สรุปอาการเส้นเลือดสมองแตก (Stroke) ทำไมถึงดูคล้ายคนเมา? เจาะลึกวิธีสังเกตอาการด้วยหลัก FAST จากกรณีอุทาหรณ์หนุ่มเส้นเลือดสมองแตกแต่ถูกเข้าใจผิดว่าเมาเหล้า
จากกรณีข่าวสะเทือนใจ หนุ่มเส้นเลือดสมองแตกขับรถชน แต่ถูกเข้าใจผิดว่า “เมา” จนถูกใส่กุญแจมือและเสียโอกาสในการรักษาอย่างทันท่วงที กลายเป็นคำถามสำคัญในสังคมว่า อาการของโรคสโตรกกับคนเมาเหล้านั้นแตกต่างกันอย่างไร? ไทยรัฐออนไลน์พาไปเจาะลึกสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง เพราะวินาทีที่เสียไปคือชีวิตของผู้ป่วย
อุทาหรณ์เส้นเลือดสมองแตก แต่ถูกมองว่า “เมา”
จากเหตุการณ์ล่าสุดที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อชายหนุ่มรายหนึ่งเกิดอาการเส้นเลือดสมองแตกขณะขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ แต่ในขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กลับประเมินว่าเป็นการ “เมาแล้วขับ” เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการพูดไม่ชัด ทรงตัวไม่ได้ และสื่อสารไม่รู้เรื่อง จนนำไปสู่การใส่กุญแจมือและล่าช้าในการส่งโรงพยาบาล กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า “โรคสโตรก (Stroke)” หรือภาวะหลอดเลือดสมอง มีอาการภายนอกที่ใกล้เคียงกับอาการมึนเมาอย่างมาก หากคนรอบข้างไม่มีความรู้เบื้องต้นอาจนำไปสู่ความสูญเสียได้
...
ทำไมเส้นเลือดสมองแตก ถึงดูเหมือนคนเมา?
เมื่อเกิดภาวะเส้นเลือดสมองแตกหรือตีบ เนื้อเยื่อสมองจะขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างกะทันหัน ทำให้การควบคุมร่างกายส่วนต่างๆ ผิดปกติไป ซึ่งอาการที่ปรากฏออกมามักจะไปพ้องกับอาการของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด ดังนี้:
- การพูด: ผู้ป่วยสโตรกจะพูดติดขัด พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง หรือพูดประโยคที่ไม่เป็นใจความ คล้ายคนเมาที่ลิ้นพันกัน
- การทรงตัว: มีอาการเวียนศีรษะ เดินเซ หรือแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ทำให้ดูเหมือนคนเมาที่ประคองตัวไม่ได้
- ความสับสน: อาจมีอาการเบลอ ตอบคำถามไม่ตรงประเด็น หรือจำเหตุการณ์ไม่ได้ชั่วขณะ
วิธีแยกแยะอาการเส้นเลือดสมองแตก vs คนมึนเมา
แม้จะดูคล้ายกัน แต่มีจุดสังเกตสำคัญที่ช่วยแยกแยะได้ ดังนี้
- เส้นเลือดสมองแตก (Stroke): ไม่มีกลิ่นเหล้า (ยกเว้นป่วยขณะดื่ม), ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยวข้างใดข้างหนึ่ง, มักอ่อนแรง “ครึ่งซีก” (ซ้ายหรือขวา), อาจหมดสติหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว
- คนมึนเมาแอลกอฮอล์: มีกลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจนจากลมหายใจ, หน้าตาปกติ แต่อาจดูสะลึมสะลือ, อ่อนแรงหรือเซทั้งตัวแบบไม่มีทิศทาง, มักจะโวยวาย ตอบโต้ได้บ้างตามสัญชาตญาณ
จำให้ขึ้นใจหลัก “FAST” สังเกตอาการสโตรกช่วยชีวิต
หากพบคนที่มีอาการผิดปกติ ให้รีบทดสอบด้วยหลักการ FAST ทันที
- F - Face (ใบหน้า): ให้ลองยิ้ม ดูว่ามุมปากตก หรือหน้าเบี้ยวข้างเดียวหรือไม่
- A - Arm (แขน): ให้ยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ดูว่ามีแขนข้างใดข้างหนึ่งตกหรืออ่อนแรงหรือไม่
- S - Speech (การพูด): ให้ลองพูดประโยคสั้นๆ ดูว่าพูดชัดไหม หรือพูดตามไม่ได้
- T - Time (เวลา): หากพบอาการข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบโทร 1669 ทันที เพราะผู้ป่วยต้องถึงมือหมอภายใน 3 - 4.5 ชั่วโมง (Golden Period)
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินและการมึนเมา ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแพทย์เท่านั้น แต่คือทักษะที่คนทั่วไปควรมี กรณีข่าวนี้เป็นบทเรียนราคาแพงว่า “อย่าเพิ่งด่วนสรุป” หากเห็นใครมีอาการผิดปกติบนท้องถนน การตรวจเช็กตามหลัก FAST และการส่งตัวถึงมือหมอให้เร็วที่สุด คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนจาก “ความตาย” ให้เป็น “ทางรอด”