"พังผืดในช่องท้อง" ภัยเงียบที่มักเกิดหลังการผ่าตัดหรือการอักเสบในช่องท้อง อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องเรื้อรัง หรือรุนแรงถึงขั้นลำไส้อุดตันและภาวะมีบุตรยาก เรียนรู้วิธีรักษาและแนวทางป้องกันด้วยเทคนิคการแพทย์สมัยใหม่
อาการปวดท้องเรื้อรังหรือท้องอืดบ่อยครั้ง อาจไม่ใช่แค่เรื่องโรคกระเพาะ แต่อาจมีสาเหตุมาจาก "พังผืดในช่องท้อง" ซึ่งเป็นแถบเนื้อเยื่อที่ยึดติดระหว่างอวัยวะ แม้ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการรุนแรงในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้จนเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจเป็นอันตรายถึงขั้นลำไส้อุดตันได้
ทำความรู้จัก "พังผืดในช่องท้อง" คืออะไร?
พังผืดในช่องท้อง คือ แถบเนื้อเยื่อที่ก่อตัวขึ้นภายในช่องท้อง ส่งผลให้เกิดการยึดติดกันระหว่างอวัยวะ 2 ส่วน ซึ่งกระทบต่อการเคลื่อนไหวของอวัยวะนั้นๆ โดยเฉพาะ "ลำไส้"
สาเหตุหลักของการเกิดพังผืดในช่องท้อง
สาเหตุของการเกิดพังผืดในช่องท้องมักเกิดภายหลังการผ่าตัดในช่องท้อง การอักเสบติดเชื้อในช่องท้อง เช่น ไส้ติ่งอักเสบ มดลูกและปีกมดลูกอักเสบ เป็นต้น หรืออาจเกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
อาการและภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
โดยปกติแล้ว การมีพังผืดอาจไม่แสดงอาการ หรือมีเพียงอาการปวดท้องเรื้อรัง แต่หากพังผืดเริ่มดึงรั้งอวัยวะอื่น อาจนำไปสู่ภาวะรุนแรง ดังนี้
...
- ภาวะลำไส้อุดตัน: เกิดจากพังผืดไปรัดลำไส้ ทำให้คนไข้มีอาการท้องอืด ไม่ผายลม ไม่ถ่ายอุจจาระ และรับประทานอาหารไม่ได้
- ภาวะมีบุตรยาก: หากพังผืดไปรัดบริเวณท่อนำไข่จนเกิดการตีบตัน
แนวทางการรักษาพังผืดในช่องท้อง
การรักษาพังผืดในช่องท้อง มักเริ่มต้นการรักษาตามอาการ โดยมีหลักการสำคัญคือ
- หลีกเลี่ยงการผ่าตัด: หากไม่จำเป็นจะไม่ทำการผ่าตัดซ้ำ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดพังผืดใหม่ขึ้นมาอีกได้
- พิจารณาผ่าตัดเฉพาะกรณีวิกฤต: เช่น เมื่อเกิดพังผืดรัดลำไส้จนอุดตัน หรือรัดท่อนำรังไข่จนส่งผลกระทบที่รุนแรง
4 วิธีป้องกันการเกิดพังผืดหลังผ่าตัด
แม้พังผืดจากการอักเสบติดเชื้อจะป้องกันได้ยาก แต่หากเป็นการผ่าตัด แพทย์และคนไข้สามารถร่วมมือกันลดความเสี่ยงได้ ดังนี้
- เทคนิคผ่าตัดส่องกล้อง: การผ่าตัดแบบส่องกล้องช่วยให้เกิดพังผืดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง
- ความประณีตทางการแพทย์: ศัลยแพทย์จะทำผ่าตัดให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยที่สุดและห้ามเลือดให้สนิทก่อนปิดแผล
- การใช้สารลดพังผืด: มีทั้งรูปแบบเจลและแผ่นเพื่อเคลือบบริเวณจุดผ่าตัด ป้องกันอวัยวะยึดติดกัน
- ขยับร่างกายให้เร็วหลังผ่าตัด: การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เคลื่อนที่ ไม่หยุดนิ่ง จึงลดโอกาสการเกิดพังผืด
"พังผืดในช่องท้อง" แม้จะดูไม่ใช่เรื่องร้ายแรงในตอนแรก แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างลำไส้อุดตัน ก็ถือเป็นอันตรายที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติหลังการผ่าตัดหรือปวดท้องเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ผศ. นพ.วรเดช หงษ์สาคร ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล