ใครที่เป็นสายสุกี้ ชาบู หรือหมูกระทะ ต้องเบรกมาอ่านเรื่องนี้ด่วนๆ เลย เพราะความเคยชินง่ายๆ บนโต๊ะอาหารอาจแลกมาด้วยวิกฤตถึงชีวิต ล่าสุด นพ.สุรพันธ์ เจริญธัญรักษ์ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลขอนแก่น ได้ออกมาแชร์อุทาหรณ์เตือนใจที่ทำเอาคนรักชาบูต้องขนลุก เมื่อมีผู้ป่วยเกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทั้งๆ ที่เพิ่งไปกินสุกี้ เรื่องนี้ซ่อนอันตรายไว้อย่างไร เรามาเจาะลึกกัน
วิกฤตหลังมื้ออร่อย ติดเชื้อรุนแรงจนหัวใจหยุดเต้น
เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ป่วยถูกหามส่งห้องฉุกเฉินด้วยอาการถ่ายเหลว และความดันโลหิตตกอย่างหนัก อาการทรุดลงอย่างรวดเร็วจนถึงขั้น หัวใจหยุดเต้น จนทีมแพทย์ต้องเร่งทำ CPR ปั๊มหัวใจเพื่อกู้ชีพกันสุดความสามารถ
ผู้ป่วยตกอยู่ในภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ และเมื่อผลการเจาะเลือดเพาะเชื้อ ออกมาก็ต้องตกใจ เพราะพบเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis หรือเชื้อก่อโรค "ไข้หูดับ" ขึ้นถึง 2 ขวด เป็นการยืนยันว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง
จุดที่น่าตกใจที่สุดคือ เมื่อแพทย์ซักประวัติ ผู้ป่วยยืนยันชัดเจนว่าไม่มีพฤติกรรมกินเนื้อหมูดิบเลย กิจกรรมเดียวที่ทำคือการไปทานสุกี้ร้านดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศเท่านั้น
ไม่ได้กินดิบ แล้วเชื้อหูดับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร
คำตอบที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือคำว่า “การปนเปื้อนข้าม” ต้องเข้าใจก่อนว่าเชื้อไข้หูดับในหมูดิบนั้นมีอันตรายซ่อนอยู่เสมอ ไม่ว่าร้านนั้นจะดูพรีเมียม เลิศหรู หรือตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำก็ตาม พฤติกรรมที่เรามักจะเผลอทำบนโต๊ะอาหารและเปิดประตูรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว
...
- ตะเกียบคู่เดียวทำทุกอย่าง: หลายคนใช้ตะเกียบของตัวเองคีบหมูดิบลงหม้อ แล้วก็ใช้ตะเกียบอันเดิมนั้นแหละ คีบหมูที่สุกแล้วเข้าปาก ทำให้เชื้อจากหมูดิบที่ติดอยู่ปลายตะเกียบเดินทางเข้าสู่ร่างกายของเราโดยตรง
- ลวกสุกๆ ดิบๆ: การคีบเนื้อหมูลงไปแกว่งๆ ในน้ำซุปที่ยังไม่เดือดจัด หรือรีบเอาขึ้นมาทั้งที่เนื้อหมูยังสุกไม่ทั่วถึง ทำให้เชื้อแบคทีเรียยังไม่ตายและพร้อมแผลงฤทธิ์ทันที
ปรับพฤติกรรมด่วน กินชาบู-ปิ้งย่าง อย่างไรให้ปลอดภัย 100%
เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของร้านอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เป็น “พฤติกรรมการกิน” และ “ความตระหนักรู้” ที่เราทุกคนต้องช่วยกันปรับเปลี่ยน โดยสามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากทุกภาคส่วน โดยสำหรับสายกิน ต้องท่องกฎเหล็กข้อนี้ไว้เลย “ต้องแยกที่คีบหมูดิบ กับตะเกียบที่ใช้กินเข้าปากออกจากกันเด็ดขาด” ห้ามใช้ปนกันเด็ดขาด และเวลาลวกเนื้อหมู ต้องต้มในน้ำซุปที่เดือดพล่านให้เนื้อสุกจัดเสมอ ห้ามกินแบบสุกๆ ดิบๆ ติดสีชมพูเด็ดขาด
ทางด้านร้านอาหารและผู้ประกอบการ ควรยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยการเตรียม “ที่คีบเนื้อดิบ” แยกให้ลูกค้าทุกโต๊ะอย่างชัดเจน เช่น ใช้ที่คีบด้ามสีแดงสำหรับของดิบโดยเฉพาะ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องร้องขอ พร้อมทั้งอบรมพนักงานหรือมีป้ายเตือนให้ความรู้เรื่องการแยกอุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร
สำหรับหน่วยงานสาธารณสุข ควรเข้ามามีบทบาทในการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของร้านอาหารประเภทนี้ให้เข้มงวดขึ้น และรณรงค์ให้ความรู้เรื่องอันตรายจากการปนเปื้อนข้ามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
มื้อต่อไปที่จะไปลุยสุกี้ ชาบู หรือหมูกระทะ อย่าลืมเตือนตัวเองและเพื่อนร่วมโต๊ะให้ “แยกตะเกียบและที่คีบ” เสมอนะ อร่อยได้แต่ต้องปลอดภัยไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับโรคไข้หูดับ