- ปวดฟัน เหงือกบวม สัญญาณเตือนอันตรายเมื่อเชื้อโรคลุกลามถึงโพรงประสาทและรากฟันน้ำนม
- การรักษารากฟันน้ำนม เป็นภารกิจสำคัญในการเก็บฟันกรามน้ำนมไว้ เพื่อกันที่ไว้ให้ฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้มีพื้นที่ขึ้น ไม่ให้ฟันข้างเคียงล้มเอียง ป้องกันปัญหาฟันแท้ซ้อนเก
- การรักษารากฟันน้ำนม ใช้เวลาไม่นานเหมือนผู้ใหญ่ เนื่องจากใช้วัสดุที่สามารถละลายได้ตามธรรมชาติของรากฟันน้ำนม และไม่รบกวนฟันแท้ที่กำลังจะขึ้น
หลายท่านมองว่า "ฟันน้ำนม" เป็นแค่ฟันชั่วคราวที่ผุแล้วถอนออกไปก็ได้ แต่ในทางการแพทย์ โดยเฉพาะทันตกรรมเด็กแล้ว ฟันน้ำนมที่ผุลึกถึงโพรงประสาทคือ ภัยคุกคามเงียบ ที่หากละเลยจะส่งผลกระทบรุนแรงและถาวรต่อการเรียงตัวของฟันแท้ในอนาคต การรักษารากฟันน้ำนมจึงไม่ใช่แค่การรักษาอาการปวด แต่คือส่วนสำคัญในการเรียงตัวของฟัน เพื่ออนาคตของรอยยิ้มที่สมบูรณ์ของเด็กๆ
สัญญาณเตือนเมื่อฟันผุลุกลามถึงโพรงประสาท
ผู้ปกครองต้องใส่ใจกับสัญญาณต่างๆเหล่านี้ เพราะบ่งชี้ถึงการติดเชื้อที่ลึกและรุนแรง ซึ่งอาจทำให้เชื้อลุกลามลงไปทำลายหน่อฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ได้ โดยเฉพาะเมื่อเด็กมีอาการปวดฟันจนต้องสงสัยว่าฟันผุลึกถึงโพรงประสาท สัญญาณต่างๆ ได้แก่
- ปวดฟันรุนแรง หรือปวดต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดที่ไม่หายไปแม้จะทานยาแก้ปวดแล้ว หรืออาการปวดที่เกิดขึ้นเองในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นสัญญาณของการอักเสบรุนแรงของเส้นประสาท
- เหงือกบวมแดง หรือมีตุ่มหนอง การมีหนองบริเวณเหงือกใกล้กับฟันซี่ที่มีปัญหา เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเชื้อโรคได้ทะลุปลายรากฟันออกมาแล้ว
- เสียวฟัน/ปวดเมื่อทานอาหาร การเสียวฟันหรือปวดอย่างรุนแรงเมื่อมีสิ่งกระตุ้น เช่น ของหวาน น้ำเย็น หรือของร้อน
- ฟันมีรูผุลึกมาก จนมองเห็นเป็นโพรงสีดำขนาดใหญ่ หรือเศษอาหารเข้าไปติดลึกจนปวด
...
การรักษาเพื่อกำจัดเชื้อ
การรักษาจะถูกพิจารณาเมื่อวินิจฉัยได้ว่าฟันผุลุกลามเกินกว่าการอุดฟันธรรมดาและเข้าถึงโพรงประสาทฟันแล้ว โดยพิจารณาการรักษาตามความรุนแรง ดังนี้
- ตัดโพรงประสาทบางส่วน เมื่อการติดเชื้ออยู่จำกัดแค่ส่วนบนของโพรงประสาทฟัน และรากฟันยังแข็งแรง
- รักษารากฟันทั้งหมด เมื่อเชื้อลุกลามลงไปถึงรากฟันแล้ว มักมีอาการรุนแรง มีเหงือกบวม หรือมีตุ่มหนอง
ทำไมต้องรักษารากฟันน้ำนม
การรักษารากฟัน คือหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหา การถอนฟันน้ำนมที่ผุลึกออกไปก่อนกำหนด หรือก่อนอายุ 10-12 ปี ไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัย เพราะจะนำไปสู่ปัญหาที่ต้องแก้ไขด้วยการจัดฟันในอนาคต การรักษารากฟันน้ำนมจึงเป็นการลงทุนในวันนี้ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีในวันหน้า ทั้งนี้เพื่อ
- ป้องกันปัญหาสูญเสียพื้นที่ หากฟันกรามน้ำนมถูกถอนออกก่อนเวลาอันควร ฟันซี่ข้างเคียงจะล้มเอียงเข้าสู่ช่องว่าง ทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นมาไม่มีพื้นที่พอ ส่งผลให้เกิดปัญหา ฟันเก ฟันซ้อน หรือ ฟันคุด ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดฟันในภายหลัง การเก็บฟันน้ำนมไว้จึงเหมาะสมที่สุด
- ปกป้องหน่อฟันแท้ การรักษารากฟันจะช่วยกำจัดแหล่งเชื้อโรค ไม่ให้เชื้อลุกลามลงไปทำลายหน่อฟันแท้ที่กำลังพัฒนาอยู่ข้างใต้ ซึ่งอาจทำให้ฟันแท้ที่ขึ้นมามีรูปร่าง สี หรือผิวฟันที่ผิดปกติได้
- คงประสิทธิภาพการเคี้ยวและการพูด ฟันที่ครบถ้วนช่วยให้เด็กเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับสารอาหารครบถ้วน และช่วยในการออกเสียงพยัญชนะบางตัวได้อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ
ขั้นตอนการรักษารากฟันน้ำนม
การรักษารากฟันน้ำนมได้รับการออกแบบให้ง่ายและรวดเร็วกว่าการรักษาฟันแท้มาก ลดความกังวลและความร่วมมือของเด็ก โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. การตรวจและ X-ray เพื่อยืนยันขอบเขตการลุกลามของเชื้อ และประเมินสถานะของรากฟัน รวมถึงหน่อฟันแท้
2. การให้ยาชาเฉพาะที่ ฉีดยาชาเพื่อให้เด็กรู้สึกสบายและไม่เจ็บขณะทำ ทันตแพทย์เด็กจะใช้เทคนิคการอธิบายขั้นตอนการทำฟันง่ายๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย และไม่ใช้คำพูดที่ทำให้เด็กรู้สึกกลัว
3. การกำจัดเชื้อ ทันตแพทย์จะกำจัดเนื้อฟันที่ผุและเนื้อเยื่อประสาทฟันที่ติดเชื้อออก
4. การอุดรากฟัน ใส่สารอุดคลองรากฟันที่ละลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งจะถูกดูดซึมไปพร้อมกับการละลายของรากฟันตามกำหนดเวลาที่ฟันแท้จะขึ้น
5. การบูรณะฟันด้วยครอบฟัน หลังรักษารากฟัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจบด้วยการทำ ครอบฟันน้ำนม มักใช้ ครอบฟันเหล็กไร้สนิม (Stainless Steel Crown) เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันฟันแตกจากการบดเคี้ยว และที่สำคัญคือ ป้องกันการรั่วซึมของเชื้อโรคกลับเข้าสู่ฟันอีกครั้ง ทำให้ฟันสามารถใช้งานได้จนกว่าฟันแท้จะขึ้นมาตามกำหนด
การรักษารากฟันน้ำนมถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยกระดับสุขภาพช่องปากของเด็กอย่างเป็นระบบและตรงจุด ไม่เพียงช่วยระงับอาการปวดหรือป้องกันการลุกลามของการติดเชื้อ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการคงสภาพฟันน้ำนมให้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์จนกว่าฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่ การรักษาอย่างถูกต้องจึงเป็นเสมือนการเตรียมพื้นที่ ให้ฟันแท้สามารถขึ้นได้ในแนวที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงของฟันที่ผิดปกติ หรือปัญหาของฟันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น การใส่ใจฟันน้ำนมตั้งแต่วันนี้จึงเท่ากับการดูแลฟันแท้ในอนาคต ให้เด็กเติบโตพร้อมรอยยิ้มที่สวยงาม แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
...
ข้อมูลโดย : ทพญ. กมลชนก เดียวสุรินทร์ (ท.4174) ทันตแพทย์สำหรับเด็ก โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล