ฝุ่น PM 2.5 วนเวียนมาเป็นประจำทุกปีในฤดูหนาว โดยเฉพาะปีนี้ที่ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล นอกจากการป้องกันตนเองเบื้องต้นอย่างการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นแล้ว การรับประทานอาหารบางชนิดก็ช่วยบำรุงปอดและต้านฝุ่น PM 2.5 ได้ด้วยเช่นกัน

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย เผยว่าฝุ่น PM 2.5 เป็นสารก่อภูมิแพ้และทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด โรคปอด หากสะสมนานอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้ การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหาร จะช่วยต้านการอักเสบและสร้างภูมิคุ้มกันได้ โดยเน้น ผักผลไม้ 5 สี ดังนี้

1. สีแดง

มีสารไลโคปีนและบีทาเลนสูง ช่วยป้องกันมะเร็ง เช่น มะเขือเทศ, แตงโม, แก้วมังกรเนื้อชมพู 

2. สีน้ำเงิน/สีม่วง

มีแอนโทไซยานินสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ชะลอความเสื่อมของเซลล์ เช่น กะหล่ำม่วง, มะเขือม่วง, องุ่นม่วง, ลูกพรุน, ชมพู่มะเหมี่ยว 

3. สีเขียว

มีสารคลอโรฟิลล์และลูทีน ช่วยต้านอนุมูลอิสระและป้องกันโรคมะเร็ง เช่น บร็อคโคลี่, ตำลึง, คะน้า, ผักโขม, ฝรั่ง, องุ่นเขียว, ชมพู่เขียว, แอปเปิ้ลเขียว 

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock


4. สีเหลือง/ส้ม

มีเบตาแคโรทีน ช่วยต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง และเพิ่มภูมิคุ้มกัน เช่น แครอท, ฟักทอง, มะละกอสุก, สับปะรด, มะม่วงสุก 

5. สีขาว/น้ำตาล

มีสารฟลาโวนอยด์ ต้านอนุมูลอิสระ ลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ต้านการอักเสบ เช่น ผักกาดขาว, เห็ด, หัวไชเท้า, ลูกเดือย, กล้วย, เนื้อมังคุด, แก้วมังกรเนื้อขาว, สาลี่ 

ด้าน ดร.กมล ไชยสิทธิ์ นายกสมาคมโภชนาการและสมุนไพรเชิงบูรณาการ ได้แนะนำอาหารที่ลดการอักเสบที่สามารถดีทอกซ์ปอดได้ ดังต่อไปนี้

1. สมุนไพรช่วยลดการอักเสบ ได้แก่

  • ขมิ้นชัน มีสาร "Curcumin" ช่วยลดสารพิษและการอักเสบในปอดได้ดี 
  • ใบออริกาโน (Oregano) มีสาร "Carvacrol" ช่วยลดการอักเสบและ Detox ระบบทางเดินหายใจ สามารถนำมาชงดื่มเป็นชาได้ 

2. ผักผลไม้สีส้มเหลือง

  • มีสาร "Carotenoid" ป้องกันการก่อกลายพันธุ์บริเวณปอดและมะเร็งปอด เช่น ฟักทอง, แครอท, มะม่วงน้ำดอกไม้สุก, มะละกอสุก 
  • ควรรับประทานสลับกันไป เช่น วันนี้ทานฟักทองครึ่งถ้วย พรุ่งนี้ทานแครอท 1 หัว 

3. บร็อคโคลี 

  • มีสาร "Sulforaphane" ที่ช่วยล้างพิษฝุ่น PM 2.5 ออกจากปอดได้โดยตรง ควรทานวันละ 200 กรัมขึ้นไป 

นอกจากนี้ ควรบริโภคผักผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัมขึ้นไป ควบคู่ไปกับการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5 ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยกันฝุ่น เพื่อป้องกันสารพิษและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รวมทั้งควรเลี่ยงการออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งให้น้อยที่สุด เพื่อลดปริมาณการสูดดมฝุ่นพิษ และควรติดตั้งเครื่องกรองอากาศภายในบ้านด้วย