เปิดความเสี่ยงการผ่าตัดกระเพาะจากเคสข่าวอินฟลูฯ เสียชีวิต เช็กผลข้างเคียง ภาวะแทรกซ้อน และผลกระทบต่อสุขภาพจิตที่อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้า

จากกรณีข่าวเศร้าการเสียชีวิตของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังภายหลังเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า การผ่าตัดนี้เป็น “ทางลัด” สู่หุ่นสวยที่คุ้มค่าความเสี่ยงจริงหรือไม่? ไทยรัฐออนไลน์ รวบรวมข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้คุณเข้าใจความจริงก่อนตัดสินใจ

ไม่ใช่แค่เรื่องความงาม การผ่าตัดกระเพาะคือ “การรักษาโรค”

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก หรือ Bariatric Surgery แท้จริงแล้วถูกออกแบบมาเพื่อรักษาผู้ป่วย “โรคอ้วนอันตราย” (Morbid Obesity) ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูงเกินเกณฑ์ หรือมีโรคร่วมที่อันตรายถึงชีวิต เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุชัดเจนว่า การผ่าตัดนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานน้อยลงและอิ่มเร็วขึ้น แต่ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อความงามเพียงอย่างเดียว และผู้ป่วยต้องมีความพร้อมทางร่างกายสูงมากก่อนเข้าสู่ห้องผ่าตัด

เปิดความเสี่ยง “ด้านมืด” ที่อาจอันตรายถึงชีวิต

แม้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องจะทันสมัย แต่ความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนยังคงมีอยู่ ข้อมูลจาก โรงพยาบาลกรุงเทพ และ โรงพยาบาลวิภาวดี สรุปภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้

  • การรั่วซึม (Leaking): เกิดขึ้นบริเวณรอยเย็บหรือรอยแม็กซ์ในกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องท้องและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต
  • ลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary Embolism): ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากมีความเสี่ยงสูงที่ลิ่มเลือดจะก่อตัวในหลอดเลือดดำและหลุดไปอุดกั้นในปอดหลังผ่าตัด
  • Dumping Syndrome: ภาวะที่อาหารผ่านจากกระเพาะเข้าสู่ลำไส้เล็กเร็วเกินไป ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ใจสั่น เหงื่อออก และท้องเสียอย่างรุนแรงหลังรับประทานอาหาร
  • ภาวะขาดสารอาหาร: ร่างกายจะดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุได้น้อยลง ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานวิตามินเสริมไปตลอดชีวิต

ผลกระทบทางจิตใจ ทำไมผ่าตัดกระเพาะแล้วถึงเสี่ยง “ซึมเศร้า”

นี่คือประเด็นสำคัญที่มักถูกละเลย ข้อมูลจากสถาบันวิจัยระดับโลก UCLA Health พบว่าผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะมีโอกาสพบภาวะซึมเศร้ามากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า นอกจากนี้ งานวิจัยที่เผยแพร่ใน PubMed (NIH) ระบุข้อมูลที่น่าตกใจว่า ผู้ป่วยหลังผ่าตัดกระเพาะมีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเองหรือ “ฆ่าตัวตาย” สูงขึ้นเกือบ 2-3 เท่า ในช่วง 3-4 ปีหลังการผ่าตัด โดยมีสาเหตุมาจาก

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

  • การสูญเสีย “ความสุขจากการกิน”: อาหารเคยเป็นเครื่องมือบำบัดความเครียด (Emotional Eating) เมื่อทานไม่ได้เหมือนเดิม จึงเกิดภาวะดิ่งทางอารมณ์
  • การดูดซึมยาเปลี่ยนไป: ในผู้ป่วยซึมเศร้า การผ่าตัดอาจทำให้การดูดซึมยาต้านเศร้าผิดปกติไป ส่งผลให้คุมอาการไม่อยู่
  • ความคาดหวังไม่เป็นจริง: หากรูปร่างที่เปลี่ยนไปไม่ได้แก้ปัญหาชีวิตอย่างที่หวัง อาจนำไปสู่ความผิดหวังรุนแรง

สำหรับในปัจจุบันมาตรฐานการรักษาจะมีการประเมินผู้ป่วยอย่างรอบด้าน รวมถึงด้านจิตใจ และมีการติดตามต่อเนื่อง หากพบปัญหา สามารถรักษาและดูแลได้อย่างเหมาะสม โดยรวมแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังการรักษา หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก เหมาะกับใครบ้าง

นพ.ดุษฎี สุรกิจบวร ว.46607 ศัลยแพทย์เฉพาะทางอนุสาขาศัลยศาสตร์ผ่านกล้อง และ การผ่าตัดบำบัดรักษาโรคอ้วน รพ.วิมุต เผยกับทีมข่าวไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์ว่า การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเหมาะกับผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีค่า BMI มากกว่า 37.5 หรือมากกว่า 32 ร่วมกับโรค เช่น เบาหวาน ความดัน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และไม่สามารถควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีอื่นได้

"ข้อดีที่สำคัญคือช่วยลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้โรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน และไขมันพอกตับ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจในระยะยาว"

นพ.ดุษฎี สุรกิจบวร ว.46607 ศัลยแพทย์เฉพาะทางอนุสาขาศัลยศาสตร์ผ่านกล้อง และ การผ่าตัดบำบัดรักษาโรคอ้วน รพ.วิมุต
นพ.ดุษฎี สุรกิจบวร ว.46607 ศัลยแพทย์เฉพาะทางอนุสาขาศัลยศาสตร์ผ่านกล้อง และ การผ่าตัดบำบัดรักษาโรคอ้วน รพ.วิมุต

...

นอกจากผลข้างเคียงทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะตามข้อมูลที่ระบุในข้างต้นแล้ว ในมุมมองของแพทย์ เขามองว่าการผ่าตัดลดน้ำหนักเป็นทางเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนที่เข้าเกณฑ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคร่วมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องผ่าตัด ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบ และต้องมีความพร้อมในการติดตามรักษาระยะยาว สิ่งสำคัญคือการเลือกสถานพยาบาลและทีมแพทย์ที่มีความชำนาญ และมีระบบติดตามหลังการผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัย 

“การผ่าตัดลดน้ำหนักเป็นการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลดี เมื่อทำในผู้ป่วยที่เหมาะสมและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ที่มีมาตรฐาน” นพ.ดุษฎี กล่าวทิ้งท้าย

ดังนั้น การผ่าตัดกระเพาะอาหารไม่ใช่ “ทางลัด” แต่คือ “การเริ่มต้นใหม่” ที่ต้องแลกด้วยวินัยและความเสี่ยง บทเรียนจากเคสอินฟลูเอนเซอร์เตือนให้เราตระหนักว่า “สุขภาพดีต้องมาก่อนความสวยงาม” ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาแพทย์สหสาขาวิชา ทั้งศัลยแพทย์และจิตแพทย์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด