ตื่นมาแล้วไม่อยากไปทำงาน รู้สึกเหนื่อยล้าสะสม อาจไม่ใช่แค่เรื่องงาน มาเช็กความต่างระหว่าง "ภาวะหมดไฟ" และ "โรคซึมเศร้า" พร้อมสัญญาณเตือนจากกรมสุขภาพจิตที่คุณไม่ควรละเลย

ในยุคที่ "งาน" กลายเป็นส่วนใหญ่ของชีวิต ความเครียดสะสมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า คนวัยทำงานมีแนวโน้มเผชิญปัญหาทางสุขภาพจิตสูงขึ้น โดยเฉพาะ "ภาวะหมดไฟ" (Burnout) ที่หากปล่อยทิ้งไว้นานวัน อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ "โรคซึมเศร้า" (Depression) ได้ การรู้เท่าทันความแตกต่างของสองภาวะนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาใจก่อนจะสายเกินไป

ภาวะหมดไฟ (Burnout) ปรากฏการณ์ของคนวัยทำงาน

องค์การอนามัยโลก (WHO) และกรมสุขภาพจิต นิยามภาวะหมดไฟว่าเป็นผลมาจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงาน ซึ่งไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีลักษณะเด่นคือความเหนื่อยล้าที่สัมพันธ์กับบทบาทหน้าที่เป็นหลัก

3 สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟ

  1. พลังงานลดลง รู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เพลียตลอดเวลาแม้จะพักผ่อนแล้ว
  2. ทัศนคติลบต่องาน เริ่มแยกตัวจากงาน รู้สึกว่างานไม่มีความหมาย หรือมองเพื่อนร่วมงานในแง่ร้าย
  3. ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ทำงานผิดพลาดบ่อย สมาธิสั้นลง และรู้สึกว่าตนเองทำงานได้ไม่ดีเหมือนเก่า

โรคซึมเศร้า เมื่อความหม่นหมองคลุมทุกมิติชีวิต

แตกต่างจากหมดไฟ "โรคซึมเศร้า" คือโรคทางจิตเวชที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง หรือปัจจัยแวดล้อมที่รุนแรง อาการจะไม่จำกัดอยู่เพียงเรื่องงาน แต่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และภาพลักษณ์ที่มองตนเอง

...

อาการสำคัญที่ต้องระวัง

  • รู้สึกเศร้า ดิ่ง หรือว่างเปล่าเกือบตลอดเวลา
  • หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ เช่น งานอดิเรก หรือการออกไปเจอเพื่อน
  • มีความผิดปกติเรื่องการกินและการนอน
  • มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือรู้สึกว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่

ตารางเปรียบเทียบ หมดไฟ (Burnout) VS ซึมเศร้า (Depression)

จุดสังเกต
ภาวะหมดไฟ (Burnout)
 โรคซึมเศร้า (Depression)
สาเหตุเครียดจาก "งาน" เป็นหลักเกิดจากหลายปัจจัย พันธุกรรม, สารเคมี, สภาพจิตใจ
ขอบเขตอาการดีขึ้นเมื่อได้พัก หรืออยู่ไกลจากงานอาการคงอยู่ตลอด แม้จะเป็นวันหยุดหรือเวลาพัก
ความรู้สึกต่อตนเองยังมองเห็นคุณค่าตัวเองในด้านอื่นรู้สึกไร้ค่า สิ้นหวัง โทษตัวเองรุนแรง
การรักษาปรับสภาพแวดล้อมงาน / พักผ่อนต้องได้รับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ / ใช้ยา




เช็กความต่างระหว่าง
เช็กความต่างระหว่าง "ภาวะหมดไฟ" และ "โรคซึมเศร้า"

ป้องกันก่อนดิ่ง เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์?

หากคุณลองปรับสมดุลชีวิต Work-Life Balance หรือลาพักร้อนแล้ว แต่อาการเศร้าและความรู้สึกไม่อยากทำอะไรยังคงอยู่เกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง กรมสุขภาพจิตแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที โดยสามารถใช้บริการได้ที่ 

  • สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง)
  • แอปพลิเคชัน Sati หรือช่องทางออนไลน์ของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน

ภาวะหมดไฟคือสัญญาณเตือนให้เรา "พัก" แต่โรคซึมเศร้าคือสัญญาณเตือนให้เรา "รักษา" การหมั่นเช็กใจตัวเองอย่างเป็นกลางจะช่วยให้เรากลับมามีความสุขกับการทำงานและใช้ชีวิตได้อีกครั้ง

...