หลายคนอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าการสูบบุหรี่นั้นก่อให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง แต่อาจไม่ทราบมาก่อนว่าก่อให้เกิดโรคมะเร็งในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย รวมไปถึงทำให้เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตอีกด้วย
พญ.พิมชนก พัฒนยินดี แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรแพทย์ รพ.จุฬาภรณ์ เผยว่าปัจจุบันมีการศึกษาเกี่ยวกับโทษจากบุหรี่แล้วพบว่าสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องคอต่างๆ
นอกจากนี้ควันบุหรี่ยังก่อให้เกิดมะเร็งปอด มะเร็งกลุ่มทางเดินอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร ไปจนถึงมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ มะเร็งกระเพาะอาหารได้เช่นกัน
เนื่องจากส่วนประกอบต่างๆ ในบุหรี่ เช่น นิโคติน กัญชา หรือน้ำมันต่างๆ เมื่อเกิดการเผาไหม้จะก่อให้เกิดคาร์ซิโนเจน (Carcinogen) ทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดในจุดต่างๆ ของร่างกาย เช่น มีผลต่อการทำงานของสมอง ที่ทำให้เกิดเส้นเลือดตีบ แตก ตัน ทำให้เกิดอาการจอประสาทตาเสื่อม บางรายอาจเกิดหลอดเลือดหดตัวที่แขนขา ที่อาจส่งผลให้ต้องตัดแขน ตัดขาทิ้ง
รวมทั้งก่อให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคถุงลมโป่งพอง ควันบุหรี่และสารพิษต่าง ๆ ยังทำให้ปอดมีการขับเสมหะที่ไม่ดี ส่งผลให้ภูมิต้านทานในปอดต่ำ ทำให้ปอดติดเชื้อง่าย และหายยาก
ในระยะยาวพบว่าทำให้เกิดพังผืดในปอด และมีการศึกษารองรับว่าการสูบบุหรี่สัมพันธ์ต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดอีกด้วย
เลิกบุหรี่อย่างยั่งยืนอยู่ที่ใจ สายด่วน 1600 ช่วยได้
สำหรับวิธีการเลิกบุหรี่ได้อย่างยั่งยืนนั้น พญ.พิมชนก เผยว่า “ใจต้องมาก่อน” หากมีการตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนแล้วว่าจะเลิกบุหรี่ ก็แปลว่ามีความตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งมีทีมแพทย์และมีสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 คอยให้คำปรึกษาในเรื่องนี้
ปัจจุบันสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ถือเป็นหนึ่งในบริการเลิกบุหรี่หลัก ในแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและกำลังใจ เป็นบริการฟรีทั้งการโทรเข้าหมายเลข 1600 และการรับสายบริการโทรกลับ แก่ผู้ต้องการเลิกบุหรี่ทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และรับรู้ประโยชน์เกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น
โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับการวางแผนการเลิกบุหรี่ การรับมือกับอาการอยากสูบ วิธีการดูแลร่างกายและจิตใจในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากการสูบไปสู่การเลิก รวมถึงการให้กำลังใจเพื่อให้เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม บริการสายด่วน 1600 ยังมีข้อจำกัดในเรื่องความสะดวก ที่บางช่วงเวลามีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ทำให้หลายคนต้องรอคิวนานและอาจจะพลาดการได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญไป
โครงการสายด่วนฯ จึงได้นำ Generative AI มาพัฒนา Chatbot ภายใต้ชื่อ “น้องวันใหม่” เพื่อให้สามารถบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่อยากเลิกบุหรี่ สามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น และรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด
ทั้งนี้ สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2552 นอกจากบริการให้คำแนะนำในการบำบัดอย่างเป็นระบบแล้ว ยังมีการให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ
โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2567 – 31 มีนาคม 2568) พบว่ามีผู้ติดต่อเข้ามาเพื่อต้องการเลิกบุหรี่ เป็นผู้สูบเองจำนวน 7,853 คน โดยเป็นการโทรเข้าหมายเลข 1600 จำนวน 4,890 คน และใช้บริการผ่านระบบ U-Quit (แจ้งให้ 1600 โทรกลับ) รวมถึงการส่งต่อมาจากภาคีเครือข่ายจำนวน 2,963 คน
ผู้สูบเป็นเพศชาย ร้อยละ 87.3 เป็นเยาวชนที่มีอายุ 20 ปีหรือน้อยกว่า ร้อยละ 19.8 อายุ 21-30 ปี ร้อยละ 14.2 อายุ 30-40 ปี ร้อยละ 10.3 และอายุมากกว่า 60 ปี ร้อยละ 11.3
โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563-2567) มีผู้โทรเข้า 1600 เฉลี่ยปีละ 39,976 ราย ผู้ให้คำปรึกษาสามารถให้บริการได้ร้อยละ 84 ของจำนวนสายที่โทรเข้าทั้งหมด และช่วยให้เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ ร้อยละ 32 ของจำนวนผู้ที่ได้รับคำปรึกษาสร้างแรงจูงใจ