ชาวออฟฟิศระวัง อากาศร้อนจัดสลับแอร์เย็นฉ่ำ ทำร่างกายปรับตัวไม่ทันเสี่ยงป่วยง่าย แพทย์ มช. เตือนเช็กอาการฮีทสโตรก (Heat Stroke) และภาวะเพลียแดด พร้อมแนะวิธีดูแลตัวเองสำหรับคนทำงานกลางแจ้งและในออฟฟิศเพื่อให้ปลอดภัยจากอากาศแปรปรวน
ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไทยตอนบนร้อนจัดอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 42 องศาเซลเซียส ชาวออฟฟิศหลายคนอาจคิดว่าการหลบแดดเข้ามาอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่าการปรับตัวของร่างกายไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่รวดเร็ว คือสาเหตุหลักที่ทำให้พนักงานออฟฟิศเจ็บป่วยได้ง่ายในช่วงนี้
ทำไมอากาศเปลี่ยนเร็วถึงทำให้ป่วย?
ผศ.นพ.บริบูรณ์ เชนธนากิจ จากคณะแพทยศาสตร์ มช. ย้ำเตือนว่า การอยู่ในห้องปรับอากาศแล้วออกไปเจออากาศร้อนจัดด้านนอก หรือในทางกลับกัน คือการเดินเข้ามาในออฟฟิศที่เย็นจัดหลังเผชิญแดดร้อนแรง ร่างกายจะต้องปรับอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว สภาวะนี้ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดลง และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพตามมา
...
เช็กอาการ สัญญาณเตือนว่าร่างกายคุณเริ่ม “ไม่ไหว”
เมื่อร่างกายปรับตัวไม่ทันจากการเผชิญอากาศที่ต่างกันสุดขั้ว มักจะปรากฏอาการดังนี้
- อาการเบื้องต้น: รู้สึกไม่สบายตัว ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือเป็นหวัดได้ง่าย
- ระบบทางเดินหายใจ: คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ หรือเจ็บคอ ซึ่งพบได้บ่อยขึ้นในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองสลับอากาศร้อน
- อาการจากความร้อน: หากเพิ่งเดินเข้ามาจากแดดจัด อาจมีอาการเพลียแดด (Heat exhaustion) เช่น อ่อนเพลีย เหงื่อออกมาก หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ
- ภาวะขาดน้ำ: แม้อยู่ในห้องแอร์ ร่างกายก็สูญเสียน้ำได้ง่ายและอาจทำให้ผิวแห้งหรือตาแห้ง
วิธีป้องกันสำหรับชาวออฟฟิศ
เพื่อลดความเสี่ยงจากการป่วยเพราะอากาศเปลี่ยนเร็ว ควรปฏิบัติดังนี้
- ปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้า-ออก: เมื่อถึงออฟฟิศ อย่าเพิ่งรีบเดินเข้าจุดที่แอร์ตกใส่โดยตรง ควรนั่งพักในบริเวณที่อุณหภูมิปานกลางเพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว
- พกเสื้อคลุมติดโต๊ะ: ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่เมื่อต้องทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานาน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาด 6-8 แก้วต่อวัน แม้จะทำงานในห้องแอร์และไม่รู้สึกกระหายน้ำ
- เลี่ยงเครื่องดื่มกระตุ้น: ลดการดื่มกาแฟ (คาเฟอีน) หรือเครื่องดื่มรสหวานจัดที่โต๊ะทำงาน เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
การดูแลตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการ
หากเริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว หรือมีอาการเพลียแดดจากการเดินทาง
- พักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับมาทำงานได้เต็มที่
- ปรับอุณหภูมิรอบตัว: หลีกเลี่ยงการเปิดแอร์เย็นจัดเกินไปในช่วงที่ร่างกายเริ่มอ่อนแอ
- ดื่มน้ำบ่อยๆ: หากมีอาการหน้ามืดหรือวิงเวียน ให้จิบน้ำและเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นเพื่อช่วยระบายความร้อนที่สะสมมาจากด้านนอก
- สังเกตอาการรุนแรง: หากมีอาการตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ หรือเริ่มสับสน (สัญญาณของ Heat stroke) ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
อากาศที่ร้อนถึง 42 องศาเซลเซียสสลับกับความเย็นในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ชาวออฟฟิศควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และปรับพฤติกรรมเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงอากาศแปรปรวนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย