รู้จักไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เช็กอาการเบื้องต้น สาเหตุการแพร่ระบาดจากค้างคาว และวิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข

“ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus) กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงและสร้างความกังวลใจอีกครั้งในโลกโซเชียล หลังจากมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในประเทศอินเดีย แม้จะยังไม่มีการระบาดใหญ่ในไทย แต่ด้วยอัตราการเสียชีวิตที่สูงและอาการที่รุนแรงถึงขั้นสมองอักเสบ ทำให้เราต้องทำความรู้จักไวรัสชนิดนี้ให้ดีขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธี ก่อนที่จะสายเกินแก้

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คืออะไร? เปิดประวัติไวรัสอันตราย

ไวรัสนิปาห์ หรือ NiV เป็นเชื้อไวรัสในตระกูลเดียวกับไวรัสเฮนดรา (Hendra virus) จัดเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน (Zoonotic Disease) ที่มีความรุนแรงสูง ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) จากการระบาดในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่หมู่บ้านนิปาห์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไวรัสชนิดนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไวรัสนิปาห์เป็นหนึ่งใน “โรคที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ” เนื่องด้วยศักยภาพในการก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับมนุษย์

สาเหตุและการแพร่ระบาด ใครคือพาหะตัวจริง?

พาหะตามธรรมชาติของไวรัสนิปาห์คือ “ค้างคาวกินผลไม้” โดยเฉพาะ ค้างคาวแม่ไก่ (Pteropus) เชื้อไวรัสจะอาศัยอยู่ในตัวค้างคาวโดยที่ค้างคาวไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถแพร่เชื้อผ่านสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ

ช่องทางการติดต่อที่ควรระวัง

  • จากสัตว์สู่คน: การสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ (สุกร, ค้างคาว) หรือการกินผลไม้ที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาว เช่น ลูกชิด มะพร้าว หรือผลไม้ที่มีรอยแทะ
  • จากคนสู่คน: ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเลือด มักพบในกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิดหรือบุคลากรทางการแพทย์
  • การบริโภค: การดื่มน้ำผลไม้ที่เก็บด้วยวิธีการที่ไม่สะอาดและปนเปื้อนเชื้อจากค้างคาว

เช็กอาการ “ไวรัสนิปาห์” สังเกตอย่างไรว่าติดเชื้อ?

ระยะฟักตัวของโรคมักอยู่ที่ 4-14 วัน แต่อาจนานได้ถึง 45 วัน โดยอาการสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายระดับ ดังนี้

อาการเริ่มต้น (คล้ายไข้หวัดใหญ่)

  • มีไข้สูง ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • เจ็บคอ อาเจียน
  • ไอ เหนื่อยหอบ

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

อาการรุนแรง (ระบบประสาทถูกทำลาย)

หากเชื้อลุกลามจะเข้าสู่ภาวะ สมองอักเสบ (Encephalitis) ซึ่งมีอาการเด่นชัดคือ

  • ง่วงซึม สับสน มึนงง
  • ชักเกร็ง
  • หมดสติหรือเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • ในรายที่รอดชีวิต อาจมีความผิดปกติทางระบบประสาทหลงเหลืออยู่ เช่น อาการบุคลิกภาพเปลี่ยนหรืออาการชักต่อเนื่อง

ความรุนแรงที่น่ากลัว: อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75%

สิ่งที่ทำให้ทั่วโลกหวาดหวั่นไวรัสนิปาห์ คือความรุนแรงของโรค จากสถิติการระบาดในหลายพื้นที่พบว่ามีอัตราการเสียชีวิต (Case Fatality Rate) สูงถึง 40% - 75% ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถทางการแพทย์ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งถือว่าสูงกว่าโรคโควิด-19 หลายเท่าตัว

วิธีป้องกันและเฝ้าระวังตนเองให้ปลอดภัย

ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับมนุษย์ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อ

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยแทะ: อย่าเสียดายผลไม้ที่ถูกนกหรือค้างคาวแทะกินไปบางส่วน
  • ล้างผลไม้ให้สะอาด: ก่อนนำมาบริโภคควรล้างผ่านน้ำไหลอย่างทั่วถึง หรือปอกเปลือก
  • เลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย: หากต้องสัมผัสสุกรหรือค้างคาว ควรใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือและหน้ากากอนามัย
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ

...

ไวรัสนิปาห์ในไทย น่ากังวลแค่ไหน?

แม้ในปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่มีการรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในมนุษย์ แต่เนื่องจากประเทศไทยมีค้างคาวแม่ไก่ซึ่งเป็นพาหะอาศัยอยู่ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การไม่ประมาท” หากมีอาการไข้สูงร่วมกับประวัติการสัมผัสสัตว์หรือกินผลไม้ต้องสงสัย ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติโดยละเอียดทันที

ที่มา: CDC, WHO, สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย