เคยสงสัยไหมว่า คนที่มีพฤติกรรมชอบเรียกร้องความสนใจ มักคิดว่าตนเองเก่งที่สุด ดีที่สุด อยู่เหนือกว่าผู้อื่นในทุกเรื่อง หรือที่เราเรียกกันว่าคนหลงตัวเองนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงนิสัยหรือเป็นโรคทางจิตเวช ถ้าหากเป็นอาการป่วยจะมีพฤติกรรมแบบใดบ้าง ในกรณีที่คนรักหรือคนใกล้ตัวเราเป็นโรคนี้ควรรับมือกับความสัมพันธ์อย่างไรดี

ข้อมูลจากโรงพยาบาล BMHH เผยว่าโรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder หรือ NPD) เป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติชนิดหนึ่ง มีลักษณะเด่นคือ ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ต้องการการยกยอชื่นชม และขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองมักมีความคิดว่าตัวเองมีคุณค่า มีความสามารถพิเศษเหนือกว่าผู้อื่น และสมควรได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ส่งผลให้มีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความหลงตัวเอง เช่น การโอ้อวด เรียกร้องความสนใจ การดูถูกดูแคลนผู้อื่น การไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการบังคับผู้อื่นให้ทำตามสิ่งที่ตนต้องการ

ลักษณะอาการของผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองมักจะมีดังต่อไปนี้

  • มีความรู้สึกมีสิทธิพิเศษ คิดว่าตัวเองสมควรได้รับการปฏิบัติพิเศษ
  • เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษหรือความฉลาดเลิศล้ำกว่าผู้อื่น
  • ต้องการการยกย่องชื่นชมอย่างไม่มีเหตุผล
  • มักมีความคิดที่ว่าตัวเองมีเสน่ห์ดึงดูดหรือมีความสำคัญ
  • เชื่อว่าตัวเองเข้าใจผู้อื่นเป็นอย่างดี
  • มักอิจฉาผู้อื่นหรือคิดว่าผู้อื่นอิจฉาตัวเอง
  • มักมีพฤติกรรมที่ถือตัวหรือหยิ่งยโส
  • มักมีพฤติกรรมที่เรียกร้องความสนใจ

ภาพจาก : iStock
ภาพจาก : iStock

...

โรคหลงตัวเองอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในหลายด้าน เช่น ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อาชีพการงาน และสุขภาพจิต โดยผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองอาจมีปัญหาในการเข้าสังคม มีปัญหาในการทำงาน และมีปัญหาด้านอารมณ์ เช่น ความวิตกกังวล ความซึมเศร้า และโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD)

สาเหตุของโรคหลงตัวเอง

มีงานวิจัยหลายชิ้นเผยว่าปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลงตัวเองสามารถเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรมหรือการเลี้ยงดู

พันธุกรรม:

มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าพันธุกรรมอาจมีบทบาท โดยพบว่าลักษณะของความหลงตัวเองและความรู้สึกถึงสิทธิพิเศษนั้นถ่ายทอดในฝาแฝดมากกว่าในพี่น้องทั่วไป มีการเปรียบเทียบเด็กที่ถูกรับเลี้ยงกับลูกแท้ๆ ก็บ่งชี้ถึงการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเช่นกัน โดยลูกแท้ๆ แสดงพฤติกรรมของพ่อแม่ที่เป็นโรคหลงตัวเองมากกว่าเด็กที่ถูกรับเลี้ยง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในด้านนี้ยังไม่สมบูรณ์มากพอที่จะตัดสินว่าเป็นจากพันธุกรรมทั้งหมด

การเลี้ยงดู:

นักวิจัยส่วนใหญ่ในสาขาโรคหลงตัวเองโน้มเอียงไปทางปัจจัยด้านการเลี้ยงดูมากกว่าพันธุกรรม โดยแบ่งลักษณะโรคหลงตัวเองจากการเลี้ยงดูได้เป็น 2 ประเภท คือ

โรคหลงตัวเองแบบโอ้อวด (Grandiose Narcissism):

การที่พ่อแม่ชื่นชมมากเกินไปอาจทำให้เด็กพัฒนาความรู้สึกว่าตนเอง "พิเศษ" ซึ่งต้องได้รับการชื่นชมจากผู้อื่นอยู่เสมอ ลักษณะการเลี้ยงดูแบบเดียวกันนี้อาจก่อให้เกิดโรคหลงตัวเองแบบเห็นแก่ส่วนรวม (Communal Narcissism) โดยเด็กที่ได้รับการยกย่องมากเกินไปจะเติบโตขึ้นโดยเชื่อว่าตนเองมีความสามารถพิเศษในการช่วยเหลือและปกป้องโลก

ภาพจาก : iStock
ภาพจาก : iStock

โรคหลงตัวเองแบบเปราะบาง (Vulnerable Narcissism):

โรคหลงตัวเองประเภทนี้เกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม จากการที่พ่อแม่เพิกเฉย ละเลย หรือดูถูกเหยียดหยาม การที่เด็กไม่ได้รับการยอมรับและความรักจากพ่อแม่เพียงพอ ทำให้พวกเขารู้สึกโกรธและไม่พอใจที่ไม่ได้รับความสนใจจึงต้องแสวงหาความปลอดภัยทางอารมณ์จากที่อื่น

โดยสรุปแล้ว ผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองอาจเติบโตมาภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจรวมถึงการได้รับการชื่นชมมากเกินไปจนเกิดความรู้สึกยิ่งใหญ่ หรือในทางกลับกัน การถูกเพิกเฉยและวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจนเกิดความรู้สึกด้อยค่าอย่างลึกซึ้ง

วิธีรับมือกับคนที่มีแนวโน้มเป็นโรคหลงตัวเอง

  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลงตัวเอง: เรียนรู้สัญญาณเตือนเพื่อสังเกตพฤติกรรมที่เป็นปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ
  • อย่าตอบโต้ทางอารมณ์: คนเหล่านี้จะรู้สึกพอใจเมื่อรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจเหนือกว่า ดังนั้นควรพยายามอย่าแสดงอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิด
  • เน้นที่การกระทำ ไม่ใช่คำสัญญา: คนเหล่านี้มักให้สัญญาแต่ไม่ทำตาม เน้นให้พวกเขาทำตามข้อตกลงก่อนที่คุณจะทำตามสิ่งที่พวกเขาต้องการ
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง: คนพวกนี้อาจตอบสนองในทางลบเมื่อถูกตำหนิ หากจำเป็นต้องให้ข้อเสนอแนะเชิงลบ ให้พูดอย่างนุ่มนวลและพยายามใส่คำชมเข้าไปด้วย
  • ให้ความเคารพ: พยายามรักษาบทสนทนาให้อยู่ในบรรยากาศที่เคารพซึ่งกันและกันจนกว่าคุณจะสามารถหลีกเลี่ยงได้
  • เตือนตัวเองว่าไม่ใช่ความผิดของคุณ: คนพวกนี้มักจะโทษผู้อื่น กำหนดความรับผิดชอบของคุณให้ชัดเจนและปฏิเสธเมื่อถูกกล่าวหาในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำ
  • รู้ว่าเมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือ: หากพฤติกรรมของพวกเขาส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกายของคุณอย่างมาก ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตบำบัด หรือจิตแพทย์
  • หาคนช่วยสนับสนุน: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและขอความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงและครอบครัว

...

เมื่อไหร่ควรออกจากความสัมพันธ์

  1. หากความสัมพันธ์นั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกายของคุณ
  2. หากคุณถูกควบคุม บงการ หรือกีดกันจากคนรอบข้าง
  3. หากคุณถูกทำร้ายทางวาจา อารมณ์ หรือร่างกาย
  4. หากคุณรู้สึกไม่ปลอดภัย

ภาพจาก : iStock
ภาพจาก : iStock

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคนที่เป็นโรคหลงตัวเอง

  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนประเภทนี้เป็นเรื่องยาก และมักต้องใช้เวลา ความพยายาม และการบำบัด
  • การเผชิญหน้ากับพวกเขาโดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกเขา มักไม่ช่วย และอาจทำให้พวกเขาตอบสนองด้วยความโกรธ
  • การออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษต้องใช้ความเข้มแข็งและการดูแลตนเอง อาจต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม โรคหลงตัวเองก็สามารถทำการรักษาได้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การให้คำปรึกษาแบบจิตบำบัด (Psychotherapy) การใช้ยารักษาอาการทางจิต (Psychotropic Medications) และการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การฝึกทักษะทางสังคม (Social Skills Training) และการฝึกควบคุมอารมณ์ (Anger Management)

...

ข้อมูลอ้างอิง: Healthline.com, Time.com