ในช่วงฤดูร้อน หลายคนอาจสังเกตว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการท้องเสียหรือท้องร่วงบ่อยขึ้นกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นอาการถ่ายเหลว ปวดบิดท้อง คลื่นไส้ หรือถ่ายบ่อยผิดปกติ แม้อาการเหล่านี้มักดูเหมือนเป็นปัญหาสุขภาพเล็กๆ ที่สามารถหายได้เอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการท้องร่วงในหน้าร้อนมีความเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องอาหาร เชื้อโรค และการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อ ระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal system) โดยตรง

การทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้หน้าร้อนมีความเสี่ยงต่ออาการท้องร่วงมากขึ้น จะช่วยให้เราสามารถป้องกันและดูแลสุขภาพลำไส้ได้อย่างเหมาะสม

ระบบทางเดินอาหารเกี่ยวข้องกับอาการท้องร่วงอย่างไร

ระบบทางเดินอาหารมีหน้าที่สำคัญในการย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เช่น การติดเชื้อ การระคายเคืองของลำไส้ หรือการได้รับสารปนเปื้อน ระบบทางเดินอาหารจะตอบสนองโดยการเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้และลดการดูดซึมน้ำ ส่งผลให้เกิด อาการถ่ายเหลวหรือท้องร่วง ในฤดูร้อน ปัจจัยหลายอย่างสามารถกระตุ้นให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

1. อุณหภูมิสูง ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตเร็ว อุณหภูมิที่สูงในช่วงหน้าร้อนเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและจุลชีพในอาหาร เช่น Salmonella, coli และ Vibrio หากอาหารถูกเก็บรักษาไม่เหมาะสม เช่น วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกินไป อาหารอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ง่าย เมื่อรับประทานเข้าไป เชื้อเหล่านี้สามารถทำให้เกิด อาหารเป็นพิษ (Food poisoning) และทำให้ลำไส้อักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วง

...

2. อาหารบูดเสียง่ายกว่าปกติ ในฤดูร้อน อาหารโดยเฉพาะอาหารปรุงสุก เนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรืออาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ สามารถ บูดหรือเสียได้เร็วขึ้นหากเก็บไว้ในอุณหภูมิสูง แม้อาหารจะดูปกติในบางครั้ง แต่เชื้อแบคทีเรียอาจเริ่มเพิ่มจำนวนแล้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการ เช่น  ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวหรืออาการท้องเสียเฉียบพลัน

3. น้ำและน้ำแข็งที่ไม่สะอาด เครื่องดื่มเย็นเป็นสิ่งที่หลายคนเลือกดื่มมากขึ้นในหน้าร้อน แต่หากน้ำดื่มหรือน้ำแข็งไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาดอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ เชื้อโรคบางชนิดสามารถอยู่ในน้ำและเข้าสู่ร่างกายผ่านการดื่ม เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสในลำไส้ และ ปรสิตบางชนิด

4. พฤติกรรมการกินในหน้าร้อนที่กระตุ้นลำไส้ ฤดูร้อนมักทำให้รูปแบบการรับประทานอาหารเปลี่ยนไป เช่น กินอาหารนอกบ้านบ่อยขึ้น, รับประทานอาหารสตรีทฟู้ด, ดื่มเครื่องดื่มเย็นหรือหวานจัด, กินอาหารรสจัด เผ็ดจัด และอาหารบางชนิดสามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้มากขึ้น ทำให้เกิดอาการถ่ายเหลวในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบทางเดินอาหารไวต่อสิ่งกระตุ้น

5. การขาดน้ำส่งผลต่อสมดุลลำไส้ อากาศร้อนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้นผ่านเหงื่อ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut microbiome) เปลี่ยนแปลง และทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติได้ บางคนอาจมีอาการ เช่น ท้องอืด ปวดเกร็งท้อง และถ่ายเหลวเป็นช่วงๆ

อาการท้องร่วงแบบไหนควรพบแพทย์?

แม้อาการท้องร่วงส่วนใหญ่จะดีขึ้นได้ภายใน 1–2 วัน แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

  • ถ่ายเหลวมากกว่า 3–4 ครั้งต่อวัน
  • มีไข้สูง
  • ปวดท้องรุนแรง
  • ถ่ายมีเลือดปน
  • อาเจียนมากหรือดื่มน้ำไม่ได้
  • มีอาการนานเกิน 2–3 วัน

โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและภาวะแทรกซ้อน

วิธีป้องกันอาการท้องร่วงในช่วงหน้าร้อน

การดูแลสุขภาพระบบทางเดินอาหารสามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการท้องร่วงได้ โดยแนะนำให้

  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่และสะอาด
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่เก็บไว้นานหรือมีกลิ่นผิดปกติ
  • ดื่มน้ำสะอาด และหลีกเลี่ยงน้ำแข็งที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • เก็บอาหารในตู้เย็นเมื่อจำเป็นต้องเก็บไว้

...

อาการท้องร่วงในช่วงหน้าร้อนมักเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคในอาหารและน้ำ รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไปในช่วงอากาศร้อน ซึ่งอาจทำให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการระคายเคืองหรือลำไส้อักเสบได้ แม้อาการท้องเสียส่วนใหญ่จะสามารถดีขึ้นได้เองภายในระยะเวลาสั้นๆ แต่หากมีอาการถ่ายเหลวหลายครั้งต่อวัน มีไข้สูง ปวดท้องรุนแรง  อาเจียนมาก หรือมีอาการต่อเนื่องเกิน 2–3 วัน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การท้องร่วงอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ง่าย การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารจะช่วยให้สามารถประเมินสาเหตุของอาการ วางแผนการรักษา และป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว 

ข้อมูลโดย : นพ. โชติ เหลืองช่อสิริ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2