รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปี ตั้งแต่ช่วงอายุ 19-60 ปีขึ้นไป ต้องตรวจรายการไหนบ้าง พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนเจาะเลือด เพื่อการป้องกันและรักษาโรคเรื้อรังอย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่เพียงแค่การหาโรคเมื่อมีอาการ แต่คือ "เกราะป้องกัน" ชั้นดีที่จะช่วยให้เราวางแผนรับมือกับปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะโรคเงียบอย่างความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือมะเร็ง หากตรวจพบไว โอกาสรักษาหายย่อมมีสูง มาดูกันว่าในแต่ละช่วงวัยมีรายการไหนที่ห้ามพลาด และต้องเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมที่สุด

ทำไมต้อง "ตรวจสุขภาพประจำปี" แม้ร่างกายยังแข็งแรงดี?

ปัจจุบัน “การตรวจสุขภาพประจำปี” เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากโรคบางอย่างสามารถรักษาและป้องกันได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ/อุดตัน ซึ่งสามารถป้องกันได้ โดยการรักษาโรคเรื้อรังที่เป็นสาเหตุ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน

การตรวจสุขภาพประจำปี หมายถึง การตรวจสุขภาพของผู้ที่ไม่มีอาการหรืออาการแสดงของการเจ็บป่วย เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ภาวะผิดปกติหรือโรค ซึ่งนำไปสู่การป้องกัน เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การส่งเสริมสุขภาพของผู้ที่มารับการตรวจ หรือให้การบำบัดรักษาตั้งแต่ระยะแรก

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

รวมถึงการตรวจสุขภาพของผู้ที่มาขอปรึกษาแพทย์ด้วยอาการเจ็บป่วย หรือภาวะความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง และการตรวจสุขภาพของผู้ที่มีโรค หรือภาวะเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เพื่อค้นหาภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคที่เป็น

การตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสม จะมุ่งเน้นการสัมภาษณ์ประวัติที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และการตรวจร่างกาย ส่วนการตรวจทางห้องปฏิบัติการจะทำเฉพาะการตรวจที่มีข้อมูลหลักฐานที่บ่งชี้แล้วว่ามีประโยชน์คุ้มค่าแก่การตรวจ เพื่อค้นหาโรคและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคและนำไปสู่การป้องกัน การสร้างเสริมสุขภาพ และการบำบัดรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

เช็กลิสต์ 9 รายการตรวจสุขภาพที่จำเป็นตามช่วงอายุ (19-60 ปี)

เพื่อให้การตรวจสุขภาพคุ้มค่าและตรงจุด แพทย์แนะนำรายการตรวจพื้นฐานที่สำคัญ ดังนี้

1. วัดความดันโลหิต

เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของภาวะสุขภาพของบุคคล โดยควรวัดความดันโลหิตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ/อุดตัน โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) โรคไตเรื้อรัง ฯลฯ การตรวจพบและรักษาโรคความดันโลหิตสูงตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถลดความเสี่ยงต่อการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

2. การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง

มีประโยชน์ในการประเมินสภาวะทั่วไป เช่น ภาวะโภชนาการ ได้แก่ ดัชนีมวลกาย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาของกลุ่มวัยทำงาน ได้แก่ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด

3. การตรวจร่างกายโดยละเอียดโดยแพทย์

การพูดคุยประวัติสุขภาพและตรวจร่างกายพื้นฐานช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงรายบุคคลได้แม่นยำขึ้น

4. การเจาะเลือด

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เพื่อประเมินภาวะโลหิตจาง โดยแนะนำให้ตรวจ (Complete blood count, CBC) อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน โดยควรตรวจตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป และตรวจทุกปี
  • ระดับไขมันในเลือด เพื่อป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยระดับแอลดีแอลคอเลสเตอรอลไม่ควรเกิน 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

5. การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • เพศหญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear) ทุก 3 ปี
  • เพศหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม (Mammography) ทุก 1-2 ปี
  • เพศชายและหญิง อายุ 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจอุจจาระทุก 1 ปี/ส่องกล้องทางทวารหนักทุก 10 ปี เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

6. การตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน

เพื่อการมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพราะหากติดเชื้อในช่องปากแล้ว เชื้อโรคสามารถกระจายเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดการติดเชื้อในอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้ จึงควรตรวจสุขภาพช่องปากและฟันในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกๆ 1 ปี

...

7. การตรวจตา

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

เนื่องจากปัจจุบันเราใช้สายตากับคอมพิวเตอร์ประมาณ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน รวมถึงการใช้สมาร์ทโฟน ส่งผลให้ใช้สายตาเป็นระยะเวลานานติดต่อกันในระยะยาว จึงควรพบจักษุแพทย์เพื่อคัดกรองความผิดปกติต่าง ๆ เช่น ต้อหิน โดยควรตรวจตาอายุ 40-65 ปี ทุก ๆ 2 ปี

8. ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจด้วยแอปพลิเคชัน Thai CV risk score

การประเมินความเสี่ยงนี้เหมาะกับคนไทยอายุ 35-70 ปี ที่ยังไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแสดงผลการประเมินเป็นความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคหลอดเลือดสมองในอีก 10 ปีข้างหน้า สามารถใช้ได้ แม้ไม่มีผลตรวจไขมันในเลือด ใช้เพียงขนาดรอบเอวและส่วนสูง

9. การประเมินภาวะซึมเศร้า

ด้วยแบบคัดกรองโรคซึมเศร้าชนิด 2 คำถาม สามารถค้นหาโรคซึมเศร้าในชุมชนได้ เพราะสั้น ใช้ง่าย มีความไวสูง หากตอบคำถามข้อใดข้อหนึ่งว่า “ใช่” และความจำเพาะสูงหากตอบว่า “ใช่” ทั้ง 2 ข้อ

...

การประเมินภาวะซึมเศร้า จะช่วยป้องกันและรักษาโรคซึมเศร้าได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงควรทำแบบประเมินนี้ปีละครั้ง เพื่อประเมินสภาพจิตใจของตนเอง

การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ

  • งดน้ำและอาหาร: ก่อนตรวจอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (จิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ
  • รับประทานอาหารตามปกติ: ในช่วง 1-2 วันก่อนงดอาหาร ไม่ควรรับประทานอาหารที่หวานหรือมันจัดจนเกินไป

ดังนั้น “การตรวจสุขภาพ” จึงมีความสำคัญต่อทุกเพศทุกวัย เพราะสามารถช่วยป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ หรือหากตรวจพบในระยะแรกก็จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

ข้อมูลจาก อ. นพ.ธเนศ แก่นสาร ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล