เคยสงสัยไหมว่า คนที่มีพฤติกรรมชอบเรียกร้องความสนใจ มักคิดว่าตนเองเก่งที่สุด ดีที่สุด อยู่เหนือกว่าผู้อื่นในทุกเรื่อง หรือที่เราเรียกกันว่าคนหลงตัวเองนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงนิสัยหรือเป็นโรคทางจิตเวช ถ้าหากเป็นอาการป่วยจะมีพฤติกรรมแบบใดบ้าง ในกรณีที่คนรักหรือคนใกล้ตัวเราเป็นโรคนี้ควรรับมือกับความสัมพันธ์อย่างไรดี
ข้อมูลจากโรงพยาบาล BMHH เผยว่าโรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder หรือ NPD) เป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติชนิดหนึ่ง มีลักษณะเด่นคือ ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ต้องการการยกยอชื่นชม และขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองมักมีความคิดว่าตัวเองมีคุณค่า มีความสามารถพิเศษเหนือกว่าผู้อื่น และสมควรได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ส่งผลให้มีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความหลงตัวเอง เช่น การโอ้อวด เรียกร้องความสนใจ การดูถูกดูแคลนผู้อื่น การไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการบังคับผู้อื่นให้ทำตามสิ่งที่ตนต้องการ
ลักษณะอาการของผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองมักจะมีดังต่อไปนี้
- มีความรู้สึกมีสิทธิพิเศษ คิดว่าตัวเองสมควรได้รับการปฏิบัติพิเศษ
- เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษหรือความฉลาดเลิศล้ำกว่าผู้อื่น
- ต้องการการยกย่องชื่นชมอย่างไม่มีเหตุผล
- มักมีความคิดที่ว่าตัวเองมีเสน่ห์ดึงดูดหรือมีความสำคัญ
- เชื่อว่าตัวเองเข้าใจผู้อื่นเป็นอย่างดี
- มักอิจฉาผู้อื่นหรือคิดว่าผู้อื่นอิจฉาตัวเอง
- มักมีพฤติกรรมที่ถือตัวหรือหยิ่งยโส
- มักมีพฤติกรรมที่เรียกร้องความสนใจ
...
โรคหลงตัวเองอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในหลายด้าน เช่น ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อาชีพการงาน และสุขภาพจิต โดยผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองอาจมีปัญหาในการเข้าสังคม มีปัญหาในการทำงาน และมีปัญหาด้านอารมณ์ เช่น ความวิตกกังวล ความซึมเศร้า และโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD)
สาเหตุของโรคหลงตัวเอง
มีงานวิจัยหลายชิ้นเผยว่าปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลงตัวเองสามารถเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรมหรือการเลี้ยงดู
พันธุกรรม:
มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าพันธุกรรมอาจมีบทบาท โดยพบว่าลักษณะของความหลงตัวเองและความรู้สึกถึงสิทธิพิเศษนั้นถ่ายทอดในฝาแฝดมากกว่าในพี่น้องทั่วไป มีการเปรียบเทียบเด็กที่ถูกรับเลี้ยงกับลูกแท้ๆ ก็บ่งชี้ถึงการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเช่นกัน โดยลูกแท้ๆ แสดงพฤติกรรมของพ่อแม่ที่เป็นโรคหลงตัวเองมากกว่าเด็กที่ถูกรับเลี้ยง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในด้านนี้ยังไม่สมบูรณ์มากพอที่จะตัดสินว่าเป็นจากพันธุกรรมทั้งหมด
การเลี้ยงดู:
นักวิจัยส่วนใหญ่ในสาขาโรคหลงตัวเองโน้มเอียงไปทางปัจจัยด้านการเลี้ยงดูมากกว่าพันธุกรรม โดยแบ่งลักษณะโรคหลงตัวเองจากการเลี้ยงดูได้เป็น 2 ประเภท คือ
โรคหลงตัวเองแบบโอ้อวด (Grandiose Narcissism):
การที่พ่อแม่ชื่นชมมากเกินไปอาจทำให้เด็กพัฒนาความรู้สึกว่าตนเอง "พิเศษ" ซึ่งต้องได้รับการชื่นชมจากผู้อื่นอยู่เสมอ ลักษณะการเลี้ยงดูแบบเดียวกันนี้อาจก่อให้เกิดโรคหลงตัวเองแบบเห็นแก่ส่วนรวม (Communal Narcissism) โดยเด็กที่ได้รับการยกย่องมากเกินไปจะเติบโตขึ้นโดยเชื่อว่าตนเองมีความสามารถพิเศษในการช่วยเหลือและปกป้องโลก
โรคหลงตัวเองแบบเปราะบาง (Vulnerable Narcissism):
โรคหลงตัวเองประเภทนี้เกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม จากการที่พ่อแม่เพิกเฉย ละเลย หรือดูถูกเหยียดหยาม การที่เด็กไม่ได้รับการยอมรับและความรักจากพ่อแม่เพียงพอ ทำให้พวกเขารู้สึกโกรธและไม่พอใจที่ไม่ได้รับความสนใจจึงต้องแสวงหาความปลอดภัยทางอารมณ์จากที่อื่น
โดยสรุปแล้ว ผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองอาจเติบโตมาภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจรวมถึงการได้รับการชื่นชมมากเกินไปจนเกิดความรู้สึกยิ่งใหญ่ หรือในทางกลับกัน การถูกเพิกเฉยและวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจนเกิดความรู้สึกด้อยค่าอย่างลึกซึ้ง
วิธีรับมือกับคนที่มีแนวโน้มเป็นโรคหลงตัวเอง
- ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลงตัวเอง: เรียนรู้สัญญาณเตือนเพื่อสังเกตพฤติกรรมที่เป็นปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ
- อย่าตอบโต้ทางอารมณ์: คนเหล่านี้จะรู้สึกพอใจเมื่อรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจเหนือกว่า ดังนั้นควรพยายามอย่าแสดงอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิด
- เน้นที่การกระทำ ไม่ใช่คำสัญญา: คนเหล่านี้มักให้สัญญาแต่ไม่ทำตาม เน้นให้พวกเขาทำตามข้อตกลงก่อนที่คุณจะทำตามสิ่งที่พวกเขาต้องการ
- หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง: คนพวกนี้อาจตอบสนองในทางลบเมื่อถูกตำหนิ หากจำเป็นต้องให้ข้อเสนอแนะเชิงลบ ให้พูดอย่างนุ่มนวลและพยายามใส่คำชมเข้าไปด้วย
- ให้ความเคารพ: พยายามรักษาบทสนทนาให้อยู่ในบรรยากาศที่เคารพซึ่งกันและกันจนกว่าคุณจะสามารถหลีกเลี่ยงได้
- เตือนตัวเองว่าไม่ใช่ความผิดของคุณ: คนพวกนี้มักจะโทษผู้อื่น กำหนดความรับผิดชอบของคุณให้ชัดเจนและปฏิเสธเมื่อถูกกล่าวหาในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำ
- รู้ว่าเมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือ: หากพฤติกรรมของพวกเขาส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกายของคุณอย่างมาก ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตบำบัด หรือจิตแพทย์
- หาคนช่วยสนับสนุน: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและขอความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงและครอบครัว
...
เมื่อไหร่ควรออกจากความสัมพันธ์
- หากความสัมพันธ์นั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกายของคุณ
- หากคุณถูกควบคุม บงการ หรือกีดกันจากคนรอบข้าง
- หากคุณถูกทำร้ายทางวาจา อารมณ์ หรือร่างกาย
- หากคุณรู้สึกไม่ปลอดภัย
ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคนที่เป็นโรคหลงตัวเอง
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนประเภทนี้เป็นเรื่องยาก และมักต้องใช้เวลา ความพยายาม และการบำบัด
- การเผชิญหน้ากับพวกเขาโดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกเขา มักไม่ช่วย และอาจทำให้พวกเขาตอบสนองด้วยความโกรธ
- การออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษต้องใช้ความเข้มแข็งและการดูแลตนเอง อาจต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม โรคหลงตัวเองก็สามารถทำการรักษาได้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การให้คำปรึกษาแบบจิตบำบัด (Psychotherapy) การใช้ยารักษาอาการทางจิต (Psychotropic Medications) และการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การฝึกทักษะทางสังคม (Social Skills Training) และการฝึกควบคุมอารมณ์ (Anger Management)
...
ข้อมูลอ้างอิง: Healthline.com, Time.com