"พังผืดในช่องท้อง" ภัยเงียบที่มักเกิดหลังการผ่าตัดหรือการอักเสบในช่องท้อง อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องเรื้อรัง หรือรุนแรงถึงขั้นลำไส้อุดตันและภาวะมีบุตรยาก เรียนรู้วิธีรักษาและแนวทางป้องกันด้วยเทคนิคการแพทย์สมัยใหม่

อาการปวดท้องเรื้อรังหรือท้องอืดบ่อยครั้ง อาจไม่ใช่แค่เรื่องโรคกระเพาะ แต่อาจมีสาเหตุมาจาก "พังผืดในช่องท้อง" ซึ่งเป็นแถบเนื้อเยื่อที่ยึดติดระหว่างอวัยวะ แม้ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการรุนแรงในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้จนเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจเป็นอันตรายถึงขั้นลำไส้อุดตันได้

ทำความรู้จัก "พังผืดในช่องท้อง" คืออะไร?

พังผืดในช่องท้อง คือ แถบเนื้อเยื่อที่ก่อตัวขึ้นภายในช่องท้อง ส่งผลให้เกิดการยึดติดกันระหว่างอวัยวะ 2 ส่วน ซึ่งกระทบต่อการเคลื่อนไหวของอวัยวะนั้นๆ โดยเฉพาะ "ลำไส้"

สาเหตุหลักของการเกิดพังผืดในช่องท้อง

สาเหตุของการเกิดพังผืดในช่องท้องมักเกิดภายหลังการผ่าตัดในช่องท้อง การอักเสบติดเชื้อในช่องท้อง เช่น ไส้ติ่งอักเสบ มดลูกและปีกมดลูกอักเสบ เป็นต้น หรืออาจเกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ 

อาการและภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

โดยปกติแล้ว การมีพังผืดอาจไม่แสดงอาการ หรือมีเพียงอาการปวดท้องเรื้อรัง  แต่หากพังผืดเริ่มดึงรั้งอวัยวะอื่น อาจนำไปสู่ภาวะรุนแรง ดังนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

  • ภาวะลำไส้อุดตัน: เกิดจากพังผืดไปรัดลำไส้ ทำให้คนไข้มีอาการท้องอืด ไม่ผายลม ไม่ถ่ายอุจจาระ และรับประทานอาหารไม่ได้ 
  • ภาวะมีบุตรยาก: หากพังผืดไปรัดบริเวณท่อนำไข่จนเกิดการตีบตัน

แนวทางการรักษาพังผืดในช่องท้อง

การรักษาพังผืดในช่องท้อง มักเริ่มต้นการรักษาตามอาการ โดยมีหลักการสำคัญคือ

  • หลีกเลี่ยงการผ่าตัด: หากไม่จำเป็นจะไม่ทำการผ่าตัดซ้ำ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดพังผืดใหม่ขึ้นมาอีกได้ 
  • พิจารณาผ่าตัดเฉพาะกรณีวิกฤต: เช่น เมื่อเกิดพังผืดรัดลำไส้จนอุดตัน หรือรัดท่อนำรังไข่จนส่งผลกระทบที่รุนแรง

4 วิธีป้องกันการเกิดพังผืดหลังผ่าตัด

แม้พังผืดจากการอักเสบติดเชื้อจะป้องกันได้ยาก  แต่หากเป็นการผ่าตัด แพทย์และคนไข้สามารถร่วมมือกันลดความเสี่ยงได้ ดังนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  1. เทคนิคผ่าตัดส่องกล้อง: การผ่าตัดแบบส่องกล้องช่วยให้เกิดพังผืดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง 
  2. ความประณีตทางการแพทย์: ศัลยแพทย์จะทำผ่าตัดให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยที่สุดและห้ามเลือดให้สนิทก่อนปิดแผล 
  3. การใช้สารลดพังผืด: มีทั้งรูปแบบเจลและแผ่นเพื่อเคลือบบริเวณจุดผ่าตัด ป้องกันอวัยวะยึดติดกัน 
  4. ขยับร่างกายให้เร็วหลังผ่าตัด: การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เคลื่อนที่ ไม่หยุดนิ่ง จึงลดโอกาสการเกิดพังผืด

"พังผืดในช่องท้อง" แม้จะดูไม่ใช่เรื่องร้ายแรงในตอนแรก แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างลำไส้อุดตัน ก็ถือเป็นอันตรายที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติหลังการผ่าตัดหรือปวดท้องเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์ทันที 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ผศ. นพ.วรเดช หงษ์สาคร ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล