งานวิจัยใหม่เผย การออกกำลังกายลดซึมเศร้าได้จริง มีประสิทธิภาพใกล้เคียงการทำจิตบำบัด พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการปรับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
เพราะ “ใจ” ที่ป่วย อาจรักษาได้ด้วยการ “ขยับ” ร่างกาย งานวิจัยล่าสุดจากต่างประเทศระบุว่าการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคซึมเศร้าได้ดีไม่แพ้การทำจิตบำบัด ถือเป็นข่าวดีและทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตในปัจจุบัน
วิจัยเผย “ออกกำลังกายลดซึมเศร้า” ได้ผลดีเทียบเท่าจิตบำบัด
ในยุคปัจจุบันที่ปัญหาด้านสุขภาพจิตกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะ “โรคซึมเศร้า” ที่ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลกเป็นจำนวนมาก การมองหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญ ล่าสุดงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อระดับโลกอย่าง Healthline ได้ระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า การออกกำลังกายอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการซึมเศร้าได้ดีเท่ากับการเข้าพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำจิตบำบัด
เปิดงานวิจัย ทำไมการขยับร่างกายถึงชนะความเศร้า?
จากผลการศึกษาใหม่ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก พบว่าผู้ที่มีอาการซึมเศร้าระดับน้อยถึงปานกลาง มีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กลไกสำคัญไม่ได้เกิดจากเพียงแค่ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่เกิดจากกระบวนการทางเคมีในสมอง
...
เมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทกลุ่ม “ความสุข” ออกมา ได้แก่
- Endorphins: สารแห่งความสุขที่ช่วยลดความเจ็บปวดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย
- Serotonin: สารที่ช่วยควบคุมอารมณ์ ซึ่งผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักจะมีสารตัวนี้ต่ำ
- Dopamine: ช่วยเพิ่มแรงจูงใจและความรู้สึกพึงพอใจ
เปรียบเทียบ “ออกกำลังกาย” vs “จิตบำบัด”
แม้ว่าการทำจิตบำบัด (Therapy) จะเป็นมาตรฐานในการรักษา แต่การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic) เช่น การวิ่ง การว่ายน้ำ หรือแม้แต่การโยคะ ช่วยลดคะแนนความรุนแรงของโรคซึมเศร้าลงได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับการพูดคุยกับนักจิตวิทยา โดยเฉพาะในแง่ของการเพิ่มพลังงานและลดความวิตกกังวล
กรมสุขภาพจิตแนะ “ออกกำลังกาย” คือ ยาสามัญประจำใจ
ด้านผู้เชี่ยวชาญจากกรมสุขภาพจิต ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า การออกกำลังกายไม่ได้เป็นเพียงการเสริมสร้างร่างกาย แต่คือส่วนหนึ่งของ “จิตบำบัดเชิงพฤติกรรม” โดยเฉพาะในผู้ป่วยชาวไทยที่มีภาวะเครียดสะสม การขยับร่างกายจะช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด และเพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง (Self-esteem) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสำคัญของโรคซึมเศร้า
อย่างไรก็ตาม หากป่วยโรคซึมเศร้าในระดับรุนแรง ยังคงจำเป็นต้องได้รับยาและการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยใช้การออกกำลังกายเป็นองค์ประกอบเสริมที่ดี
ประเภทการออกกำลังกายที่แนะนำเพื่อลดซึมเศร้า
ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักเท่านักกีฬาระดับโลก แต่การเริ่มต้นเล็กๆ คือหัวใจสำคัญ เช่น
- การเดินเร็ว (Brisk Walking): ทำวันละ 30 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์
- โยคะ (Yoga): ช่วยเรื่องสมาธิและการหายใจ ลดความเครียดสะสม
- การออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Strength Training): เพิ่มความมั่นใจในตนเอง (Self-esteem)
อุปสรรคสำคัญ เมื่อคนซึมเศร้าไม่มีแรงจะลุกขึ้นมาออกกำลังกาย
นี่คือโจทย์ที่ยากที่สุด เพราะหนึ่งในอาการของโรคซึมเศร้าคือ “การขาดแรงจูงใจ” ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าอย่ารอให้มีแรงก่อนค่อยทำ แต่ให้เริ่มจาก “5 นาทีแรก” และทำแบบไม่กดดันตัวเอง การมีเพื่อนร่วมออกกำลังกายหรือการเข้าสังคมในยิมก็มีส่วนช่วยให้อาการดีขึ้นผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม