"โรต้าไวรัส" สาเหตุหลักของโรคท้องร่วงรุนแรงในเด็กเล็กที่พ่อแม่ห้ามมองข้าม เช็กอาการเด่น ไข้สูง อาเจียน ถ่ายเหลว พร้อมแนวทางการรักษาและวิธีป้องกันด้วยวัคซีนโรต้า
โรคท้องร่วงในเด็กไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โดยเฉพาะหากมีสาเหตุมาจาก “โรต้าไวรัส” ที่สามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วและรุนแรงจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต พญ.พลอย พัฒนากิจสกุล จากโรงพยาบาลรามาธิบดี จะมาช่วยไขข้อข้องใจถึงวิธีรับมือและป้องกันไวรัสชนิดนี้อย่างถูกต้อง
ทำความรู้จัก "โรต้าไวรัส" ตัวการร้ายใกล้ตัวเด็ก
โรต้าไวรัส (Rotavirus) คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วงอย่างรุนแรงในเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี ความน่ากลัวของเชื้อชนิดนี้คือความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง ทำให้แพร่ระบาดได้ตลอดทั้งปี และจะพบมากขึ้นในช่วงที่อากาศเย็น
เชื้อชนิดนี้มักปนเปื้อนมากับมือ ของใช้ ของเล่น รวมถึงอาหารและน้ำดื่มที่เข้าสู่ปาก หากเด็กได้รับเชื้อเข้าไป อาจเกิดภาวะขาดน้ำ ขาดสารอาหาร หรือสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ ซึ่งหากรุนแรงมากอาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้
อาการโรต้าไวรัสที่ต้องเฝ้าระวัง
ผู้ป่วยมักจะแสดงอาการตามลำดับดังนี้
- มีไข้: ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีไข้นำมาก่อน
- อาเจียน: มักมีอาการนานประมาณ 12-24 ชั่วโมง
- ถ่ายเหลว: จะเริ่มมีอาการหลังจากอาเจียน โดยอาจถ่ายเหลวนาน 3-7 วัน หรือนานเป็นสัปดาห์ในบางราย
...
สำหรับในผู้ใหญ่ก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน แต่อาการมักไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการเลย ยกเว้นในกลุ่มผู้สูงอายุที่อาจมีอาการรุนแรงได้
แนวทางการรักษา เมื่อลูกน้อยติดเชื้อโรต้า
ในปัจจุบันยัง "ไม่มียารักษาจำเพาะ" สำหรับไวรัสโรต้า การรักษาจึงเน้นไปที่การประคับประคองตามอาการ ดังนี้
- ชดเชยน้ำและเกลือแร่: ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) ให้เพียงพอกับปริมาณน้ำที่เสียไป เพื่อป้องกันภาวะช็อก
- สังเกตอาการใกล้ชิด: หากมีอาการอ่อนเพลีย ซึมลง หรือดื่มน้ำเกลือแร่ไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด
- การปรับอาหาร: เน้นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้
- การดูแลเด็กกินนม: เด็กที่กินนมแม่สามารถกินต่อได้ปกติ แต่ในเด็กที่มีภาวะพร่องเอนไซม์แลคเตส อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นนมสูตรไม่มีน้ำตาลแลคโตสชั่วคราว
- ยาเสริมอื่นๆ: อาจให้ยาลดไข้หรือยาแก้อาเจียนร่วมด้วย หากถ่ายบ่อยจนก้นแดง สามารถทายาลดการอักเสบที่ผิวหนังได้
วิธีป้องกันโรต้าไวรัส
เราสามารถป้องกันโรต้าไวรัสได้ง่ายๆ ด้วยการดูแลสุขลักษณะทั่วไป เช่น การล้างมือบ่อยๆ ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร รวมถึงหลังการเปลี่ยนผ้าอ้อม
อย่างไรก็ตาม "การป้องกันที่ดีที่สุด" คือการได้รับ วัคซีนโรต้า ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดหยอด (กิน)
- ช่วงอายุ: เริ่มรับได้ตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป
- ประสิทธิภาพ: ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ความปลอดภัย: มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงน้อย และสามารถให้ร่วมกับวัคซีนพื้นฐานอื่นๆ ตามวัยได้
โรต้าไวรัสเป็นเชื้อที่ติดต่อได้ง่ายและทนทาน การดูแลความสะอาดจึงเป็นด่านแรกที่สำคัญ แต่เพื่อความอุ่นใจและลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยรุนแรง การพาบุตรหลานไปรับวัคซีนตามกำหนดคือทางออกที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในยุคนี้