เคยไหม? ปวดเข่าลึกๆ มีเสียงก๊อบแก๊บเวลาขยับ อย่าคิดว่าเป็นแค่เรื่องธรรมดา เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "กระดูกอ่อนผิวข้อเข่าบาดเจ็บ" ที่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะปวดเรื้อรังในระยะยาว

รู้จัก "กระดูกอ่อนผิวข้อ" ฮีโร่ผู้ซับแรงกระแทกของหัวเข่า

"กระดูกอ่อน" มีหน้าที่สำคัญมากในการช่วยลดแรงเสียดทานเมื่อเรามีการขยับหรือเคลื่อนไหวของข้อต่อ รวมถึงช่วยลดแรงกระแทกในข้อต่อจากการลงน้ำหนักตัว แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ เมื่อผิวข้อหรือกระดูกอ่อนชิ้นนี้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากจะทำให้เกิดอาการปวดแล้ว ยังส่งผลให้กระดูกอ่อนสึกหรอ ซึ่งกระทบต่อการเคลื่อนไหวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ที่สำคัญคือ เมื่อกระดูกอ่อนเสียหายแล้ว ร่างกายจะไม่สามารถสร้างกระดูกอ่อนใหม่ที่เหมือนของเดิมขึ้นมาทดแทนได้เอง 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เข่าพัง

การบาดเจ็บของกระดูกอ่อนผิวข้อเข่า (Cartilage Injury) มักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้

  • เกิดจากอุบัติเหตุอย่างรุนแรง: เช่น การถูกกระแทกโดยตรง ข้อเข่าบิดอย่างรุนแรง หรือเกิดจากการบาดเจ็บระหว่างเล่นกีฬา   
  • เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ มากเกินไป: การใช้งานเข่าหนักๆ เป็นเวลานานต่อเนื่อง จนทำให้กระดูกอ่อนค่อยๆ เสื่อมสภาพลง

เช็กด่วน! อาการแบบไหนเสี่ยง "กระดูกอ่อนผิวข้อบาดเจ็บ"

สำหรับคนไข้ที่มีภาวะกระดูกอ่อนผิวข้อเข่าบาดเจ็บ สามารถสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกายได้ดังนี้

  • มีอาการปวดลึกๆ ในข้อเข่า (ซึ่งไม่ใช่การปวดกล้ามเนื้อทั่วไป)   
  • มีเสียงดังก๊อบแก๊บในหัวเข่าเวลาขยับเข่า   
  • รู้สึกขัดๆ ในข้อ หรือมีอาการข้อติด   
  • ในรายที่รุนแรงมาก จะไม่สามารถเหยียดเข่าหรือบิดงอเข่าได้สุด เมื่อเทียบกับเข่าอีกข้าง   
  • มีอาการเข่าบวมเป็นๆ หายๆ

...

การวินิจฉัยโดยแพทย์

แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจเอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อดูรายละเอียดความสึกหรอของกระดูกอ่อนและโครงสร้างเข่าอย่างถี่ถ้วน นอกจากนี้ ในรายที่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องผ่าตัด การใช้เทคนิคส่องกล้องผ่าตัดจะช่วยให้วินิจฉัยได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

แนวทางการรักษา ผ่าตัด VS ไม่ผ่าตัด

การรักษาอาการบาดเจ็บของกระดูกอ่อนผิวข้อจะพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก

1. การรักษาโดยการไม่ผ่าตัด   

การปรับพฤติกรรมและคุมน้ำหนัก: หากคนไข้น้ำหนักเกิน แนะนำให้ลดน้ำหนัก ควบคู่กับการบริหารสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่า เช่น กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและการบาดเจ็บของกระดูกอ่อน   

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • การทำกายภาพบำบัด: เพื่อช่วยลดอาการปวดและลดอาการบวม   
  • การฉีดยาเข้าข้อเข่า: เช่น การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเข่า (Hyaluronic acid), การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP - Platelet rich plasma) หรือการใช้สเต็มเซลล์ (Stem cell)

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด   

ในกรณีที่จำเป็น แพทย์จะพิจารณาวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย เช่น

  • การเจาะรูกระดูก (Microfracture): เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกระดูกอ่อนขึ้นมาใหม่   
  • การย้ายกระดูกอ่อนมาทดแทน (Osteochondral Autograft Transfer): เป็นการย้ายกระดูกอ่อนจากบริเวณอื่นของคนไข้มาทดแทนส่วนที่เสียหาย 

วิธีป้องกันก่อนสาย เพื่อสุขภาพเข่าที่ดีในระยะยาว

แม้ว่าโรคกระดูกอ่อนผิวข้อบาดเจ็บจะไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่หากละเลยไม่รีบรักษา จะทำให้กลายเป็นอาการปวดเรื้อรังและส่งผลเสียต่อการใช้งานเข่าในอนาคตได้ เราจึงควรป้องกันไว้ก่อนด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

  • ควบคุมน้ำหนักตัว ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดแรงกดทับที่เข่า   
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักเกินไป ในช่วงที่ร่างกายยังไม่พร้อมหรือไม่แข็งแรงพอ   
  • เลือกรองเท้าให้เหมาะสม กับประเภทของกีฬาหรือการออกกำลังกาย  
  • หากบาดเจ็บต้องพักให้หายสนิท ไม่ควรฝืนออกกำลังกายต่อ เพราะอาจทำให้กลายเป็นการบาดเจ็บเรื้อรัง

แหล่งข้อมูล: อ. นพ. พีรพัฒน์ เลิศวิราม สาขาเวชศาสตร์การกีฬา ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล