อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ประจำเดือนผิดปกติ หรือปัสสาวะบ่อยที่ผู้หญิงหลายคนอาจมองข้าม แต่นั้นคือสัญญาณเตือนภัยจาก "เนื้องอกมดลูก" ที่พบได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Working Woman ที่ยังมีประจำเดือนและไม่เคยมีบุตร ซึ่งมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์กล้ามเนื้อมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ แม้ยังไม่มีสาเหตุแน่ชัด แต่ปัจจัยด้านฮอร์โมน พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และไลฟ์สไตล์ ล้วนมีบทบาทสำคัญ

ชนิดของเนื้องอกมดลูก

1. เนื้องอกที่กล้ามเนื้อ (Intramural fibroid) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกเจริญเติบโตผิดที่  เป็นก้อนเนื้องอกที่ฝังอยู่ในผนังกล้ามเนื้อมดลูก

2. เนื้องอกที่ผิวด้านนอกมดลูก (Subserosal fibroid) เป็นเนื้องอกที่โตขึ้นและดันออกมาที่ผิวด้านนอกของมดลูก

3. เนื้องอกที่โพรงมดลูก (Submucosal fibroid) เป็นเนื้องอกที่โตขึ้นและดันเข้ามาในโพรงมดลูก

4. เนื้องอกมดลูกชนิดมีก้านยื่น (Intracavitary fibroid) เป็นเนื้องอกที่โตขึ้นและยึดติดกับมดลูกด้วยก้านเล็กๆ ดันออกมาที่ผิวด้านนอกหรืออาจดันเข้ามาในโพรง ที่มีก้านยื่นออกจากผิวด้านนอกหรือดันเข้ามาในโพรงมดลูก

ตำแหน่งที่เนื้องอกมดลูกเกิดมีผลต่ออาการและความรุนแรง โดยเฉพาะเนื้องอกในโพรงมดลูก มักทำให้เลือดออกผิดปกติ และส่งผลต่อภาวะการตั้งครรภ์

...

กลุ่มผู้หญิงที่มีความเสี่ยงเนื้องอกมดลูก

  • ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ช่วงอายุ 20-50 ปี
  • ผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเพศหญิง (ไดเอสโตรเจน) สูงผิดปกติ
  • ผู้หญิงที่มีพันธุกรรมในครอบครัวเป็นมะเร็ง

อาการของเนื้องอกมดลูก

  • ประจำเดือนมามากหรือนานผิดปกติ
  • ปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะไม่สุด
  • ปวดหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ท้องผูก ท้องอืด ท้องโต
  • มีบุตรยาก หรือแท้งบุตรง่าย

การป้องกันเนื้องอกมดลูกด้วยตัวเอง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมที่มีปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนัก
  • หมั่นสังเกตตัวเองว่ามีอาการผิดปกติอะไรบ้าง
  • ตรวจร่างกายประจำปี, ตรวจภายใน, อัลตราซาวด์

หากสงสัยว่าจะเป็นเนื้องอกมดลูก ควรเข้ารับการวินิจฉัยตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ และการตรวจอัลตราซาวด์ทั้งทางหน้าท้องและทางช่องคลอด เพราะเป็นวิธีที่แม่นยำในการระบุก้อนเนื้องอกและตำแหน่งในมดลูก เพราะจะช่วยแยกแยะเนื้องอกออกจากก้อนผิดปกติอื่นๆ ได้ชัดเจน

แนวทางการรักษาเนื้องอกมดลูก

การรับประทานยาลดปวดหรือยาลดปริมาณประจำเดือน เป็นวิธีที่เหมาะสมในการรักษาเนื้องอกมดลูกที่มีขนาดเล็ก ส่วนการผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออกหรือตัดมดลูกออกทั้งหมด จะมีวิธีการผ่าตัด 3 แบบ คือ

1. ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง อาจจะตัดเอาเฉพาะก้อนเนื้องอกออก สำหรับผู้ที่ต้องการจะมีบุตรในอนาคต หรืออาจจะตัดมดลูกออก ขึ้นอยู่กับความผิดปกติของร่างกาย

2. ผ่าตัดผ่านกล้อง โดยตำแหน่งแผลที่เจาะช่องท้องเป็นรู ได้แก่ บริเวณ สะดือ สำหรับใส่กล้องเล็กๆ ส่วนตำแหน่ง กลางท้องน้อย เหนือหัวหน่าว และด้านข้างท้องน้อย สำหรับใส่เครื่องมือผ่าตัดซึ่งแผลจะมีขนาดเล็ก ฟื้นตัวได้เร็ว

3. การผ่าตัดทางช่องคลอด วิธีนี้จะไม่มีแผลที่หน้าท้อง เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวได้เร็วกว่า แต่มีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่ มีพังผืดในอุ้งเชิงกราน และช่องคลอดแคบ จะทำให้การผ่าตัดวิธีนี้ยากขึ้น 

ขอบคุณข้อมูล : พล. ร.ต. นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 1