ช็อกโลก! ไวรัสฮันตา (Hantavirus) ระบาดบนเรือสำราญคร่า 3 ชีวิต ไวรัสนี้คืออะไร ติดต่อจากหนูสู่คนได้อย่างไร มีกี่ชนิด อาการรุนแรงถึงตายจริงไหม พร้อมวิธีป้องกันตัวที่คุณต้องรู้ เช็กด่วนที่นี่!

ไวรัสฮันตา (Hantavirus) คืออะไร? เจาะลึกมฤตยูเงียบจากหนู หลังมีข่าวระบาดบนเรือสำราญ

จากกรณีข่าวช็อกโลกเมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานพบการระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรงบนเรือสำราญ MV Hondius ที่ออกเดินทางจากประเทศอาร์เจนตินา โดยมีผู้โดยสารและลูกเรือราว 150 คน เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 3 ราย และมีผู้ป่วยหนักในห้องไอซียู ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าสาเหตุมาจาก "ไวรัสฮันตา" ข่าวนี้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก คำถามที่ตามมาคือ ไวรัสชนิดนี้คืออะไร อันตรายแค่ไหน และเราจะป้องกันตัวได้อย่างไร?

ไวรัสฮันตา (Hantavirus) คืออะไร?

ไวรัสฮันตา เป็นเชื้ออาร์เอ็นเอไวรัส (RNA virus) ในตระกูล Bunyavirales ที่มีสัตว์พาหะหลักคือ "สัตว์ฟันแทะ" โดยเฉพาะ "หนู" ชนิดต่างๆ จุดที่น่ากลัวคือหนูที่เป็นพาหะมักไม่แสดงอาการป่วยใดๆ แต่จะปล่อยเชื้อไวรัสออกมาทางสารคัดหลั่ง ทั้งปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย

...

  • การติดต่อสู่คน: มนุษย์มักติดเชื้อจากการสูดดมฝอยละอองของอุจจาระหรือปัสสาวะหนูที่แห้งและลอยปะปนอยู่ในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อเราไปปัดกวาดทำความสะอาดพื้นที่ปิดทึบที่มีหนูอาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังสามารถติดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งแล้วเอามือมาขยี้ตา จมูก ปาก หรือแม้แต่การกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจากหนู

ไวรัสฮันตามีกี่ชนิด?

ไวรัสฮันตามีหลายสิบสายพันธุ์ทั่วโลก แต่เมื่อติดเชื้อในคนจะก่อให้เกิดกลุ่มอาการหลักๆ 2 รูปแบบ ซึ่งมีความรุนแรงแตกต่างกันตามภูมิภาค

1. โรคกลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ (Hantavirus Pulmonary Syndrome - HPS/HCPS)

พบมากในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ เช่น สายพันธุ์ Sin Nombre และ Andes อาการมักรุนแรงมาก เชื้อจะโจมตีปอดและหัวใจ

กรณีที่เกิดขึ้นบนเรือสำราญลำนี้ คาดว่าเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ Andes เนื่องจากเรือออกจากอาร์เจนตินา ซึ่งสายพันธุ์นี้มีความพิเศษและอันตรายมาก เพราะเป็นสายพันธุ์เดียวที่มีรายงานว่า สามารถติดต่อจาก "คนสู่คน" ได้ผ่านสารคัดหลั่งและการสัมผัสใกล้ชิด

2. โรคไข้เลือดออกที่มีภาวะไตวายร่วมด้วย (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome - HFRS)

พบมากในทวีปเอเชียและยุโรป เช่น สายพันธุ์ Hantaan, Seoul, และ Puumala เชื้อกลุ่มนี้จะทำให้มีอาการคล้ายไข้เลือดออก เลือดออกง่าย และทำให้ไตวาย

  • หมายเหตุ: ในประเทศไทยเองก็มีการพบ "ไวรัสฮันตาสายพันธุ์ไทย" ในหนูพุกใหญ่เช่นกัน แต่ผู้ป่วยมักมีอาการไม่จำเพาะเจาะจงคล้ายโรคไข้ฉี่หนูหรือไข้เลือดออก จึงมักถูกมองข้าม

อาการของโรคไวรัสฮันตาเป็นอย่างไร?

ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 8 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ

อาการจะแบ่งเป็นระยะ ดังนี้

ระยะแรก (คล้ายไข้หวัดใหญ่): มีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง (โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่าง ต้นขา สะโพก แผ่นหลัง) ปวดศีรษะ และอาจมีอาการทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อาการช่วงนี้จะคล้ายไข้หวัดใหญ่มาก แต่จะไม่มีน้ำมูกหรือเจ็บคอ

ระยะรุนแรง:

  • หากเป็นกลุ่ม HPS (ลงปอด): ภายใน 4-10 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มไอ หายใจลำบาก หายใจไม่ออกเฉียบพลัน เนื่องจากเกิดภาวะน้ำท่วมปอด และความดันโลหิตตกอย่างรุนแรงจนช็อก
  • หากเป็นกลุ่ม HFRS (ลงไต): จะมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ตาแดง ปัสสาวะออกน้อยลงมาก นำไปสู่ภาวะไตวาย

ไวรัสฮันตาอันตรายแค่ไหน รักษาได้หรือไม่?

ไวรัสฮันตาจัดเป็น "มฤตยูเงียบ" ที่อันตรายมาก โดยเฉพาะกลุ่มอาการทางปอด (HPS) ที่มี อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 35-50% ความน่ากลัวคือ ปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาเฉพาะเจาะจง และยังไม่มีวัคซีนป้องกันที่ได้รับการรับรองระดับสากล (ยกเว้นวัคซีนบางชนิดที่ใช้เฉพาะในจีนและเกาหลี)

...

การรักษาในปัจจุบันเป็นการ "รักษาประคับประคองตามอาการ" (Supportive care) เช่น การให้ออกซิเจน การใส่ท่อช่วยหายใจ หรือการใช้เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) ในห้องไอซียู หากผู้ป่วยผ่านพ้นวิกฤตในช่วงที่ปอดอักเสบรุนแรงไปได้ ร่างกายจะค่อยๆ กำจัดเชื้อและฟื้นตัวได้เอง

วิธีป้องกันตัวจาก "ไวรัสฮันตา"

หลักการป้องกันที่ดีที่สุดคือ "หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับหนูและสารคัดหลั่งของหนู" โดยยึดหลัก Seal Up, Trap Up, Clean Up ดังนี้

  • อุดรอยรั่ว (Seal Up): ปิดช่องโหว่ รอยแตกร้าวตามบ้านเรือน เพื่อไม่ให้หนูเข้ามาทำรัง จัดเก็บอาหารและขยะในภาชนะที่ปิดมิดชิด
  • ดักจับหนู (Trap Up): ใช้กับดักกำจัดหนูในบริเวณที่อยู่อาศัย
  • ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี (Clean Up): ข้อควรระวังขั้นสุดคือ ห้ามกวาดหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นบริเวณที่มีขี้หนูเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อไวรัสฟุ้งกระจายในอากาศ ให้ใช้วิธีฉีดพ่นน้ำยาฟอกขาว หรือน้ำยาฆ่าเชื้อให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วค่อยใช้กระดาษชำระหรือผ้าเปียกเช็ดออก โดยสวมถุงมือและหน้ากากอนามัยเสมอ
  • เปิดระบายอากาศ: หากต้องเข้าไปในห้องเก็บของ โกดัง หรือบ้านพักที่ปิดทึบมานาน ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนเข้าไปทำความสะอาด

แม้โอกาสติดเชื้อไวรัสฮันตาในชีวิตประจำวันจะมีไม่มากนัก แต่การระบาดบนเรือสำราญครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้เราไม่ประมาทกับความสะอาดและสุขอนามัยรอบตัว หากคุณมีประวัติสัมผัสหนู หรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง แล้วมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ หายใจหอบเหนื่อย ควรรีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติความเสี่ยงให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

...