เปิดความเชื่อมโยงระหว่าง "ฮีทสโตรก" และ "สโตรก" (โรคหลอดเลือดสมอง) เมื่ออากาศร้อนจัดทำให้เลือดข้น-หัวใจทำงานหนัก จนเสี่ยงอัมพฤกษ์อัมพาต พร้อมแนะวิธีดูแลตัวเองและกลุ่มเสี่ยงในหน้าร้อน

อากาศร้อนจัดในเมืองไทยไม่ได้มีแค่ความหงุดหงิด แต่อาจแฝงภัยเงียบที่รุนแรงถึงชีวิตอย่าง "ฮีทสโตรก" (Heat Stroke) ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่าความร้อนที่พุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส คือตัวจุดชนวนสำคัญที่นำไปสู่ "สโตรก" (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ในพริบตา

ฮีทสโตรก VS สโตรก ต่างกันอย่างไร?

แม้ชื่อจะคล้ายกันแต่มีกลไกต่างกัน "ฮีทสโตรก" คือภาวะที่ร่างกายระบายความร้อนไม่ทันจนอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ ส่วน "สโตรก" คือภาวะที่สมองขาดเลือดจากการที่หลอดเลือดตีบ ตัน หรือแตก แม้จะไม่ใช่โรคเดียวกันแต่ความร้อนที่รุนแรงคือปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดสมองตีบ ตัน หรือแตกได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเดิมอยู่แล้ว

เช็ก 5 อาการสัญญาณเตือน "ฮีทสโตรก"

หากคุณหรือคนใกล้ชิดต้องอยู่กลางแจ้งหรือในที่อากาศร้อนจัด ควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ ดังนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

  1. มีไข้สูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส
  2. ปวดศีรษะ หน้ามืด เมื่อยล้า อ่อนเพลีย และอาจหมดสติได้
  3. มีความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น ชัก เพ้อ เดินโซเซ ตอบสนองช้า พูดจาสับสน
  4. ไม่มีเหงื่อออก จากผลของต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติทำให้ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงมากขึ้น
  5. อาจพบปัสสาวะสีเข้มผิดปกติจากภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย และอาจเกิดภาวะไตวายตามมาได้

4 กลไกอันตราย ทำไมความร้อนถึงทำให้สมองขาดเลือด?

อากาศร้อนจัดส่งผลกระทบต่อระบบเลือดและหัวใจอย่างรุนแรง ดังนี้

  • ภาวะขาดน้ำและเลือดข้น: เมื่อร่างกายเสียเหงื่อมาก เลือดจะมีความหนืดสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน 
  • หัวใจทำงานหนักเกินตัว: ร่างกายจะเร่งการเต้นของหัวใจเพื่อระบายความร้อน อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและเกิดลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันในสมอง 
  • ความดันโลหิตตก: การขยายตัวของหลอดเลือดเพื่อระบายร้อน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ 
  • การอักเสบทั่วร่างกาย: ฮีทสโตรกกระตุ้นให้ระบบแข็งตัวของเลือดทำงานผิดปกติ จนเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน 

ใครบ้างคือ "กลุ่มเสี่ยง" ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเมื่อต้องเผชิญอากาศร้อน ได้แก่ ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, โรคหัวใจ, ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่มีประวัติเคยเป็นสโตรกมาก่อน

วิธีป้องกันตัวและรับมืออากาศร้อนจัด

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • จิบน้ำบ่อยๆ: ดื่มน้ำเปล่าตลอดวันแม้ไม่กระหาย เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ 
  • เลี่ยงแดดจัด: พยายามอยู่ในที่ร่มช่วงเวลา 11.00 - 15.00 น. หากต้องออกข้างนอกควรสวมหมวก กางร่ม และที่สำคัญห้ามทิ้งเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือผู้สูงอายุไว้ในรถที่จอดตากแดดเด็ดขาด 
  • สวมเสื้อผ้าโปร่ง: เลือกผ้าสีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดรูป 
  • ลดความร้อนสะสม: อาบน้ำเย็น หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามจุดชีพจร เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ 
  • สังเกตอาการเตือน: หากมีอาการเวียนศีรษะ ตัวร้อนจัด ซึมลง คลื่นไส้ หรือชัก ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
  • จัดการสภาพแวดล้อม : ปิดม่านหรือมู่ลี่เพื่อป้องกันความร้อนเข้าบ้าน และใช้เตาอบหรือเตาไฟให้น้อยที่สุด 

การป้องกันฮีทสโตรกไม่ใช่แค่เรื่องการคลายร้อน แต่คือการลดความเสี่ยง "โรคหลอดเลือดสมอง" ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง การใส่ใจสัญญาณเตือนเพียงเล็กน้อยอาจช่วยรักษาชีวิตและป้องกันความพิการได้

ข้อมูลโดย: พญ. พิมลพรรณ วิเสสสาระกูล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)