ตาจากการอักเสบเรื้อรัง
- การพักผ่อนไม่เพียงพอและภูมิต้านทานต่ำ ทำให้อัตราการซ่อมแซมเซลล์ลดลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ส่งผลให้เปลือกตาเป็นตุ่มได้บ่อยครั้งกว่าปกติในกลุ่มที่ทำงานหนักหรือมีความเครียดสะสม
ตาเป็นตุ่มเสี่ยงเป็นตากุ้งยิงไหม?
เมื่อมีปัญหาตาเป็นตุ่ม คนส่วนใหญ่มักสงสัยว่าจะพัฒนาไปเป็นตากุ้งยิงหรือไม่ คำตอบคือมีความเป็นไปได้สูงมาก โดยเฉพาะหากตุ่มนั้นมีอาการเจ็บ บวม และแดง ตากุ้งยิงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ต่อมไขมันหรือรูขุมขนที่ขอบตา ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งชนิดที่หัวหนองอยู่ด้านนอกหรือด้านใน
ในทางตรงกันข้าม หากเป็นตุ่มที่ขอบตาล่างแต่ไม่เจ็บ อาจเป็นภาวะตากุ้งยิงหลบใน (Chalazion) ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันโดยไม่มีการติดเชื้อเฉียบพลัน แม้จะไม่เจ็บแต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจกดทับกระจกตาจนทำให้สายตาเอียงได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นตุ่มรูปแบบใด ก็ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ตาเป็นตุ่มแบบไหนที่ควรพบแพทย์
แม้ว่าตาเป็นตุ่มระยะแรกอาจรักษาหายได้ด้วยการประคบอุ่นหรือการทำความสะอาดเปลือกตา แต่หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- ตุ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีความเจ็บปวดรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิต
- เปลือกตามีอาการบวมแดงลามไปบริเวณกว้าง ไม่ใช่แค่เฉพาะจุดที่เป็นตุ่ม
- มีการมองเห็นที่ผิดปกติไป เช่น เห็นภาพซ้อน ภาพพร่ามัว หรือรู้สึกเคืองตาอย่างหนัก
- ตุ่มนั้นไม่หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ แม้จะดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว
- ตามีตุ่มหนองที่แตกออกมาเองและมีเลือดหรือหนองไหลซึมไม่หยุด
- เป็นตุ่มซ้ำที่ตำแหน่งเดิมบ่อยๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่
แนวทางการดูแลตนเองป้องกันตาเป็นตุ่ม เป็นตากุ้งยิ่ง?
- การปรับพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญในการลดความถี่ของการเกิดปัญหาตาเป็นตุ่ม และช่วยให้ดวงตามีสุขภาพแข็งแรงในระยะยาว
- หากเริ่มรู้สึกว่าเปลือกตาเป็นตุ่มหรือเริ่มมีอาการเคือง ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบทิ้งไว้ 5-10 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยให้ไขมันที่อุดตันอ่อนตัวลงและระบายออกได้ง่ายขึ้น
- ทำความสะอาดขอบตาด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เครื่องสำอางควรใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ตุ่มใสที่เปลือกตาเกิดจากสิ่งตกค้างดังกล่าว
- หลีกเลี่ยงการบีบหรือเจาะตุ่มด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้เชื้อโรคกระจายเข้าสู่กระแสเลือดหรือลูกตาได้
- เปลี่ยนคอนแทคเลนส์ตามกำหนดและรักษาสุขอนามัยของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับดวงตาทุกชนิดเพื่อลดความเสี่ยงตุ่มขึ้นตา
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ทำให้โอกาสที่ตาเป็นตุ่มลดน้อยลง
...
ตาเป็นตุ่ม ควรรักษาให้ถูกจุด เพื่อป้องกันการลุกลาม
ดวงตาเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการใช้ชีวิต หากปล่อยให้ตาเป็นตุ่มลุกลาม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงซึ่งจะรักษายากขึ้นได้ การเริ่มต้นสังเกตว่ามีตุ่มไขมันที่ตาหรือตาเป็นตุ่มใสเล็ก ๆ ดูผิดปกติหรือไม่ จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะกำบังที่แข็งแกร่งให้กับดวงตา
คำถามที่พบบ่อย
เป็นตุ่มที่ตาเจ็บไหม?
ตาเป็นตุ่มมีทั้งแบบเจ็บและไม่เจ็บ หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างตากุ้งยิงมักจะเจ็บมาก แต่หากเป็นตุ่มไขมันที่ตาหรือตุ่มใสที่เกิดจากการอุดตันมักจะเจ็บน้อยหรือไม่เจ็บเลย แต่อาจจะรู้สึกระคายเคืองแทน
ตุ่มที่เปลือกตาด้านในอันตรายไหม?
การที่มีตุ่มในเปลือกตาบนด้านในหรือด้านล่างอาจไม่อันตรายถึงชีวิต แต่อาจทำให้ระคายเคืองต่อผิวลูกตาและกระจกตา หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง กระทบต่อคุณภาพการมองเห็นได้
ขอบคุณข้อมูล : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์