เจาะลึกโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือโรคเมเนียร์ (Meniere's disease) เช็กอาการบ้านหมุน หูอื้อ พร้อมแนวทางการรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมและลดโซเดียม เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดี
อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน หรือหูอื้อบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณของ "โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน" แม้ไม่ใช่โรคอันตรายถึงชีวิต แต่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรง มาเช็กอาการและวิธีรักษาที่ถูกต้องกัน
หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการบ้านหมุนกะทันหันจนเสียการทรงตัว ซึ่งหนึ่งในสาเหตุยอดฮิตที่พบได้บ่อยคือ "โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน" (Meniere's disease) หรือโรคเมเนียร์ แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโอกาสพบได้มากกว่าช่วงวัยอื่น
รู้จัก "โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน" เกิดจากอะไร?
โรคน้ำในหูไม่เท่ากันเกิดจากความบวมของหูชั้นในที่ไม่เท่ากัน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบางประการที่อาจส่งผลให้เกิดโรคนี้ได้แม้จะพบได้น้อย เช่น
- โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองบางชนิด
- การติดเชื้อบางประเภท เช่น ซิฟิลิส
3 อาการหลัก สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมักจะเป็นๆ หายๆ โดยคนไข้จะสังเกตเห็นความผิดปกติได้จาก 3 อาการหลัก ดังนี้
...
- การได้ยินลดลง: รู้สึกว่าการได้ยินไม่ชัดเจนเหมือนเดิม
- หูอื้อ: มีเสียงรบกวนในหู หรือรู้สึกแน่นในหู
- เวียนศีรษะ บ้านหมุน: รู้สึกเหมือนสิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุนเคว้ง ทั้งนี้ อาการทั้ง 3 อย่างอาจเกิดขึ้นพร้อมกัน หรือเกิดขึ้นทีละอย่างก็ได้
การวินิจฉัยและการรักษา
เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยผ่านการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก แต่ในบางกรณีที่อาการไม่ชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจด้วยเครื่องมือเฉพาะในห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม สำหรับแนวทางการรักษา มีขั้นตอนดังนี้
- การปรับพฤติกรรม: เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด โดยคนไข้ต้อง "ลดความเค็ม" และอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ผงชูรส, ซอส, น้ำจิ้ม และผงฟู เพราะโซเดียมเป็นตัวการทำให้เกิดอาการบวม
- การใช้ยา: แพทย์จะให้ยากินเพื่อช่วยปรับสมดุลน้ำในหู
- การฉีดยาเข้าหูชั้นใน: จะใช้ในกรณีที่ปรับพฤติกรรมและกินยาแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น
- การผ่าตัดหูชั้นใน: วิธีนี้จะพิจารณาเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น เนื่องจากเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน
วิธีดูแลตัวเองและการป้องกันอุบัติเหตุ
นอกจากการรักษาตามขั้นตอนของแพทย์แล้ว การดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญ
- รับประทานยาระงับการเวียนศีรษะตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอและรักษาสุขภาพจิตให้ผ่อนคลาย
- เข้มงวดกับการลดอาหารรสเค็ม
- ระวังอุบัติเหตุจากการหกล้ม: เนื่องจากอาการเวียนศีรษะกะทันหันอาจทำให้ล้มและบาดเจ็บรุนแรงได้
แม้โรคน้ำในหูไม่เท่ากันจะไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ผลกระทบจากอาการบ้านหมุนอาจนำไปสู่เหตุไม่คาดฝัน หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ผศ. พญ.ศิวะพร เกียรติธนะบำรุง ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล